แหล่งเรียนรู้: ศูนย์ศิลปาชีพบ้านท่านหญิง
ความเป็นมา
ลายผ้าอัตลักษณ์ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี (ลายราชวัตรโคม)
ผ้ายกลายราชวัตรโคมหรือผ้ายกลายราชวัตรตอกใหญ่ เป็นที่นิยมแพร่หลายและเป็นทักษะความชำนาญของช่างทอ ในพื้นที่สุราษฎร์ธานีสืบเนื่องมานานนับร้อยปี ดังปรากฎหลักฐานว่า เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๐๓ มีหนังสือจากราชสำนักแจ้งมายังพระยาไชยาว่า...พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต้องพระราชประสงค์ผ้าราชวัตร สำหรับพระราชทานพระบรมวงศานุวงศ์ทั้งข้างหน้าข้างใน จึงโปรดเกล้าฯ พระราชทานไหมและค่าแรงให้พระยาไขยาจัดการให้ช่างทอเมืองไขยา (ปัจจุบันคือ อำเภอไขยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี) ทอเข้าไปทูลเกล้าฯ ถวาย ณ กรุงเทพมหานคร... ผ้ายกลายราชวัตรโคมหรือผ้ายกลายราชวัตรดอกใหญ่ มีลักษณะโครงสร้างรวมอยู่ในรูปตารางสี่เหลี่ยมแนวตะแคงทำนองเดียวกับรั้วราชวัตรสำหรับกำหนดขอบเขตมณฑลพิธี จึงสื่อถึงความหมายมงคลเปรียบประดุจรั้วราชวัตร นำมาซึ่งคุณงามความดี สิริมงคล และช่วยปกปักรักษาผู้สวมใส่ ศูนย์ศิลปาชีพบ้านท่านหญิงได้มีการสอนการทดโดยอาจารย์จากมหาวิทยาราชภัฎสุราษฎร์ธานี และที่ปรึกษาโดย ดร.ณรัฐนันท์ รัตนพันธ์ รักษาทิพย์
โดยมีรายละเอียดหลักสูตรดังนี้
รายละเอียดหลักสูตร
การทอผ้ายกลายราชวัตรโคมหรือลายราชวัตรดอกใหญ่ ตามแบบอย่างที่สืบทอดมาในจังหวัดสุราษฎร์ธานีนั้น ทอด้วยเนื้อผ้า ๒ ตะกอ หรือผ้าลายขัด มีตะกอลายจำนวน ๕ ตับ โดยการจัดเตรียมเส้นยืนสีอ่อนสลับกับสีเข้ม เช่น ดำ-ขาว เขียว-เหลือง ชมพู-ม่วง เป็นต้น ในอัตราส่วน ๖ : ๒ เส้น ตัวอย่างเช่น หากต้องการทอผ้ายกไหมตาราชวัตรโคมให้ได้สีม่วงแกมชมพู ให้ใช้เส้นไหมยืนสีม่วง ๖ เส้น สลับกับเส้นไหมยืนสีชมพู ๒ เส้น ใช้เส้นไหมสำหรับเป็นเส้นพุ่งส่วนเนื้อผ้าสีม่วงและสีชมพูหรือแดงอ่อน เส้นไหมส่วนที่เป็นลายยกหรือเส้นพุ่งพิเศษให้ใช้สีชมพู
จุดประสงค์รายกิจกรรม
๑. อธิบายบายความหมายและประวัติความเป็นมาของการทอผ้าลายราชวัตร
๒. การเรียนรู้ทักษะการบวนการทอผ้าลายราชวัตร
๓. การเรียนรู้การใช้อุปกรณ์การทอผ้า
๔. การเรียนรู้ชนิดของเส้นด้าย ไหมที่ใช้ทอ
๕. การเรียนรู้ทักษะการทอผ้าด้วยวิธีการ ทอด้วยวธีการต่างๆ
รวมทั้งหมด ๕ จุดประสงค์
โดยมีขั้นตอนการทอเริ่มจากทอตะกอตับที่ ๑ ดังนี้
๑. ทอเนื้อผ้าด้วยเส้นไหมพุ่งสีม่วง ๑ เส้น
๒. ทอเส้นพุ่งพิเศษหรือลายยกสีชมพู ๑ เส้น
๓. ทอเนื้อผ้าด้วยเส้นไหมพุ่งสีม่วง ๑ เส้น
๔. ทอเส้นพุงพิเศษหรือลายยกสีชมพู ๑ เส้น
๕. ทอเนื้อผ้าด้วยเส้นไหมพุ่งสีม่วง ๑ เส้น
๖. ทอเนื้อผ้าด้วยเส้นไหมพุ่งสีชมพูหรือแดงอ่อน ๒ เส้น
โดยการทำซ้ำตั้งแต่ ๑-๖ อีกครั้ง จึงเปลี่ยนไปทอตะกอตับที่ ๒ โดยทำแบบเดียวกับทอตะกอตับที่ ๑ ทอไปจนครบ ๕ ตับ จึงทวนกลับโดยการทอตะกอตับที่ ๔ ไปหาตะกอตับที่ ๑ จึงจะได้ลายราชวัตรครบเต็มโคม ๑ โคม ทำดังนี้ไปจนกระทั่งได้ผ้าที่มีความยาวตามต้องการ
เทคนิคการผลิตที่เป็นเอกลักษณ์
ลายราชวัตรโคมเป็นการสร้างสรรค์ลวดลายผ่านคติจักรวาลวิทยา ซึ่งสื่อความหมายถึงสัญลักษณ์แสดงรั้วรอบขอบเขตปริมณฑลเขาพระสุเมรุ ซึ่งเป็นมโนทัศน์เกี่ยวกับเอกภพของมนุษย์และเป็นเรื่องของวัตถุกับจิตวิญญาณที่มีความสัมพันธ์กันโดยมีจินตภาพสมมติเขาพระสุเมรุเป็นแกนกลางของโลก มียอดเป็นสวรรค์ชั้นดาวดึงส์มีพระอินทร์เป็นอธิบดีปกครองเทวดาทั้งหลายสวัสดิมงคลในลวดลายราชวัตรโคม ประดิษฐการจากกลุ่มคนในสังคมมีอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไปตามสภาพวิถีชีวิต ความเชื่อ และบริบทในสังคม ซึ่งมีการสรรสร้างสืบทอดวัฒนธรรมของตนเองมาตั้งแต่อดีตผ่านแง่มุมต่าง ๆ ทางวัฒนธรรมซึ่งล้วนแต่มีคุณค่า การทอผ้าในพื้นถิ่นเมืองไขยาตั้งแต่อดีต เป็นงานหัตถศิลปัที่มีลักษณะเฉพาะตัวโดดเด่น มีการสร้างสรรค์ลวดลายคิดค้นจากคติความเชื่อและภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งเป็นศิลปะการออกแบบเชิงวัฒนธรรมด้านสิ่งทอของช่างทอที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกัน เป็นเครื่องสะท้อนวัฒนธรรมอันดีงามได้เป็นอย่างดี ลายราชวัตรโคมหรือลายราชวัตรดอกใหญ่ หรือตาราชวัตร เป็นลวดลายผ้ายกพุมเรียงเมืองไชยาที่มีมาแต่เดิม ปรากฎชื่อเรียกว่า "ราชวัต" "ราชวัฒ" หรือ "ราชวัตร" ก็มี เพราะในสมัยก่อนมีการสะกดตัวอักษรตามลักษณะสัทอักษรเป็นสัญกรณ์แทนเสียงการพูดจึงพบการเขียนที่แตกต่างกัน ซึ่งลายราชวัตรโคมนี้เป็นลวดลายที่ช่างทอผ้าประดิษฐการขึ้นตามรูปทรงเรขาคณิต มีลักษณะเป็นรูปทรงตารางสี่เหลี่ยมและใช้การย่อมุมประกอบ โดยเป็นการสร้างลวดลายให้มีความสัมพันธ์กันกับพื้นผ้าลายตาราง ทำให้มีบริบทของลวดลายคล้ายรูปตารางสี่เหลี่ยม อีกนัยหนึ่งคือเกิดจินตภาพประดุจเป็นรั้วราชวัตร อันเป็นแนวขอบเขตปริมณฑลของเขาพระสุเมรุ ซึ่งหากเขียนตามศัพท์โดยแปลความหมายจะใช้คำว่าราชวัติ แต่เนื่องด้วยเป็นการเรียกชื่อตามพื้นถิ่นของชาวบ้านที่เป็นช่างทอ จึงเรียกและเขียนตามความเข้าใจว่าราชวัตรในที่นี้มีความหมายเช่นเดียวกับคำว่าราชวัติ
ศูนย์ศิลปาชีพบ้านท่านหญิงการทอผ้าลายราชวัตรโคม