1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

พ่อท่านหลักเมือง

แหล่งเรียนรู้: พ่อท่านหลักเมือง

รายละเอียดหลักสูตร

เมื่อ ร.ศ.118 ทางราชการได้ร่วมตำบลพ่วงพรหมคร ตำบลทุ่งหลวง ตำบลท่าชี ตำบลนาสาร ตำบลบ้านนา และตำบลลำพูน ยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอ เรียกว่า “อำเภอลำพูน” ตั้งที่ว่าการอำเภอที่ตำบลบ้านนา (ปัจจุบันอำเภอบ้านนาเดิม) การปกครองขึ้นตรงต่อมณฑลนครศรีธรรมราช ไม่สะดวกแก่การปกครอง จึงได้โอนมาขึ้นกับเมืองสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 29เมษายน พ.ศ. 2461 ได้เปลี่ยนชื่อ “อำเภอลำพูน” “เป็นอำเภอบ้านนา” ให้ตรงกับชื่อตำบลที่ตั้งที่ว่าการอำเภอ และในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2465 โอนตำบลกรูดจากอำเภอท่าโรงช้างตำบลพ่วงพรหมคร และตำบลเคียนซา จากอำเภอพระแสงมาขึ้นกับอำเภอบ้านนา ในปี พ.ศ. 2494 ได้โอนตำบลกรูดไปขึ้นกับอำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2481 ได้ย้ายที่ว่าการอำเภอบ้านนามาตั้งที่ตำบลนาสาร เนื่องจากที่ตั้งที่ว่าการอำเภอไม่อยู่ในศูนย์กลางพื้นที่การปกครอง ประชาชนไม่สะดวกในการติดต่อราชการและได้เปลี่ยน “อำเภอบ้านนา” ให้สอดคล้องกับตำบลที่ตั้งที่ว่าการอำเภอว่า “อำเภอบ้านนาสาร”จนกระทั่งปัจจุบัน
ในปี พ.ศ. 2541 กระทรวงมหาดไทย ได้อนุมัติให้จัดตั้งและยกฐานะหมู่บ้านลำพูน เป็นตำบลลำพูน ซึ่งเป็นตำบลหนึ่งในอำเภอลำพูนในสมัยนั้น โดยแบ่งเขตการปกครองท้อหงถิ่นที่ ออกเป็น 8 หมู่บ้าน พื้นที่ครอบคลุมอาณาเขตถึงบ้านหนองบ่อ เป็นหมู่ที่ 4 รวมถึงบ้านคลองหาใต้บ้านวัดไทรและบ้านห้วยมุด ซึ่งเป็นหมู่ที่ 5 จากนั้นอำเภอลำพูน ได้เปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอบ้านนาสารในปัจจุบัน ตำบลลำพูนก็ได้มาขึ้นกับอำเภอบ้านนาสารและเนื้อที่บางส่วนถูกตัดออกไปดังนี้ บ้านหนองบ่อ เป็นหมู่ที่ 6 ตำบลควนสุบรรณ บ้านทุ่งเตาเป็น บ้านหัวถนน หมู่ที่ 1ตำบลทุ่งเตา บ้านวัดไทร เป็นหมู่ที่ 4 ตำบลควนสุบรรณ บ้านคลองหาใต้และบ้านห้วยมุด เป็นชุมชนขึ้นกับเทศบาลตำบลนาสาร
ตำบลลำพูน จึงเหลือเขตการปกครองท้องที่เพียง 7 หมู่บ้าน ประกอบด้วย
หมู่ที่ 1 บ้านเขาน้อย
หมู่ที่ 2 บ้านปลายน้ำ
หมู่ที่ 3 บ้านคลองหาเหนือ
หมู่ที่ 4 บ้านหมาก
หมู่ที่ 5 บ้านปลายธารราชรักษา
หมู่ที่ 6 บ้านกอบแก้ววัฒนาภิบาล
หมู่ที่ 7 บ้านสระบัว
ต่อมาเมื่อปี 2531 ได้เกิดอุทกภัยน้ำท่วมอย่างฉับพลันกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวได้นำโคลนตมและต้นไม้เล็กใหญ่ลงมาจากภูเขา สร้างความเสียหายอย่างหนักทางรัฐบาลจึงได้สร้างชุมชนให้ผู้ประสบภัยอีก 4 ชุมชน แยกหมู่บ้านเพิ่มอีก 2 หมู่บ้าน ตำบลลำพูนจึงมีเขตปกครองเพิ่มเป็น 13 หมู่บ้าน จึงทำให้ยากต่อการปกครองสภาตำบลลำพูน โดยนายชูชัย ทองขาว กำนันตำบลลำพูน จึงได้เสนอแยกตำบลลำพูนเป็นสองตำบล คือตำบลลำพูนเดิมและตำบลเพิ่มพูนทรัพย์ โดยกระทรวงมหาดไทยได้อนุมัติให้แยกตำบลได้เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2536
เมื่อ ร.ศ.118 ทางราชการได้ร่วมตำบลพ่วงพรหมคร ตำบลทุ่งหลวง ตำบลท่าชี ตำบลนาสาร ตำบลบ้านนา และตำบลลำพูน ยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอ เรียกว่า “อำเภอลำพูน” ตั้งที่ว่าการอำเภอที่ตำบลบ้านนา (ปัจจุบันอำเภอบ้านนาเดิม) การปกครองขึ้นตรงต่อมณฑลนครศรีธรรมราช ไม่สะดวกแก่การปกครอง จึงได้โอนมาขึ้นกับเมืองสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 29เมษายน พ.ศ. 2461 ได้เปลี่ยนชื่อ “อำเภอลำพูน” “เป็นอำเภอบ้านนา” ให้ตรงกับชื่อตำบลที่ตั้งที่ว่าการอำเภอ และในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2465 โอนตำบลกรูดจากอำเภอท่าโรงช้างตำบลพ่วงพรหมคร และตำบลเคียนซา จากอำเภอพระแสงมาขึ้นกับอำเภอบ้านนา ในปี พ.ศ. 2494 ได้โอนตำบลกรูดไปขึ้นกับอำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2481 ได้ย้ายที่ว่าการอำเภอบ้านนามาตั้งที่ตำบลนาสาร เนื่องจากที่ตั้งที่ว่าการอำเภอไม่อยู่ในศูนย์กลางพื้นที่การปกครอง ประชาชนไม่สะดวกในการติดต่อราชการและได้เปลี่ยน “อำเภอบ้านนา” ให้สอดคล้องกับตำบลที่ตั้งที่ว่าการอำเภอว่า “อำเภอบ้านนาสาร”จนกระทั่งปัจจุบัน
ในปี พ.ศ. 2541 กระทรวงมหาดไทย ได้อนุมัติให้จัดตั้งและยกฐานะหมู่บ้านลำพูน เป็นตำบลลำพูน ซึ่งเป็นตำบลหนึ่งในอำเภอลำพูนในสมัยนั้น โดยแบ่งเขตการปกครองท้อหงถิ่นที่ ออกเป็น 8 หมู่บ้าน พื้นที่ครอบคลุมอาณาเขตถึงบ้านหนองบ่อ เป็นหมู่ที่ 4 รวมถึงบ้านคลองหาใต้บ้านวัดไทรและบ้านห้วยมุด ซึ่งเป็นหมู่ที่ 5 จากนั้นอำเภอลำพูน ได้เปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอบ้านนาสารในปัจจุบัน ตำบลลำพูนก็ได้มาขึ้นกับอำเภอบ้านนาสารและเนื้อที่บางส่วนถูกตัดออกไปดังนี้ บ้านหนองบ่อ เป็นหมู่ที่ 6 ตำบลควนสุบรรณ บ้านทุ่งเตาเป็น บ้านหัวถนน หมู่ที่ 1ตำบลทุ่งเตา บ้านวัดไทร เป็นหมู่ที่ 4 ตำบลควนสุบรรณ บ้านคลองหาใต้และบ้านห้วยมุด เป็นชุมชนขึ้นกับเทศบาลตำบลนาสาร
ตำบลลำพูน จึงเหลือเขตการปกครองท้องที่เพียง 7 หมู่บ้าน ประกอบด้วย
หมู่ที่ 1 บ้านเขาน้อย
หมู่ที่ 2 บ้านปลายน้ำ
หมู่ที่ 3 บ้านคลองหาเหนือ
หมู่ที่ 4 บ้านหมาก
หมู่ที่ 5 บ้านปลายธารราชรักษา
หมู่ที่ 6 บ้านกอบแก้ววัฒนาภิบาล
หมู่ที่ 7 บ้านสระบัว
ต่อมาเมื่อปี 2531 ได้เกิดอุทกภัยน้ำท่วมอย่างฉับพลันกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวได้นำโคลนตมและต้นไม้เล็กใหญ่ลงมาจากภูเขา สร้างความเสียหายอย่างหนักทางรัฐบาลจึงได้สร้างชุมชนให้ผู้ประสบภัยอีก 4 ชุมชน แยกหมู่บ้านเพิ่มอีก 2 หมู่บ้าน ตำบลลำพูนจึงมีเขตปกครองเพิ่มเป็น 13 หมู่บ้าน จึงทำให้ยากต่อการปกครองสภาตำบลลำพูน โดยนายชูชัย ทองขาว กำนันตำบลลำพูน จึงได้เสนอแยกตำบลลำพูนเป็นสองตำบล คือตำบลลำพูนเดิมและตำบลเพิ่มพูนทรัพย์ โดยกระทรวงมหาดไทยได้อนุมัติให้แยกตำบลได้เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2536
เมื่อ ร.ศ.118 ทางราชการได้ร่วมตำบลพ่วงพรหมคร ตำบลทุ่งหลวง ตำบลท่าชี ตำบลนาสาร ตำบลบ้านนา และตำบลลำพูน ยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอ เรียกว่า “อำเภอลำพูน” ตั้งที่ว่าการอำเภอที่ตำบลบ้านนา (ปัจจุบันอำเภอบ้านนาเดิม) การปกครองขึ้นตรงต่อมณฑลนครศรีธรรมราช ไม่สะดวกแก่การปกครอง จึงได้โอนมาขึ้นกับเมืองสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 29เมษายน พ.ศ. 2461 ได้เปลี่ยนชื่อ “อำเภอลำพูน” “เป็นอำเภอบ้านนา” ให้ตรงกับชื่อตำบลที่ตั้งที่ว่าการอำเภอ และในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2465 โอนตำบลกรูดจากอำเภอท่าโรงช้างตำบลพ่วงพรหมคร และตำบลเคียนซา จากอำเภอพระแสงมาขึ้นกับอำเภอบ้านนา ในปี พ.ศ. 2494 ได้โอนตำบลกรูดไปขึ้นกับอำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2481 ได้ย้ายที่ว่าการอำเภอบ้านนามาตั้งที่ตำบลนาสาร เนื่องจากที่ตั้งที่ว่าการอำเภอไม่อยู่ในศูนย์กลางพื้นที่การปกครอง ประชาชนไม่สะดวกในการติดต่อราชการและได้เปลี่ยน “อำเภอบ้านนา” ให้สอดคล้องกับตำบลที่ตั้งที่ว่าการอำเภอว่า “อำเภอบ้านนาสาร”จนกระทั่งปัจจุบัน
ในปี พ.ศ. 2541 กระทรวงมหาดไทย ได้อนุมัติให้จัดตั้งและยกฐานะหมู่บ้านลำพูน เป็นตำบลลำพูน ซึ่งเป็นตำบลหนึ่งในอำเภอลำพูนในสมัยนั้น โดยแบ่งเขตการปกครองท้อหงถิ่นที่ ออกเป็น 8 หมู่บ้าน พื้นที่ครอบคลุมอาณาเขตถึงบ้านหนองบ่อ เป็นหมู่ที่ 4 รวมถึงบ้านคลองหาใต้บ้านวัดไทรและบ้านห้วยมุด ซึ่งเป็นหมู่ที่ 5 จากนั้นอำเภอลำพูน ได้เปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอบ้านนาสารในปัจจุบัน ตำบลลำพูนก็ได้มาขึ้นกับอำเภอบ้านนาสารและเนื้อที่บางส่วนถูกตัดออกไปดังนี้ บ้านหนองบ่อ เป็นหมู่ที่ 6 ตำบลควนสุบรรณ บ้านทุ่งเตาเป็น บ้านหัวถนน หมู่ที่ 1ตำบลทุ่งเตา บ้านวัดไทร เป็นหมู่ที่ 4 ตำบลควนสุบรรณ บ้านคลองหาใต้และบ้านห้วยมุด เป็นชุมชนขึ้นกับเทศบาลตำบลนาสาร
ตำบลลำพูน จึงเหลือเขตการปกครองท้องที่เพียง 7 หมู่บ้าน ประกอบด้วย
หมู่ที่ 1 บ้านเขาน้อย
หมู่ที่ 2 บ้านปลายน้ำ
หมู่ที่ 3 บ้านคลองหาเหนือ
หมู่ที่ 4 บ้านหมาก
หมู่ที่ 5 บ้านปลายธารราชรักษา
หมู่ที่ 6 บ้านกอบแก้ววัฒนาภิบาล
หมู่ที่ 7 บ้านสระบัว
ต่อมาเมื่อปี 2531 ได้เกิดอุทกภัยน้ำท่วมอย่างฉับพลันกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวได้นำโคลนตมและต้นไม้เล็กใหญ่ลงมาจากภูเขา สร้างความเสียหายอย่างหนักทางรัฐบาลจึงได้สร้างชุมชนให้ผู้ประสบภัยอีก 4 ชุมชน แยกหมู่บ้านเพิ่มอีก 2 หมู่บ้าน ตำบลลำพูนจึงมีเขตปกครองเพิ่มเป็น 13 หมู่บ้าน จึงทำให้ยากต่อการปกครองสภาตำบลลำพูน โดยนายชูชัย ทองขาว กำนันตำบลลำพูน จึงได้เสนอแยกตำบลลำพูนเป็นสองตำบล คือตำบลลำพูนเดิมและตำบลเพิ่มพูนทรัพย์ โดยกระทรวงมหาดไทยได้อนุมัติให้แยกตำบลได้เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2536

จำนวนชั่วโมงเรียน
1.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
60%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

พ่อท่านหลักเมือง

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

ศาลพ่อท่านหลักเมือง ตำบลลำพูน อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เก่าแก่และเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวบ้านในพื้นที่ โดยมีข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้:
สถานที่ตั้ง: ศาลตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลลำพูน อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้เคียงกับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ถ้ำขมิ้น
ความสำคัญ: ถือเป็นแหล่งโบราณสถานและศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านในพื้นที่ โดยมักเป็นที่รู้จักกันในนาม "ศาลพ่อท่านหลักเมือง" ซึ่งเป็นที่สักการะคู่บ้านคู่เมือง
ลักษณะ: เป็นศาลเก่าแก่ที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างสูง เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่กับตำบลลำพูนมานาน
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลในเอกสารส่วนใหญ่ที่พบจะเป็นการกล่าวถึงความสำคัญของศาลในระดับท้องถิ่น โดยทั่วไปแล้วศาลหลักเมืองในลักษณะนี้มักมีประวัติความเป็นมาที่เล่าขานกันมาตั้งแต่ครั้งอดีตในชุมชนนั้นๆ

ประมาณปี พ.ศ.2517 มีคนนิมิต (ฝัน) เห็นลักษณะรูปร่างของท่าน จึงได้นำมาปรึกษาหารือกับ นายฟื้น นวลเศษ และนายฟื้นได้นำมาปรึกษาต่อกับ นายข้ำ บุญหรอ ซึ่งท่านเป็นกำนันตำบลลำพูน ในสมัยนั้น กำนันข้ำ ได้เรียกประชุมผู้อาวุโสในหมู่บ้าน ในที่ประชุมได้มีมติให้ ปั้นรูปเหมือนของพ่อท่านตามที่มีคนเห็น โดยแต่งตั้งให้ กำนันข้ำ บุญหรอ เป็นประทานในการลงขัน โดยมี นายเลียบ บุญหรอ นายฟื้น นวลเศษ นายฟื้น วังฉาย นายสามารถ ทิวแพ นายเพื่ม สุขโสม นายฟ่อน เพชรนาค นายเพิ่ม สุทธิรักษ์ นายสั้น เพชรกุล นายริ่น ดิษฐ์สาคร นายผุด กาโห นายเฟื้อ เพชรนาค นายผอน พัฒสังวาล นายเอื้อน พัฒสังวาล และ นายชม ทิวแพ โดยส่วนหนึ่งได้ออกหาเงิน โดยการเรี่ยไรและร้องเพลง จากชาวบ้านทุกครัวเรือน นำมาทำการจัดสร้างและได้ทำการจ้างช่างปั้นที่บ้านเฉี้ยงพร้า ต.ควนสุบรรณ เสร็จแล้วได้ทำพิธีอันเชิญรูปเหมือนของท่านมาตั้งประดิษฐ์ฐานที่บนเขาน้อย บ้านเขาน้อย หมู่ที่ 1 ตำบลลำพูน ในที่ดินของ นายวงค์ ทิวแพ อดีตผู้ใหญ่บ้าน เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้กราบไห้วสักการะบูชา

พ่อตาทวดเป็นคนมาจากใหน ไม่ปรากฏได้มาอยู่ที่บ้านปลายน้ำ ตำบลลำพูน มีภรรยาชื่อแม่ย่าหอย มีบุตรสองคน คนโตชื่อต่อมา พ่อตาหลักเมือง คนน้องต่อมาคือพ่อตาเหวณเมือง ท่านเป็นคนมีสัจจะ มีคุณธรรมจริยธรรมและมีเมตตาธรรม และท่านเป็นผู้มีวิชา อาคมแก่กล้าชอบช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ จนเป็นที่นับถือศรัทธาของคนทั่วไป และมักจะมีอภินิหารย์ท่านพูดอะไรมักจะเป็นไปตามที่พูดเสมอ เนื่องจากท่านเป็นคนที่มีสัจจะ มีคุณธรรม และมีวิชาที่แก่กล้า เมื่อชราท่านได้ปลีกวิเวกออกมาจำศีลภวนาอยู่คนเดียว โดยมี ภรรยา-บุตร และผู้มีศรัทธานับถือท่าน ซึ่งได้นำอาหาร(ข้าวต้ม)มาส่ง ต่อมาร่างกายของท่านก็เริ่มออกลายออกหางและในที่สุด ด้วยท่านมีวิชาอาคมที่แก่กล้าท่านม่ได้เสียชีวิติ แต่ท่านได้กลายร่างเป็นเสือและหายสาบสูญเข้าป่าไป โดยไม่ทำร้ายผู้ใด......
พ่อตาหลักเมืองซึ่งเป็นบุตรคนโตของพ่อตาทวด และแม่ย่าหอย ท่านได้ศึกษาวิชาอาคมจากพ่อตาทวดผู้เป็นพ่อ จนท่านเป็นบุคคลคนหนึ่งที่มีวิชาอาคมที่แก่กล้า และท่านก็เป็นคนที่มีสัจจะ มีคุณธรรมที่ดีงามเหมือนพ่อตาทวดผู้เป็นพ่อ ชอบช่วยเหลือผู้อื่นเป็นที่พึ่งพาของบุคคลทั่วไปจนบุคคลทั่วไปยกย่องสรรเสริญ และคนส่วนใหญ่ให้ความเคารพนับถือท่านมากด้วยบารมี ถือเป็นแบบอย่างที่ดีเป็นหลักยึดเหนี่ยวของคนในพื้นที่ และบุคลทั่วไปจึงได้ชื่อว่า”พ่อตาหลักเมือง”
พ่อตาเหวณเมืองเป็นบุตรคนที่สองของพ่อตาทวด และแม่ย่าหอย เป็นน้องของพ่อตาหลักเมืองท่านก็เป็นคนหนึ่งที่ได้รับการถ่ายทอดวิชาอาคมจากพ่อคาทวด ท่านมีวิชาที่แก่กล้าอีกคนหนึ่ง โดยเฉพาะวิชาอยู่ยงคงกะพัน ท่านเป็นคนหนึ่งที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่นในทางป้องกันรักษาชีวิตและทรัพย์สินของบุคคลในพื้นที่ และบุคคลทั่วไปให้ปลอดภัยจากการถูกรังแก และจากโจรผู้ร้ายมาโดยตลอดตราบชั่วชีวิตของท่าน จึงได้สมญาว่า”พ่อตาเหวณเมือง”
ศาลพ่อตาทวด พ่อตาหลักเมือง พ่อตาเหวณเมือง เดิมตั้งอยู่ข้างทางสายเก่าข้างคลองลำพูน ตั้งอยู่ในที่ดินบริเวณวัดเก่า (วัดร้างอยู่ใต้ต้นมะขามใหญ่) ตั้งอยู่ในเขตบ้านปลายน้ำ ตำบลลำพูนที่ตั้งศาลเก่าเป็นที่ราบลุ่ม ฤดูน้ำหลากน้ำในคลองลำพูน ไหลเชี่ยวกรากทุกปี บริเวณข้างเคียงน้ำพัดพาทุกสิ่งทุกอย่างได้รับความเสียหายหมด แต่บริเวณที่ตั้งศาลของท่าน๙งเป็นที่ลุ่มเหมือนกัน น้ำไม่เคยท่วม เป็นบริเวณประมาณ 3x3 เมตรของทุกปี แม้ในปี 2531 ความเชื่อของคนส่วนที่นับถื่อและเชื่อถือท่านเกิดหลงทางของสูญหาย และภัยอันตรายใดๆที่จะมาใก้ลตัวจะบนบานศาลกล่าวขออำนาจบารมีของท่านช่วยขจัดปัดเป่าและช่วยเหลือ มักจะประสบผลสำเร็จตามที่ขอทุกครั้งของบุคคลที่นับถือ
ยิงปืนแก้บนให้ทุกปีในระว่างเดือนห้ากับเดือนหกปรากฎการณ์ปฎิหารย์ในครั้งนั้นนับเป็นประมาณปี 2522 ทหารจากค่ายดอนนก จังหวัดสุราษฎร์ธานีนำโดยร้อยโทสุวรรณ ชุ่มภาณได้มาตั้งฐานปฎิบัติการเพื่อทำการปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์บนเขาน้อยข้างบริเวณที่ตั้งประดิษฐ์ฐานรูปปั้นของพ่อตาทวด พ่อตาหลักเมือง พ่อตาเหวณเมือง มีอยู่ครั้งหนึ่ง เวลาดึกสงัดขณะที่ทหารทุกนายหลับสนิทหลายคนในฐานปฎิบัติการฝันว่ามีเสือเข้ามาตะครุบ และในขณะเดียวกันเสียงนกหวีดก็คังขึ้นโดยไม่ทราบว่าใครเป่าทำให้ทหารทุกนายบนฐานปฎิบัติการได้ลุกขึ้นมาเตรียมความพร้อมหมดทุกคน และในเวลาไล่เลี่ยกันผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ก็บุกเข้าโจมตีฐานปฎิบัติการทันทีนานประมาณ 10 นาที ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ได้ล่าถอยไป หลังจากเคลียพื้นที่ปรากฏว่าผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์น่าจะมีการบาดเจ็บบ้าง(สังเกตจากรอยเลือดหยดเป็นทาง)ทหารทุกคนปลอดภัย จากปรากฏณ์การครั้งนั้นทำให้ทหารชุดดังกล่าวกลับมาปรากฎการณ์ที่แปลกประหลาดและสร้างความน่าเชื่อถืออีกครั้งหนึ่งของพ่อตาทวด พ่อตาหลักเมือง พ่อตาเหวณเมือง


ศาลพ่อท่านหลักเมือง: เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่ชาวตำบลลำพูน โดยเฉพาะชาวบ้านในหมู่ที่ 1 (เขาน้อย) ให้ความเคารพศรัทธาอย่างสูง
สถานที่พักภิกษุ: ศาลแห่งนี้ยังใช้เป็นที่พักสำหรับภิกษุสงฆ์อีกด้วย
กิจกรรมและงานประจำปี
งานสมโภชน์พ่อท่านหลักเมือง: เป็นงานประจำปีที่สำคัญ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อสักการะบูชาและเฉลิมฉลอง
ช่วงเวลาจัดงาน: โดยปกติจะจัดงานสมโภชน์ในช่วงเดือนเมษายน (อ้างอิงโครงการปี 2569 จัดงานวันที่ 15 เมษายน)
กิจกรรมอื่นๆ: ในพื้นที่ยังมีประเพณีขวัญข้าว และงานสรงน้ำพ่อท่านครูเขียว ซึ่งเป็นประเพณีสำคัญคู่กัน

การพัฒนาศาลพ่อท่านหลักเมือง ตำบลลำพูน อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีการดำเนินการควบคู่ไปกับการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:
งานสมโภชน์ประจำปี: มีการจัดงานสมโภชน์ศาลหลักเมืองลำพูนเป็นประจำทุกปี เพื่อสืบสานประเพณีและเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชน
สถานที่สำคัญในท้องถิ่น: ศาลพ่อท่านหลักเมืองตั้งอยู่บริเวณหมู่ที่ 1 (เขาน้อย) ต.ลำพูน ซึ่งเป็นสถานที่ที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือ
การจัดงานสืบสานวัฒนธรรม: อบต.ลำพูน ร่วมกับชุมชนจัดงานสมโภชน์ศาลหลักเมือง (เดิม) หมู่ที่ 2 ด้วย เช่น โครงการสมโภชน์ศาลหลักเมืองประจำปีงบประมาณ 2569
การเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตและภูมิปัญญา: มีการจัดทำหมับ (สำรับ) ถวายพ่อท่านหลักเมือง ซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมา
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

พ่อท่านหลักเมือง (20 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/20 ข้อ พ่อท่านหลักเมือง
1 ศาลพ่อท่านหลักเมืองตั้งอยู่ตำบลอะไร
2 ตำบลลำพูน อยู่ในจังหวัดอะไร
3 รูปปั้นพ่อท่านหลักเมืองสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. อะไร
4 ภรรยาของพ่อตาทวด ชื่ออะไร
5 รูปเหมือนของท่านตั้งประดิษฐ์ฐานที่ใหน
6 รูปปั้นเสือเรียกชื่ออีกอย่างว่า อะไร
7 ลักษณะของพ่อตาหลักเมืองเป็นอย่างไร
8 พ่อตาเหวณเมือง เก่งด้านใด
9 ตำบลลำพูน มีกี่หมู่บ้าน
10 พ่อตาทวดมีบุตรกี่คน
11 การสมโภชน์ศาลหลักเมืองตำบลลำพูนจัดขึ้นเดือนอะไร
12 ในการจัดสร้างรูปปั้นใครดำรงตำแหน่งกำนัน
13 พ่อตาทวด และแม่ย่าหอย มีบุตรกี่คน
14 เป็นคนที่มีสัจจะ มีคุณธรรมที่ดีงาม
15 ใครมีวิชาอยู่ยงคงกะพัน
16 ท่านใดเป็นคนหนึ่งที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่นในทางป้องกันรักษาชีวิตและทรัพย์สินของบุคคลในพื้นที่
17 ทหารจากค่ายใหนมาตั้งฐานทับบนพื้นที่ศาลพ่อท่านหลักเมือง
18 ศาลพ่อท่านหลักเมืองตั้งอยู่บนพื้นที่ดินของใคร
19 ใครได้นำทหารมาตั้งฐานปฎิบัติการเพื่อทำการปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ บนฐานศาลพ่อท่านหลักเมือง
20 รูปปั้นเสือ คือใคร
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /20 ข้อ