1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

เจดีย์วัดหลง

แหล่งเรียนรู้: เจดีย์วัดหลง

รายละเอียดหลักสูตร

วัตถุประสงค์หลักของการขุดค้นและศึกษาโบราณสถานวัดหลง จ.สุราษฎร์ธานี คือการตรวจสอบหลักฐานทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมสมัยศรีวิชัย เพื่อทำความเข้าใจรูปแบบเจดีย์ทรงมณฑป ยืนยันตำแหน่งทางศาสนสถานในนิกายมหายาน และอนุรักษ์พื้นที่ร้างให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ โดยเน้นศึกษาความเชื่อมโยงกับเจดีย์วัดแก้วและวัดเวียง

จำนวนชั่วโมงเรียน
10.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
80%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

เจดีย์วัดหลง

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

เจดีย์วัดหลง ตั้งอยู่ หมู่ 4 ตำบลตลาดไชยา อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ประวัติ :

วัดหลงตั้งอยู่ระหว่างวัดเวียงกับวัดแก้ว มีคลองไชยาไหลผ่านทางด้านทิศใต้ห่างจากวัดประมาณ 30 เมตร วัดแห่งนี้ปัจจุบันเป็นวัดร้าง สันนิษฐานว่าชื่อวัดแห่งนี้น่าจะเพี้ยนมาจากคำว่า “วัดหลวง” บริเวณวัดมีซากอาคารขนาดใหญ่หลังหนึ่งเหลือเพียงส่วนฐาน เนื่องจากอิฐส่วนบนถูกรื้อไปทำกำแพงแก้วในคราวบูรณะพระบรมธาตุไชยา สภาพก่อนการขุดค้นเป็นเนินดินปนเศษอิฐมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมหนาแน่นมีซากพระพุทธรูปวางกองระเกะระกะทั่วไป ต่อมาหลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ได้ดำเนินการขุดค้นส่วนฐานของอาคารในปี 2489 และกองโบราณคดี กรมศิลปากรได้ดำเนินการขุดค้นทางโบราณคดี และบูรณะโบราณสถานแห่งนี้อีกครั้งในระหว่าง พ.ศ.2524-2527

ภายหลังการขุดค้นเผยให้เห็นอาคารจตุรมุขที่มีรูปแบบแผนผังทรงกากบาทคล้ายคลึงกับโบราณสถานวัดแก้ว ขนาดอาคารกว้างยาวด้านละ 21.65 เมตร คงเหลืออยู่เฉพาะส่วนฐานและส่วนเรือนธาตุตอนล่างเท่านั้น ตัวเรือนธาตุมีมุขยื่นออกมาทั้งสี่ด้าน โดยสามารถเข้าไปยังห้องโถงกลาง (ห้องครรภคฤหะ) ได้ทางมุขด้านทิศตะวันออก ผนังด้านนอกตกแต่งด้วยเสาประดับอาคารอยู่ตรงกึ่งกลางด้านการก่ออิฐไม่สอปูน และมีการขัดหน้าอิฐจนเรียบ ส่วนฐานรากนั้นใช้หินขนาดใหญ่ถมอัด

นอกจากนี้ยังพบร่องรอยของการก่อสร้างขยายต่อเติมอาคารซึ่งสันนิษฐานว่าอาจเป็นกิจกรรมในสมัยอยุธยา และเชื่อกันว่าโบราณสถานแห่งนี้อาจเป็นหนึ่งในปราสาทสามหลังซึ่งพระเจ้ากรุงศรีวิชัยโปรดฯ ให้สร้างเพื่อถวายแด่พระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรปัทมปาณี และพระโพธิสัตว์วัชรปาณี ตามที่ปรากฏความในศิลาจารึกหลักที่ 23 (จารึกวัดเสมาเมือง)

เนื้อหา: วิเคราะห์ลักษณะทางสถาปัตยกรรมของเจดีย์วัดหลง (ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงส่วนฐาน)
ประเด็นสำคัญ: การก่อสร้างด้วยอิฐไม่ถือปูนตามแบบแผนศิลปะศรีวิชัย เปรียบเทียบรูปทรงกับ "จันทิ" (Candi) ในอินโดนีเซีย เพื่อให้เห็นความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรม

ข้อมูลใหม่จากการขุดค้นทางโบราณคดี ณ โบราณสถานวัดหลง
ข้อมูลใหม่จากการขุดค้นทางโบราณคดี
ณ โบราณสถานวัดหลง
.
เมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม ถึง ๑๑ เมษายน ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช ได้ดำเนินการขุดค้นทางโบราณคดีในพื้นที่อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตามโครงการขุดค้นชุมชนโบราณไชยา อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาชุมชนโบราณในเส้นทางข้ามคาบสมุทรในภาคใต้ตอนบนของประเทศไทย โดยทำการขุดค้นทางโบราณคดีจำนวน ๗ หลุม ได้แก่ (๑) หลุมขุดค้น TP.1 แหลมโพธิ์ ๑ (๒) หลุมขุดค้น TP.2 แหลมโพธิ์ ๒ (๓) หลุมขุดค้น TP.3 ศรียาภัยอนุสรณ์ (๔) หลุมขุดค้น TP.4 วัดแก้ว (๕) หลุมขุดค้น TP.5 วัดหลง (๖) หลุมขุดค้น TP.6 วัดพุมเรียง และ (๗) หลุมขุดค้น TP.7 วัดอุบล สำหรับองค์ความรู้ชุดนี้เป็นการนำเสนอผลการขุดค้นทางโบราณคดีของหลุมขุดค้นที่ ๕ (TP.5) วัดหลง ดังนี้
.
โบราณสถานวัดหลง ตั้งอยู่ในตำบลตลาด อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถือเป็นหนึ่งในศาสนสถานเนื่องในพุทธศาสนานิกายมหายานที่สำคัญของภาคใต้ และยังเป็นสถาปัตยกรรมสมัยศรีวิชัยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่พบในเมืองโบราณไชยา โบราณสถานวัดหลงได้รับการขุดศึกษาทางโบราณคดีครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๔๗๒ โดย Jean Yves Claeys นักวิชาการชาวฝรั่งเศส ซึ่งทำการขุดตรวจฐานรากโบราณสถานวัดหลง ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๘๙ – ๒๔๙๐ หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ เข้ามาดำเนินการขุดตรวจฐานรากอาคารโบราณสถานวัดหลง พบว่าเป็นโบราณสถานก่ออิฐแบบไม่สอปูน ลักษณะแผนผังอาคารรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส
.
จากนั้นในปี พ.ศ. ๒๕๒๕ – ๒๕๒๗ กรมศิลปากรดำเนินการขุดแต่งและบูรณะโบราณสถานวัดหลง พบร่องรอยเจดีย์ก่ออิฐซึ่งเหลือเพียงส่วนฐาน ลักษณะฐานเจดีย์อยู่ในผังรูปกากบาท ขนาดประมาณ ๒๑.๖๕ x ๒๑.๖๕ เมตร ลักษณะผังสี่เหลี่ยมเพิ่มมุมรับกับเรือนธาตุทรงจตุรมุข ตัวเรือนธาตุมีมุขยื่นออกมาทั้งสี่ด้าน โดยมีมุขทางเข้าอยู่ด้านทิศตะวันออก จากรูปแบบสถาปัตยกรรมแสดงให้เห็นว่าฐานอาคารเดิมของเจดีย์วัดหลงสร้างขึ้นในสมัยศรีวิชัย ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๔ – ๑๕ ส่วนฐานชั้นล่างของเจดีย์ สันนิษฐานว่าถูกสร้างเพิ่มเติมในภายหลัง คือราวสมัยอยุธยา โดยการก่ออิฐล้อมรอบฐานเจดีย์แล้วถมดินเป็นลานกว้าง ลักษณะคล้ายแนวกำแพงกันดินสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดใหญ่ แล้วทำทางขึ้นใหม่ตรงกับมุขทั้งสี่ด้านของเรือนธาตุ สำหรับโบราณวัตถุที่พบร่วมกับการขุดแต่ง ได้แก่ พระพิมพ์ดินดิบ อิทธิพลศิลปะทวารวดีและขอม อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๗ – ๑๘ เครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์สุ้งและราชวงศ์หยวน อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘ – ๑๙ เครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง เครื่องถ้วยสุโขทัย และภาชนะดินเผาพื้นเมือง ทั้งนี้ ในการขุดแต่งครั้งดังกล่าว นักโบราณคดีได้ทำการขุดตรวจเพื่อค้นหาโบราณสถานอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงเจดีย์ เช่น กำแพงแก้ว และเจดีย์ทิศ โดยเลือกพื้นที่นอกกำแพงกันดินมาทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือและทิศใต้ ห่างออกมาด้านละ ๘ เมตร ซึ่งผลการขุดตรวจไม่พบรากฐานของสิ่งก่อสร้างใด ๆ ในบริเวณใกล้เคียงเจดีย์วัดหลง
.
ในปีงบประมาณ ๒๕๖๔ สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช ดำเนินการขุดค้นทางโบราณคดีบริเวณด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของโบราณสถานวัดหลง ผลการขุดค้นพบ “แนวอิฐ” ตั้งอยู่ห่างจากเจดีย์วัดหลงมาประมาณ ๒๖ เมตร แนวอิฐดังกล่าวอยู่ลึกจากผิวดินปัจจุบันประมาณ ๗๐ เซนติเมตร ขนาดกว้างประมาณ ๗๓ เซนติเมตร ยาวประมาณ ๑๖๐ เซนติเมตร วางตัวยาวตามแนวทิศเหนือ - ใต้ ขนานกับแนวกำแพงกันดินสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่ก่อล้อมรอบฐานเจดีย์ ซึ่งนักวิชาการสันนิษฐานว่าแนวกำแพงกันดินข้างต้นน่าจะถูกสร้างเพิ่มเติมในสมัยอยุธยา และที่น่าสนใจคือพบว่าแนวอิฐที่พบใหม่นี้มีขนาดความกว้างของแนวอิฐเท่ากันกับแนวกำแพงกันดิน (คือกว้างประมาณ ๗๓ เซนติเมตร) รวมทั้งมีเทคนิคการก่ออิฐและการวางเรียงอิฐรูปแบบเดียวกัน คือเป็นการก่ออิฐแบบไม่สอปูน และวางเรียงอิฐด้วยการนำอิฐหักมาเรียงเป็นกรอบ แล้วถมอัดด้านในด้วยเศษอิฐหักและอิฐป่นขนาดเล็ก ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นการนำเศษอิฐหักจากส่วนประกอบของโครงสร้างเจดีย์วัดหลงมาใช้ในการก่อสร้าง นอกจากนั้น ในการขุดค้นครั้งนี้ยังพบโบราณวัตถุสมัยอยุธยาในระดับชั้นดินเดียวกันกับแนวอิฐ เช่น ชิ้นส่วนเครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์หมิง (พุทธศตวรรษที่ ๒๐ – ๒๒) จากข้อมูลดังกล่าว ในเบื้องต้นจึงสันนิษฐานว่าแนวอิฐที่พบใหม่นี้น่าจะเป็น “ฐานอาคารโบราณสถาน” หรืออาจเป็น “แนวกำแพงแก้ว” ของโบราณสถานวัดหลง ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยอยุธยา ในระยะเดียวกับการก่อสร้างแนวกำแพงกันดินล้อมรอบเจดีย์ อย่างไรก็ตาม จะมีการดำเนินการขุดตรวจแนวอิฐที่ต่อเนื่องมาจากหลุมขุดค้นเดิมลงมาทางด้านทิศใต้อีกครั้ง เพื่อเป็นการตรวจสอบขอบเขตของแนวอิฐ และเพื่อให้ทราบถึงลักษณะของโบราณสถานดังกล่าวได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
.
สำหรับโบราณวัตถุอื่น ๆ ที่พบจากการขุดค้นในครั้งนี้ เช่น ลูกปัดแก้ว ลูกปัดหินกึ่งมีค่า ชิ้นส่วนเครื่องแก้วสีเขียว อิฐบัว อิฐดินเผา ชิ้นส่วนภาชนะดินเผาเนื้อดินมีลายกดประทับ ชิ้นส่วนเครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์สุ้ง (พุทธศตวรรษที่ ๑๗ – ๑๙) ชิ้นส่วนเครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์หยวน (พุทธศตวรรษที่ ๑๙ – ๒๐) เครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์หมิง (พุทธศตวรรษที่ ๒๐ – ๒๒) และเครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์ชิง (พุทธศตวรรษที่ ๒๒ – ๒๕) จากหลักฐานดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงร่องรอยหลักฐานการใช้พื้นที่ของโบราณสถานวัดหลง ซึ่งปรากฏมาตั้งแต่สมัยศรีวิชัย และมีการใช้พื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งมีการเข้ามาก่อสร้างเพิ่มเติมอีกครั้งในสมัยอยุธยา และสันนิษฐานว่าคงมีการใช้พื้นที่สืบเนื่องมาถึงยุคสมัยหลังด้วย เนื่องจากยังคงพบชิ้นส่วนเครื่องถ้วยจีนที่ต่อเนื่องมาถึงสมัยราชวงศ์ชิง (พุทธศตวรรษที่ ๒๒ – ๒๕) ทั้งนี้ สำหรับหลักฐานทางโบราณคดีที่พบจากการขุดค้นในครั้งนี้ จะทำการศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำเป็นรายงานเผยแพร่ต่อไป

แม้ว่าวัดหลงและพระบรมธาตุไชยาจะเป็นโบราณสถาน ศิลปะศรีวิชัย ในพุทธศตวรรษที่ 14-15 เหมือนกัน แต่มีข้อแตกต่างที่สำคัญหลายประการดังนี้ครับ:1. สภาพในปัจจุบันและความสมบูรณ์พระบรมธาตุไชยา: เป็นโบราณสถานที่สมบูรณ์ที่สุดในไทยที่ยังคงรูปร่างดั้งเดิมของสถาปัตยกรรมศรีวิชัยไว้ได้ชัดเจน เนื่องจากได้รับการดูแลและบูรณะอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการซ่อมครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 5วัดหลง: ปัจจุบันเป็น วัดร้าง ที่เหลือเพียงส่วนฐานและซากเรือนธาตุบางส่วน เนื่องจากในอดีตมีการรื้ออิฐจากวัดหลงไปใช้ในการบูรณะกำแพงแก้วรอบองค์พระบรมธาตุไชยา2. ขนาดและสัดส่วนวัดหลง: มีขนาด ใหญ่กว่าพระบรมธาตุไชยาถึง 1 เท่า ถือเป็นสถูปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาโบราณสถานเมืองไชยาพระบรมธาตุไชยา: มีขนาดกะทัดรัดกว่า โดยมีความสูงจากฐานใต้ดินถึงยอดประมาณ 24 เมตร3. รายละเอียดสถาปัตยกรรมพระบรมธาตุไชยา: เป็นเจดีย์ทรง ปราสาทยอด มีลักษณะเด่นที่ "สถูปจำลอง" ประดับอยู่ตามชั้นหลังคา ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับ "จันทิ" ในศิลปะชวาวัดหลง: เป็นเจดีย์ทรง จตุรมุข มีผังรูปกากบาทที่มุขด้านตะวันออกยื่นออกมามากกว่ามุขด้านอื่น ๆ และมีฐานอาคารยกสูงกว่าเจดีย์วัดแก้ว4. บทบาททางศาสนาและสัญลักษณ์พระบรมธาตุไชยา: เป็นพระอารามหลวงและเป็นที่ประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุ อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานีวัดหลง: สันนิษฐานว่าเคยเป็นศาสนสถานสำคัญในนิกาย มหายาน และเป็นแหล่งขุดพบโบราณวัตถุชิ้นเอกอย่างประติมากรรมรูปนางตารา 8 กรหากต้องการสัมผัสความยิ่งใหญ่ในอดีต แนะนำให้แวะชมซากฐานที่วัดหลงก่อน แล้วไปชมองค์เจดีย์ที่สมบูรณ์ที่วัดพระบรมธาตุไชยาซึ่งอยู่ไม่ไกลกันครับ คุณสามารถดูตัวอย่างรูปแบบ สถาปัตยกรรมพุทธในไทย ได้ที่เว็บไซต์ของ Thailand Foundation เพื่อความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นคุณอยากให้ช่วยวางแผน เส้นทางท่องเที่ยว เชื่อมโยงโบราณสถานทั้งสองแห่งนี้ หรืออยากทราบรายละเอียดของ ประติมากรรมนางตารา เพิ่มเติมไหมครับ?

เจดีย์วัดหลง (หรือโบราณสถานวัดหลง) ตั้งอยู่ที่อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นหนึ่งในโบราณสถานสำคัญที่สะท้อนถึงอิทธิพลของอาณาจักรศรีวิชัยในภาคใต้ของประเทศไทย แม้ในปัจจุบันจะเหลือเพียงส่วนฐานแต่ก็มีความสำคัญอย่างยิ่งในเชิงประวัติศาสตร์และศิลปกรรม

การอนุรักษ์ในปัจจุบัน
การอนุรักษ์เจดีย์วัดหลงดำเนินการโดย กรมศิลปากร ซึ่งมีแนวทางหลักดังนี้:

การขุดแต่งและบูรณะ: มีการขุดค้นทางโบราณคดีเพื่อศึกษาผังพื้นเดิม ซึ่งพบว่าเป็นศาสนสถานที่สร้างด้วยอิฐ มีผังรูปกากบาทคล้ายกับพระบรมธาตุไชยา และมีการบูรณะเสริมความมั่นคงเพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพจากสภาพอากาศและความชื้น

การทำหลังคาคลุม: ปัจจุบันมีการสร้างอาคารหลังคาคลุมส่วนฐานรากที่ขุดแต่งไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ก้อนอิฐโบราณสัมผัสกับฝนและแสงแดดโดยตรง ซึ่งช่วยชะลอการผุกร่อนของวัสดุ

การจัดการภูมิทัศน์: พื้นที่โดยรอบถูกจัดระเบียบให้สะอาดและปลอดภัย เพื่อให้เหมาะสมกับการเป็นแหล่งเรียนรู้ แต่ยังคงรักษาบรรยากาศความสงบแบบโบราณสถานไว้

การเรียนรู้ในปัจจุบัน
เจดีย์วัดหลงถูกยกระดับให้เป็น "พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง" และแหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิต:

แหล่งศึกษาศิลปะศรีวิชัย: นักเรียน นักศึกษา และนักวิจัย มักมาที่นี่เพื่อศึกษาเปรียบเทียบสถาปัตยกรรมระหว่างวัดหลง วัดแก้ว และพระบรมธาตุไชยา เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิวัฒนาการของศิลปะแบบศรีวิชัย

ป้ายสื่อความหมาย: มีการติดตั้งป้ายให้ข้อมูลประวัติความเป็นมาและรูปแบบสันนิษฐานของเจดีย์ในอดีต ช่วยให้ผู้เข้าชมมองเห็นภาพรวมว่าเดิมทีเจดีย์นี้มีความสง่างามเพียงใด

การเชื่อมโยงกับชุมชน: เป็นจุดสำคัญในเส้นทางท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ "ไชยา" ซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและทำให้คนในชุมชนเกิดความภาคภูมิใจและช่วยกันสอดส่องดูแลโบราณสถาน

ลักษณะเด่นที่น่าเรียนรู้
ฐานเจดีย์วัดหลงมีลักษณะเป็น ฐานบัว ขนาดใหญ่ มีการย่อมุมและซุ้มจระนำ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะอินเดียแบบปาละและชวาตอนกลาง ถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ยืนยันว่าเมืองไชยาเคยเป็นศูนย์กลางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมในอดีต
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

เจดีย์วัดหลง (20 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/20 ข้อ เจดีย์วัดหลง
1 เจดีย์วัดหลงตั้งอยู่ที่จังหวัดใด
2 ชื่อ "วัดหลง" สันนิษฐานว่าเพี้ยนมาจากคำว่าอะไร
3 เจดีย์วัดหลงตั้งอยู่ในอำเภอใด
4 สถาปัตยกรรมของเจดีย์วัดหลงมีความคล้ายคลึงกับโบราณสถานใดมากที่สุด
5 ผังของอาคารเจดีย์วัดหลงมีลักษณะเป็นรูปทรงใด
6 ส่วนที่หลงเหลืออยู่ของเจดีย์วัดหลงในปัจจุบันคือส่วนใด
7 เหตุใดอิฐส่วนบนของเจดีย์วัดหลงจึงหายไป
8 ใครเป็นผู้ดำเนินการขุดค้นส่วนฐานของอาคารในปี พ.ศ. 2489
9 โบราณสถานวัดหลงมีอายุประมาณกี่ปี
10 เจดีย์วัดหลงจัดอยู่ในศิลปะสมัยใด
11 วัสดุหลักที่ใช้ในการก่อสร้างเจดีย์วัดหลงคืออะไร
12 เจดีย์วัดหลงตั้งอยู่ใกล้กับลำน้ำสายใด
13 ลักษณะเด่นของเจดีย์จตุรมุขแบบวัดหลงแสดงถึงอิทธิพลจากที่ใด
14 โบราณสถานวัดหลงตั้งอยู่ระหว่างวัดใดกับวัดใด
15 สำนักศิลปากรที่เท่าไหร่ที่ดูแลพื้นที่โบราณสถานวัดหลง
16 การขุดค้นทางโบราณคดีที่วัดหลงช่วยให้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องใด
17 ปัจจุบันสภาพของวัดหลงเป็นอย่างไร
18 หากต้องการไปชมโบราณวัตถุที่พบจากวัดหลง ควรไปที่ใด
19 กิจกรรมใดที่มักทำที่โบราณสถานวัดหลง
20 ความสำคัญของเจดีย์วัดหลงในด้านประวัติศาสตร์คืออะไร
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /20 ข้อ