1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

สืบสานพุทธศิลป์ ถิ่นวัฒนธรรมวัดควรเจดีย์

แหล่งเรียนรู้: วัดควนเจดีย์

รายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรนี้มุ่งเน้นการบูรณาการความรู้ทางพระพุทธศาสนาเข้ากับวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวตำบลทุ่ง อำเภอไชยา โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่
1. พุทธศิลป์และประวัติศาสตร์ท้องถิ่น: ศึกษาประวัติความเป็นมาของวัดควรเจดีย์ ความสำคัญของโบราณวัตถุในพื้นที่ และการเชื่อมโยงกับอารยธรรมศรีวิชัย
2. ธรรมะสู่การปฏิบัติ: การเรียนรู้หลักธรรมเพื่อการใช้ชีวิตอย่างมีสติ การทำสมาธิเบื้องต้น และการประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงในบริบทของชุมชนชนบท
3. จิตอาสาและวัฒนธรรมชุมชน: การอนุรักษ์ประเพณีท้องถิ่นของอำเภอไชยา การดูแลรักษาศาสนสถาน และการสร้างความสามัคคีในหมู่บ้านหมู่ที่ 7
โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจในรากเหง้าของตนเอง มีจิตใจที่สงบ และสามารถนำหลักธรรมไปพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคมรอบข้างได้จริง

จำนวนชั่วโมงเรียน
10.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
80%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

สืบสานพุทธศิลป์ ถิ่นวัฒนธรรมวัดควรเจดีย์

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

- ย้อนรอยตำนานเจดีย์บนเนินดิน (ประวัติศาสตร์และโบราณคดี)
เนื้อหาบทเรียน:
- ศึกษาที่มาของชื่อ "วัดควรเจดีย์" ซึ่งคำว่า "ควร" ในภาษาถิ่นใต้หมายถึง "เนิน" หรือ "ที่ราบสูง" บทเรียนนี้จะย้อนประวัติศาสตร์ไปถึงยุคศรีวิชัย เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างโบราณสถานวัดควรเจดีย์กับกลุ่มโบราณสถานรอบอำเภอไชยา เรียนรู้เรื่องการสร้างเจดีย์บนเนินดินเพื่อเป็นพุทธบูชาและการรักษาโบราณวัตถุที่ขุดพบในอดีต
🏛️ จุดกำเนิดและความเป็นมา
ยุคสมัยการสร้าง: สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัย อยุธยาตอนปลาย (พุทธศตวรรษที่ 22-23) โดยพิจารณาจากรูปแบบของอิฐและฐานอาคารเก่าที่พบในบริเวณวัด
ที่ตั้งเชิงประวัติศาสตร์: ตั้งอยู่บนยอด "เขาสายสมอ" ซึ่งเป็นเนินเขาขนาดย่อมสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 50 เมตร พื้นที่นี้เคยเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของเมืองไชยาโบราณ ทั้งในแง่การสังเกตการณ์และการเป็นที่พักพิงยามน้ำหลาก
ที่มาของชื่อ: ชื่อ "วัดควนเจดีย์" มาจากลักษณะทางกายภาพที่วัดตั้งอยู่บน "ควน" (ภาษาใต้แปลว่า เนินเขา) และมี "เจดีย์โบราณ" เป็นสัญลักษณ์โดดเด่น
✨ อัตลักษณ์ที่สำคัญ
เจดีย์เก่าแก่บนยอดควน: เป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำศิลปะท้องถิ่นที่สะท้อนถึงศรัทธาของชาวบ้านในอดีต แม้จะมีการบูรณะหลายครั้งแต่ยังคงกลิ่นอายความศักดิ์สิทธิ์
พระพุทธรูปจีวรลายดอกพิกุล: พระประธานในพระอุโบสถที่มีพุทธลักษณะงดงามเป็นพิเศษด้วยลวดลายดอกพิกุลจำหลักบนจีวร ซึ่งเป็นพุทธศิลป์ที่หาชมได้ยากในแถบนี้
ความเชื่อมโยงกับศรีวิชัย: แม้อาคารส่วนใหญ่จะเป็นศิลปะอยุธยา แต่มีการขุดพบเศษโบราณวัตถุและพระพิมพ์ดินดิบที่สื่อถึงอิทธิพลของอาณาจักรศรีวิชัยที่เคยรุ่งเรืองในเขตอำเภอไชยา
🌿 ศูนย์กลางแห่งภูมิปัญญา
ปัจจุบันวัดควนเจดีย์ไม่ได้เป็นเพียงโบราณสถาน แต่ยังเป็น:
พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน: แหล่งรวบรวมเครื่องมือเครื่องใช้โบราณและของสะสมของชาวบ้านตำบลทุ่ง
สถานที่ปฏิบัติธรรม: ด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบบนเขาสายสมอ จึงเป็นที่นิยมของพุทธศาสนิกชนที่ต้องการความสงบ
จุดชมวิวทางวัฒนธรรม: จากยอดวัดสามารถมองเห็นวิถีชีวิตเกษตรกรรมและนาข้าวสีทองของตำบลทุ่งได้แบบรอบทิศทาง
📍 สรุป: วัดควนเจดีย์คือ "พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต" ที่บอกเล่าเรื่องราวความศรัทธาตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงปัจจุบัน ผ่านภูมิปัญญาท้องถิ่นและการเฝ้ารักษาของคนในชุมชน

เนื้อหาบทเรียน:
- เจาะลึกศิลปะและสถาปัตยกรรมที่ปรากฏในวัดควรเจดีย์ เรียนรู้ลักษณะของอิฐโบราณ รูปทรงของฐานเจดีย์ และความหมายทางสัญลักษณ์ของพุทธศิลป์ที่ได้รับอิทธิพลจากอาณาจักรศรีวิชัย เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจความแตกต่างของศิลปะไชยากับศิลปะในยุคอื่นๆ และตระหนักถึงคุณค่าของงานช่างฝิ่น (ช่างพื้นบ้าน)
☸️ อารยธรรมศรีวิชัย: รุ่งอรุณแห่งพุทธศิลป์ในตำบลทุ่ง
ตำบลทุ่ง อำเภอไชยา เปรียบเสมือน "เขตรอยต่อ" ของอารยธรรมศรีวิชัย (ราวพุทธศตวรรษที่ 13-18) ที่หลงเหลือร่องรอยงานสถาปัตยกรรมและพุทธศิลป์ที่ทรงคุณค่า
1. พุทธศิลป์แบบศรีวิชัยในพื้นที่
คติพุทธศาสนามหายาน: ในยุคศรีวิชัย ตำบลทุ่งและไชยาเป็นศูนย์กลางพุทธมหายาน ร่องรอยที่พบมักเกี่ยวข้องกับการสร้างสถูปเจดีย์เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
อิทธิพลลายจำหลัก: แม้โบราณวัตถุหลายชิ้นจะถูกย้ายไปเก็บรักษาที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยา แต่ลวดลายประดับตกแต่งที่พบในเขตวัดควนเจดีย์ เช่น ลายกนกหรือลายพรรณพฤกษา ยังคงได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะศรีวิชัยที่เน้นความอ่อนช้อยและสมมาตร
2. สถาปัตยกรรม "ควนเจดีย์"
การเลือกที่ตั้ง (Strategic Location): ตามแบบแผนศรีวิชัย มักสร้างศาสนสถานบนที่สูงหรือเนินเขา (ควน) เพื่อจำลอง "เขาพระสุเมรุ" ศูนย์กลางจักรวาล ซึ่งวัดควนเจดีย์บนเขาสายสมอก็เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน
ฐานก่ออิฐโบราณ: เทคนิคการใช้ "อิฐขนาดใหญ่" ที่ขุดพบในบริเวณวัด มีลักษณะใกล้เคียงกับอิฐที่ใช้สร้าง พระบรมธาตุไชยา และ วัดหลง ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมร่วมสมัยศรีวิชัย-ทวารวดี
รูปทรงเจดีย์: แม้องค์เจดีย์ปัจจุบันจะมีการบูรณะในสมัยหลัง (อยุธยา-รัตนโกสินทร์) แต่ส่วนฐานเดิมมักเป็นแบบย่อมุมไม้สิบสองหรือฐานสี่เหลี่ยมตามคติเดิม
3. โบราณวัตถุและภูมิปัญญาเชิงช่าง
พระพิมพ์ดินดิบ: ในพื้นที่ใกล้เคียงและบริเวณถ้ำรอบเขาสายสมอ มักพบพระพิมพ์ดินดิบศิลปะศรีวิชัย ซึ่งเป็นโบราณวัตถุที่สะท้อนถึงการแสวงบุญและการอุทิศตนของพุทธศาสนิกชนในอดีต
ประติมากรรมหินทราย: การพบชิ้นส่วนฐานบัวหรือเศียรพระพุทธรูปหินทรายแดงในตำบลทุ่ง เป็นข้อบ่งชี้ถึงฝีมือช่างท้องถิ่นที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะชวาและอินเดีย (ปาละ)
🏛️ สรุปมรดกศรีวิชัย
อารยธรรมศรีวิชัยในตำบลทุ่ง ไม่ได้หายไปตามกาลเวลา แต่ถูกถ่ายทอดมาในรูปแบบของ "อัตลักษณ์การก่อสร้าง" และ "จิตวิญญาณคนไชยา" ที่ให้ความสำคัญกับการเชิดชูพระพุทธศาสนาไว้บนที่สูงและการใช้วัสดุท้องถิ่นสร้างสรรค์งานศิลปะ

- การเปลี่ยนจากการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เข้าสู่การฝึกจิต โดยใช้ความ "มั่นคง" ของเจดีย์เป็นสื่อการสอนเรื่อง "อริยสัจ 4" และ "ไตรลักษณ์" (การเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และเสื่อมไปของโบราณสถาน) กิจกรรมหลักคือการฝึกเดินจงกรมรอบบริเวณเจดีย์โบราณเพื่อให้เกิดความสงบเย็น และการใช้พื้นที่ในวัดเป็น "สัปปายะ" สำหรับการเจริญสติ
- 🏛️ รากฐานแห่งอดีตกาล
วัดควนเจดีย์ (หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า วัดควน) ตั้งอยู่ที่ตำบลทุ่ง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นโบราณสถานและสถานปฏิบัติธรรมที่มีประวัติความเป็นมายาวนานควบคู่กับเมืองไชยาโบราณ
ยุคสมัย: สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัย อยุธยาตอนปลาย (พุทธศตวรรษที่ 22-23)
ที่ตั้ง: ตั้งอยู่บนภูเขาขนาดย่อมที่ชื่อว่า "เขาสายสมอ" ซึ่งมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 50 เมตร ทำให้วัดแห่งนี้มองเห็นทัศนียภาพของตำบลทุ่งได้โดยรอบ
✨ อัตลักษณ์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์
หัวใจสำคัญของวัดที่หล่อหลอมศรัทธาของชาวไชยามาหลายชั่วอายุคน:
องค์เจดีย์โบราณ: ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเนิน (ควน) เป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนทรงระฆังคว่ำแบบศิลปะท้องถิ่นภาคใต้ สะท้อนถึงความเจริญรุ่งเรืองของพุทธศาสนาในอดีต
พระประธานจีวรลายดอกพิกุล: พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ภายในอุโบสถที่มีพุทธลักษณะงดงามเป็นเอกลักษณ์ ด้วยลวดลายดอกพิกุลบนจีวร ซึ่งหาชมได้ยากในปัจจุบัน
คลังปัญญาชาวบ้าน: ทางวัดได้จัดตั้ง "พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน" รวบรวมวัตถุโบราณ เครื่องปั้นดินเผา และเครื่องมือเครื่องใช้ของบรรพบุรุษ เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาถึงรากเหง้าของตนเอง
🌿 มรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ
วัดควนเจดีย์ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็น:
จุดยุทธศาสตร์ในอดีต: ด้วยพื้นที่สูง จึงเคยเป็นจุดตรวจการณ์และที่พักพิงของชุมชน
ศูนย์รวมจิตใจ: เป็นที่จัดงานประเพณีสำคัญ เช่น งานทอดกฐิน และงานทำบุญเดือนสิบ
พื้นที่สีเขียว: สภาพแวดล้อมโดยรอบยังคงความอุดมสมบูรณ์ของป่าชุมชนและต้นไม้ใหญ่
📍 บทสรุปแห่งศรัทธา
"วัดควนเจดีย์ คือสัญลักษณ์แห่งความศรัทธาที่ตั้งอยู่บนที่สูง เพื่อเป็นแสงสว่างทางปัญญาและเครื่องเตือนใจถึงประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ของชาวตำบลทุ่งและชาวอำเภอไชยา"
📍 พิกัด: หมู่ที่ 1 ตำบลทุ่ง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี
คุณต้องการให้ปรับเนื้อหาให้ สั้นลงเพื่อลงโซเชียลมีเดีย หรือ ขยายความส่วนไหน เป็นพิเศษไหมครับ?

- บทบาทของวัดควรเจดีย์ที่มีต่อชุมชนหมู่ที่ 7 และพื้นที่ใกล้เคียง ศึกษาประเพณีสำคัญที่เชื่อมโยงระหว่างวัดและชาวบ้าน เช่น การทำบุญวันสำคัญทางศาสนา ประเพณีชักพระ (เรือพนมพระ) ในแบบฉบับของชาวไชยา และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในตำบลทุ่งมาสร้างสรรค์ภูมิปัญญาเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา
☸️ พุทธศาสนา: รากแก้วแห่งวิถีชีวิตชาวตำบลทุ่ง
ชาวตำบลทุ่งมีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับพุทธศาสนาแบบ "บวร" (บ้าน วัด โรงเรียน) โดยมีวัดควนเจดีย์เป็นศูนย์กลางทางจิตใจและแหล่งรวมภูมิปัญญา
1. ภูมิปัญญาการตั้งถิ่นฐาน (ธรรมะกับธรรมชาติ)
คติความเชื่อเรื่องที่สูง: ชาวบ้านนิยมสร้างวัดบน "ควน" (เนินเขา) เช่น วัดควนเจดีย์ เพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ของสรวงสวรรค์และเป็นที่พึ่งพายามน้ำหลาก
การอนุรักษ์ป่าชุมชน: ภูมิปัญญาการใช้พื้นที่รอบวัดเป็นเขตอภัยทาน ช่วยรักษาความสมดุลของระบบนิเวศบนเขาสายสมอให้คงความอุดมสมบูรณ์
2. ประเพณีและวิถีแห่งศรัทธา
ประเพณีชักพระ: ชาวตำบลทุ่งสืบทอดการตกแต่งเรือพนมพระด้วยลวดลายกนกแบบไชยา สะท้อนความสามัคคีและการใช้ทักษะเชิงช่างชั้นสูง
วันสารทเดือนสิบ: การทำบุญด้วย "ขนมลา ขนมพอง" ไม่ใช่แค่การไหว้บรรพบุรุษ แต่เป็นกุศโลบายสอนเรื่องความกตัญญูและการแบ่งปันภายในชุมชน
3. ภูมิปัญญาพื้นบ้านในรั้ววัด
พิพิธภัณฑ์มีชีวิต: การเก็บรักษาเครื่องมือกสิกรรมโบราณไว้ที่วัดควนเจดีย์ เป็นการสอนหลักธรรมเรื่อง "สัมมาอาชีวะ" (การประกอบอาชีพชอบ) ให้คนรุ่นหลังเห็นความเหนื่อยยากและความเพียรของบรรพบุรุษ
สมุนไพรและการรักษา: วัดเป็นแหล่งรวบรวมตำรายาพื้นบ้านและการใช้สมุนไพรจากเขาสายสมอ เพื่อดูแลสุขภาพคนในชุมชนตามวิถีพุทธ
4. พุทธศิลป์ถิ่นไชยา
ลายดอกพิกุล: การปรากฏลายดอกพิกุลบนจีวรพระประธาน สะท้อนภูมิปัญญาการออกแบบที่นำดอกไม้ท้องถิ่นมาสร้างสรรค์เป็นพุทธศิลป์ เพื่อแสดงถึงความบริสุทธิ์และศรัทธาที่ละเอียดอ่อน
✨ สรุปวิถีธรรม วิถีทุ่ง
วิถีชีวิตของชาวตำบลทุ่งคือ "การใช้ธรรมะนำทางปัญญา" โดยมีวัดเป็นทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล และหอจดหมายเหตุชุมชน ทำให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นไม่สูญหายไปตามกาลเวลา

- บทเรียนสรุปที่เน้นการลงมือทำ ฝึกให้ผู้เรียนสามารถบอกเล่าเรื่องราวของวัดควรเจดีย์ให้แก่ผู้มาเยือนได้อย่างถูกต้อง เรียนรู้วิธีการดูแลรักษาความสะอาดและปกป้องโบราณสถานในฐานะ "สมบัติของแผ่นดิน" พร้อมทั้งการวางแผนจัดกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมให้วัดเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชนอย่างยั่งยืน
🧒 ยุวมัคคุเทศก์วัดควนเจดีย์: พลังเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่
"เล่าเรื่องอดีต รังสรรค์ปัจจุบัน สืบสานสู่อนาคต"
🌟 บทบาทหน้าที่ของยุวมัคคุเทศก์
ทูตวัฒนธรรม: บอกเล่าประวัติวัดควนเจดีย์และตำนานเขาสายสมอให้แก่นักท่องเที่ยว
ผู้นำชมพิพิธภัณฑ์: อธิบายที่มาและความสำคัญของโบราณวัตถุและภูมิปัญญาพื้นบ้านตำบลทุ่ง
สื่อกลางคนรุ่นใหม่: ใช้โซเชียลมีเดียในการประชาสัมพันธ์วัดและกิจกรรมทางศาสนาให้เป็นที่รู้จัก
🤝 จิตอาสาและผู้เฝ้ารักษา (The Guardians)
การดูแลวัดไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นภารกิจของชาวตำบลทุ่งทุกคน
1. การสืบสาน (Legacy)
เรียนรู้จากผู้เฒ่า: เยาวชนเข้ามาศึกษาข้อมูลจากผู้สูงอายุในชุมชน เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์มุขปาฐะ (เรื่องเล่าปากเปล่า) สูญหาย
ถ่ายทอดทักษะ: ฝึกฝนการเป็นมัคคุเทศก์ร่วมกับโรงเรียนในพื้นที่ เพื่อสร้างความภาคภูมิใจในรากเหง้า
2. การเฝ้ารักษา (Protection)
เฝ้าระวังโบราณสถาน: ช่วยกันสอดส่องดูแลไม่ให้มีการทำลายหรือบุกรุกพื้นที่เจดีย์เก่าและเขตโบราณคดี
รักษาความสะอาด: กิจกรรม "บิ๊กคลีนนิ่งเดย์" โดยกลุ่มเยาวชนจิตอาสา เพื่อคงความสัปปายะ (ความสงบร่มรื่น) ของวัด
3. การแบ่งปัน (Sharing)
มัคคุเทศก์น้อยอาสา: เปิดรับนักเรียนจากตำบลทุ่งมาฝึกหัดในช่วงวันหยุดหรือเทศกาล
จิตอาสานำทาง: บริการนำชมฟรีด้วยรอยยิ้มและมิตรภาพ สะท้อนน้ำใจชาวไชยา
❤️ หัวใจของยุวมัคคุเทศก์
"เราไม่ได้เพียงแค่บอกเล่าประวัติศาสตร์ แต่เรากำลังทำให้ประวัติศาสตร์ของวัดควนเจดีย์ยังคงมีชีวิตอยู่เสมอ"
📋 ข้อแนะนำสำหรับน้องๆ ยุวมัคคุเทศก์:
บุคลิกดี: ยิ้มแย้มแจ่มใส พูดจาฉะฉาน
รู้จริง: ศึกษาประวัติวัดและโบราณวัตถุให้แม่นยำ
มีใจรัก: ทำด้วยความภาคภูมิใจในบ้านเกิด
คุณต้องการให้จัดทำเป็น "คู่มือการนำชม" สั้นๆ หรือ "สคริปต์พูด" สำหรับน้องๆ ยุวมัคคุเทศก์เพื่อใช้ฝึกซ้อมไหมครับ? บอกผมได้เลยนะ!
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

สืบสานพุทธศิลป์ ถิ่นวัฒนธรรมวัดควรเจดีย์ (20 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/20 ข้อ สืบสานพุทธศิลป์ ถิ่นวัฒนธรรมวัดควรเจดีย์
1 วัดควนเจดีย์ ตั้งอยู่บนเนินเขาที่มีชื่อเรียกว่าอะไร
2 คำว่า "ควน" ในชื่อวัดควนเจดีย์ มีความหมายตามภาษาถิ่นภาคใต้ว่าอย่างไร
3 นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าวัดควนเจดีย์สร้างขึ้นในสมัยใดเป็นหลัก
4 วัดควนเจดีย์ตั้งอยู่ในเขตการปกครองระดับตำบลใด
5 ความสูงของพื้นที่ตั้งวัดควนเจดีย์อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณกี่เมตร
6 ลักษณะเด่นของพระประธานในพระอุโบสถวัดควนเจดีย์คืออะไร
7 เจดีย์โบราณบนยอดวัดควนเจดีย์มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมแบบใด
8 หลักฐานทางโบราณคดีใดที่บ่งบอกถึงความเชื่อมโยงกับอารยธรรมศรีวิชัยในบริเวณนี้
9 "อิฐ" ที่พบในฐานโบราณสถานของวัดมีลักษณะเด่นอย่างไร
10 การสร้างศาสนสถานบนที่สูงตามความเชื่อสมัยศรีวิชัยเปรียบเสมือนการจำลองสถานที่ใด
11 สถานที่ใดในวัดควนเจดีย์ที่ใช้รวบรวมเครื่องมือเครื่องใช้โบราณของชาวตำบลทุ่ง
12 การตั้งวัดอยู่บนที่สูงนอกจากเหตุผลทางศาสนาแล้ว ในอดีตมีประโยชน์ในด้านใด
13 ลวดลาย "ดอกพิกุล" บนพระประธานสะท้อนถึงภูมิปัญญาด้านใด
14 ประเพณีใดของชาวตำบลทุ่งที่แสดงถึงความสามัคคีและศรัทธาต่อพุทธศาสนาอย่างเด่นชัด
15 การรักษาพื้นที่ป่ารอบวัดควนเจดีย์ถือเป็นการใช้หลักธรรมใดในการดูแลชุมชน
16 "ยุวมัคคุเทศก์" ของวัดควนเจดีย์มีบทบาทสำคัญอย่างไร
17 คุณสมบัติสำคัญที่สุดของ "ผู้เฝ้ารักษา" โบราณสถานคือข้อใด
18 การศึกษารวบรวมประวัติแบบ "มุขปาฐะ" หมายถึงสิ่งใด
19 เป้าหมายสูงสุดของการสืบสานประวัติวัดควนเจดีย์คืออะไร
20 หากพบนกหรือสัตว์ป่าในเขตวัดควนเจดีย์ ยุวมัคคุเทศก์ควรแนะนำอย่างไร
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /20 ข้อ