1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

ผ้าไหมพุมเรียง – มรดกภูมิปัญญาแห่งไชยา

แหล่งเรียนรู้: กลุ่มทอผ้าบ้านพุมเรียง(ร้านวรรม๊ะไหมไทย)

รายละเอียดหลักสูตร

เป็นหลักสูตรที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการทอผ้าไหมพุมเรียง ซึ่งเป็นศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านอันทรงคุณค่าของอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยผสมผสานองค์ความรู้ดั้งเดิมกับเทคโนโลยีและแนวคิดการออกแบบร่วมสมัย เพื่อให้ผู้เรียนสามารถสร้างสรรค์ผลงานผ้าไหมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและต่อยอดเป็นอาชีพได้อย่างยั่งยืน

จำนวนชั่วโมงเรียน
10.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
80%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

ผ้าไหมพุมเรียง – มรดกภูมิปัญญาแห่งไชยา

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

ผ้าพุมเรียง เป็นผ้ายกที่มีลวดลายสวยงามและมีเอกลักษณ์ต่างไปจากผ้ายกของภาคอื่นๆ กล่าวคือ มีการทอยกดอกด้วยไหม หรือ ดิ้นเงิน ดิ้นทอง ในสมัยโบราณจะมีการใช้วัตถุดิบทั้งฝ้ายและไหม โดยแบ่งออกเป็นผ้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ทอโดยใช้ฝ้าย และผ้าที่ใช้ในงานหรือพิธีการต่างๆ จะทอโดยใช้ไหม
การทอผ้าพุมเรียง เป็นศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านภาคใต้ของตำบลพุมเรียง อำเภอไชยา จังหวัด สุราษฎร์ธานี โดยชาวไทยมุสลิม ที่อพยพมาจากเมืองสงขลา เมืองปัตตานีและเมืองไทรบุรี ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากชาวมลายูในหมู่เกาะอินโดนีเซีย เป็นผู้นำความรู้กระบวนการทอผ้าติดตัวมาด้วย ผ่านถ่ายทอดสืบต่อกันมาด้วยวิธีการสังเกต จดจำ และทดลองปฏิบัติทอจริงโดยไม่มีการจดบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ได้รับการสั่งสมภูมิปัญญาและสืบทอดกันมาสู่อนุชนรุ่นหลัง เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป ในความสวยงามของลายผ้าและความประณีตของฝีมือการทอผ้า ซึ่งมีลักษณะเด่นแตกต่างไปจากผ้าทอของภูมิภาคอื่นๆ เช่น การทอยกดอกด้วยไหม และดิ้น ผ้ายกชุดหน้านาง ผ้ายกดอกถมเกสร และผ้ายกดอกลายเชิง เป็นต้น โดยถือว่าการทอผ้าเป็นหน้าที่ของผู้หญิงทั้งชาวไทยพุทธและไทยมุสลิม ที่จะต้องเตรียมไว้ใช้สอยในครอบครัว โดยเฉพาะหญิงสาวที่จะออกเรือนจำเป็นจะต้องเรียนรู้วิธีการทอผ้า เพื่อเตรียมไว้ใช้ในการแต่งงาน เช่น ผ้านุ่ง ผ้าห่ม และเครื่องใช้ต่างๆ ที่ทำด้วยผ้า ดังนั้น การมีฝีมือในการทอผ้าจึงเป็นการแสดงถึงความเป็นกุลสตรี
“พิพิธภัณฑ์ผ้าไหมบ้านพุมเรียง” ก่อตั้งขึ้นจากความตั้งใจของนางหวันม๊ะ (ครูหวันม๊ะ ครูศิลป์ของแผ่นดิน 2) ที่จะสืบสานและส่งต่อศิลปะวัฒนธรรมการทอผ้าไหมพุมเรียงที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานไว้ให้กับคนรุ่นหลังที่สนใจศึกษาเรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ผ่านผืนผ้าไหมพุมเรียงอันมีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว โดยเอกลักษณ์ของผ้าพุมเรียงคือ โบราณผ้ายก ซึ่งในอดีตนิยมใช้ในงานแต่งงาน งานบวช มีการนำผ้าพุมเรียงไปตัดเป็นชุดเจ้าสาว ตัดจีบหน้านาง สีสันและลวดลายของผ้าพุมเรียงจะเด่นกว่าที่อื่น เป็นผ้ายกดิ้นเงิน ดิ้นทอง สีจะเข้มเห็นลวดลายชัดเจน ลวดลายที่ยกดิ้นทำให้เด่น มีการยกไหมสลับดิ้น ซึ่งลายราชวัตรโคมอันเป็นผ้ายกพุมเรียงเมืองไชยาถูกยกให้เป็นลายผ้าอัตลักษณ์ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี
“พิพิธภัณฑ์ผ้าไหมบ้านพุมเรียง” ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังร้านวรรม๊ะไหมไทย ตำบลพุมเรียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงผ้าไหมลวดลายต่างๆ อาทิ ลายราชวัตรโคมใหญ่ ลายพุ่มข้าวบิณฑ์ ลายพิกุลล้อม ลายสร้อยดอกหมาก ลายดอกมะลิ ลายสร้อยแสงจันทร์ ลายดั้งเดิมของลายยกเบ็ดซึ่งเป็นผ้าที่มีอายุกว่า 150 ปี ซึ่งถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงกี่ทอผ้าสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 วัสดุและอุปกรณ์ในการทอผ้าสมัยโบราณไว้ให้ชมอีกด้วย

ผ้าพุมเรียงนับเป็นศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน ที่มีความผูกพัน และสืบทอดมาจากบรรพบุรุษสู่รุ่นลูกหลาน และจากการที่เป็นเมืองท่าผ่านไปยังดินแดนอื่น เป็นเมืองเศรษฐกิจ ซึ่งมีหลายเชื้อชาติได้เดินทางผ่านมาและได้นำภูมิปัญญาการทอผ้ามาเผยแพร่ และผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเดิม กลายเป็นอารยะธรรมของชาวพุมเรียง ซึ่งคงความเป็นเอกลักษณ์แห่งผ้าทอซึ่งแตกต่างจากภาคอื่นๆ มีความสวยงาม ความประณีต มีคุณค่า โดยเฉพาะการทอผ้าไหม ผ้ายกดิ้นเงิน ดิ้นทอง
ประเภทของผ้าพุมเรียง แบ่งเป็น 3 ประเภท คือผ้าทอพุมเรียงประเภทผ้าฝ้าย ผ้าไหมพุมเรียง และผ้าไหมปนฝ้าย
ลวดลายเก่าซึ่งเป็นลายดั้งเดิมที่นิยม กันมาแต่เก่าก่อน เช่น ลายยกเบ็ด ลายดอกพิกุล ลายคชสีห์ ลายราชสีห์ ลายครุฑ ลายกินรี ลายเทพพนม ลายเบญจรงค์ ลายศรีวิชัย ลายกริช ลายโบตั๋น ลายราชวัตร ลายก้านต่อดอก ลายผ้ายกเชิงครุฑ และลายนพเก้า ช่างทอผ้าที่ตำบลพุมเรียง จะมีลวดลายต้นแบบที่ใช้เป็นตัวอย่างเก็บดอกผ้าเรียกว่า “ครูผ้า” อาจจะเป็นผ้าที่ปักด้วยไหม เป็นลวดลายต่างๆ หรือเศษผ้ายกที่ช่างทอเก็บไว้แต่เดิม
กรรมวิธีการทอผ้าพุมเรียง ใช้เทคนิคกรรมวิธีที่เรียกว่า ยกดอก คือ เทคนิคการทอผ้าให้เกิดลวดลาย ใช้วิธีเก็บตะกอลายเช่นเดียวกับการทอขิด โดยการยกตะกอ เพื่อแยกเส้นด้ายยืน ให้ด้ายเส้นพุ่งผ่านไปเฉพาะเส้น จะยกครั้งละกี่เส้นก็ได้ แล้วแต่ลวดลาย ที่กำหนดเอาไว้ เมื่อทอพุ่งกระสวยไปมาควบคู่กับการยกตะกอ จะเกิดเป็นลวดลายนูนขึ้นจากผืนผ้า ด้ายเส้นพุ่งนิยมใช้ดิ้นเงิน ดิ้นทองเพื่อเพิ่มความงดงาม

ผ้าไหมทอบ้านพุมเรียงเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งชุมชน ที่สะท้อนให้เห็นถึงศิลปหัตถกรรมการทอผ้าของกลุ่มคนไทยมุสลิมในภาคใต้ ตำบลพุมเรียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานีผ้าทอบ้านพุมเรียงสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน จนเป็นที่ยอมรับว่าผ้าไหมทอจากชุมชนพุมเรียงมีลวดลายที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เนื่องจากเกิดจากภูมิปัญญาของคนทอแต่ละคนและแม้ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนไป แต่ผ้าทอบ้านพุมเรียงก็ยังคงเอกลักษณ์เอาไว้ไม่เปลี่ยนและมีผ้าทอหลากหลายลวดลาย ไม่ว่าจะเป็นลลายดอกพิกุล ดอกมะลิ ดอกราชวัตร ลายเครือวาล ลายสร้อยแสงจันทร์ แสงจันทร์และดอกมะยม ความโดดเด่นคือผ้ายกพุมเรียงคือผ้าไหมที่ทอยกลวดลายให้สูงกว่าเนื้อผ้า คำว่ายกมาจากลักษณะการทอเส้นด้ายที่เชิดขึ้น เรียกว่า “เส้นยก” สำหรับเส้นด้ายที่จมลงเรียกว่า “เส้นข่ม” แล้วพุ่งกระสวยไปในระหว่างกลางถ้าจะให้เกิดลายก็เลือกยกบางเส้นและข่มบางเส้นทอให้เกิดลวดลายขึ้นจึงเรียกว่า “ผ้ายก” อีกหนึ่งความน่าสนใจของผ้าทอชุมชนบ้านพุมเรียงคือลักษณะการถ่ายทอดวิชาความรู้เรื่องการทอผ้าสู่คนรุ่นหลังเป็นวิธีการธรรรมชาติ เป็นความเคยชิน เกิดจากการสังเกต ส่วนมากจะเป็นเด็กผู้หญิงที่จะเริ่มช่วยทางบ้านทอผ้าโดยจะเริ่มหัดทอผ้าตั้งแต่เด็ก ซึ่งเอกลักษณ์ของการทอผ้าคือไม่มีเทคนิคขั้นตอนที่ตายตัว ไม่มีตำราหรือไม่มีบันทึกที่เป็นลายลักษณ์อักษร ต้องอาศัยการสอนจากผู้ใหญ่และการสังเกต เรียนรู้และลงมือทำ ฝึกไปเรื่อย ๆ และถ่ายทอดกันไปเรื่อย ๆ จากรุ่นสู่รุ่น เรียกได้ว่าเป็นการเก็บรักษาวิชาและศิลปะการทอผ้าให้คงอยู่

ชมการทอผ้าลายโบราณที่สวยงามของครอบครัวหวันมุดา ซึ่ง “หวันดารา–มารียะ หวันมุดา” สองพี่น้องได้ร่วมกันอนุรักษ์สืบทอดการทอผ้าแนวอนุรักษ์ ลายราชสีห์เข้าถ้ำ, ลายบุตรน้ำเพชร, ลายสร้อยดอกหมาก, ลายพระธาตุไชยา และลายคชสีห์ เป็นต้น ทั้งคู่เล่าว่า กี่ที่ใช้ทอนี้เป็นกี่โบราณตั้งแต่สงครามโลก ครั้งที่ 2 มีตะกอ 250 ตะกอ หรือมีความยาวประมาณกว่า 2 หลา เท่ากับผืนผ้าที่ทอ ลายทอต่างๆนั้น จะแกะจากตัวอย่างผ้าที่แม่ได้ทอทิ้งเอาไว้ ผืนหนึ่งใช้เวลาทอ 2-3 เดือน
การทอผ้าไหมพุมเรียงแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ
๑. ผ้าฝ้าย ซึ่งจะทอไว้ในชีวิตประจําวัน ได้แก่ ผ้านุ่ง ผ้าห่ม ผ้าพื้น ผ้าตา ผ้าริ้ว ผ้าขาวม้า ซึ่งต้องการความทนทาน ส่วนใหญ่จึงมักใช้ฝ้ายเป็นวัสดุ
๒. ผ้าไหมหรือฝ้ายแกมไหม เป็นผ้าทอยกดอกลวดลายสวยงามใช้มุ่งในงานพิธีต่าง ๆ ผ้าชนิดนี้จะทอเฉพาะผู้สั่งทําเท่านั้น ไม่มีขายในท้องตลาด เป็นผ้าทอยกดอกลวดลายสวยงาม
เส้นไหมที่ใช้ทอผ้าไหมพุมเรียง แบ่งตามลักษณะและคุณภาพของเส้นไหมได้ ๓ ระดับ คือ
๑. ไหมหนึ่งหรือไหมน้อย เป็นไหมที่มีคุณภาพดีที่สุด ลักษณะของเส้นไหมเล็กละเอียด เป็นนวลสวยงาม ใช้เป็นไหมเส้นยืนในการทอผ้า
๒. ไหมสองหรือไหมกลาง เป็นไหมที่มีคุณภาพรองลงมา เส้นไหมจะมีลักษณะหยาบ เป็นกปุ่มปมบ้างเล็กน้อยเส้นจะโตกว่าไหมหนึ่ง นิยมใช้เป็นเส้นพุ่งในการทอเนื้อละเอียด
๓. ไหมสามหรือไหมใหญ่ เป็นไหมที่มีคุณภาพต่ําสุด เส้นไหมจะหยาบและเส้นใหญ่กว่าไหมลอง ใช้เป็นเส้นพุ่งเนื้อของผ้าเมื่อทอเสร็จแล้วจะหยาบกว่าผ้าไหมชนิดอื่น
เทคนิคการผลิตที่เป็นเอกลักษณ์
เทคนิคการผลิตที่เป็นเอกลักษณ์ของผ้าไหมพุมเรียงคือลวดลายผ้า ช่างทอผ้าที่ตําบลพุมเรียงมีแบบลวดลายผ้าที่ใช้เป็นตัวอย่างการเก็บตอก เรียกว่า "ครูผ้า” ซึ่งได้แก่ ผ้าปักด้วยไหม เป็นรูปลวดลายต่างๆ ซึ่งจะใช้เป็นแบบสําหรับทอผ้าดอก เช่น ผ้าปักลาย โคมเพชร ที่นางแม้ะเหรียม หวันมุดา ปักเมื่ออายุ ๑๘ ปี เพื่อเป็นแบบ ผ้าทอขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งเสด็จ ประพาลตําบลพุมเรียง เมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๗๒ และยังปักลวดลายอื่นๆ ไว้ เป็นแบบ เช่น ลายราชสีห์เข้าถ้ํา ลายกินนร ฉายข้าง ลายครุฑ ลายนกยูง และลายตกแต่งริมผ้าอีกหลายลาย นอกจากนี้ “ครูผ้า” ยังหมายถึงเศษผ้าทอยกดอกที่ช่างทอผ้าทอไว้แต่เติมหรือได้รับจากที่อื่นแล้วรักษาไว้เพื่อเก็บเป็นแบบลายดอกสําหรับทอผ้าครั้งต่อไป ช่างทอผ้าที่ตําบลพุมเรียงมีแบบลวดลายผ้าใช้เป็นตัวอย่างการเก็บดอกเรียกว่า “ครูผ้า” ซึ่งมาจาก ๒ ประเภท คือ
๑. จากเศษผ้าทอยกดอกดั้งเดิมที่เก็บรักษาไว้
๒. ประดิษฐ์ขึ้นแล้วมักเป็นลวดลายต่าง ๆ ไว้เป็นต้นแบบทอยกดอก
ลวดลายผ้าไหมพุมเรียง
ลวดลายผ้าไหมพุมเรียงแบ่งได้เป็น ๓ ประเภท ประกอบด้วย
๑. ลายดอกไม้ ได้แก่ ดอกพิกุล ดอกพิกุลคู่ ดอกกุหลาบ ดอกบุหงา ดอกโบตั๋น ดอกเบี้ยวกระแต ดอก แก้ว ดอกมะลิ ดอกก้านแย่ง ก้านในดอก ดอกลอย ดอกจม ลายเครือวัลย์ (เครือเถาว์) เป็นต้น สำหรับลายดอกพิกุลเป็นลวดลายผ้าโบราณที่มีการ ออกแบบสําหรับทอผ้ายกลําพูนในอดีต ซึ่งต่อมาได้ มีการออกแบบลวดลายดอกพิกุลที่หลากหลายขึ้น เช่น พิกุลเครื่อ พกลมขอบ พักลก้านแย่ง พิกุลเข้า ใหญ่ ศึกลถมเกสร พิกุลเล็ก พิกุลใหญ่ พิกุลสมเด็จ และทุกลกลม เป็นต้น ซึ่งแต่ละลวดลายจะมีรูปแบบ ที่แตกต่างกัน
๒. ลายสัตว์ ได้แก่พญาครุฑ ราชสีห์เข้าถ้ำ ขี้หนอน (กินนร ) ราชสีห้ ช้าง แมลงวัน นกยูง ปลาตะเพียน หูช้าง ลูกปลา เป็นต้น การทอแบบลายสัตว์ทั้งนี้เพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ของความยําเกรง ความหยิ่งผยองความมีศักดิ์ศรี ซึ่งชาวบ้านจะมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ จึงได้นําเอาลายเสื้อมาทอเป็นลายของผ้าขึ้น
๓. เบ็ดเตล็ด ได้แก่ราชวัตรโคม หรือราชวัตรดอกใหญ่ ราชวัตรเล็ก (ราชวัตรดอกเล็ก ) ดอกใหญ่ล้อมแมลงวัน โคมเพชรขอเทพ น้ำไหลพุมเรียง ข้าวหลามตัด ยอดแหลม ก้างปลา สหไทย ยกเป็ด เป็นต้น

แนวทางการอนุรักษ์ผ้าไหมพุมเรียง
การสืบทอดภูมิปัญญา
- ใช้วิธีการเรียนรู้แบบดั้งเดิม คือการสังเกตและฝึกปฏิบัติจริงจากผู้ใหญ่ โดยไม่มีตำราบันทึก แต่เป็นการถ่ายทอดรุ่นต่อรุ่น
- เด็กหญิงในชุมชนเริ่มหัดทอผ้าตั้งแต่อายุยังน้อย เพื่อเตรียมความพร้อมในการใช้ผ้าในครอบครัวและงานพิธีกรรม

การจัดตั้งกลุ่มทอผ้า
- มีการรวมกลุ่มสตรีทอผ้า เช่น “กลุ่มผ้าไหมพุมเรียง” เพื่อสร้างความเข้มแข็งในชุมชนและเป็นศูนย์กลางการอนุรักษ์
- กลุ่มเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากโครงการ หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ทำให้ผ้าไหมพุมเรียงเป็นสินค้าขึ้นชื่อของจังหวัดสุราษฎร์ธานี

โครงการวิจัยและพัฒนา
- มีโครงการวิจัยโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้และอนุรักษ์การทอผ้าไหมพุมเรียงอย่างเป็นระบบ

แนวทางการพัฒนา
การออกแบบร่วมสมัย
- นำลวดลายดั้งเดิม เช่น ลายพิกุล ลายราชวัตร มาประยุกต์เข้ากับแฟชั่นและผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น กระเป๋า เนคไท ผ้าพันคอ และของที่ระลึก

การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
- บ้านพุมเรียงและแหลมโพธิ์ถูกพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวสามารถชมการทอผ้าและซื้อผลิตภัณฑ์โดยตรงจากชุมชน

การสร้างรายได้และความภาคภูมิใจ
- การทอผ้าไหมพุมเรียงไม่เพียงแต่รักษามรดกทางวัฒนธรรม แต่ยังช่วยสร้างรายได้ให้ครัวเรือนและสร้างความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาท้องถิ่น

การอนุรักษ์และพัฒนาผ้าไหมพุมเรียงจึงเป็นการผสมผสานระหว่าง การรักษาภูมิปัญญาดั้งเดิม กับ การสร้างนวัตกรรมใหม่ เพื่อให้ผ้าไหมพุมเรียงยังคงเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีชีวิต และเป็นสินค้าที่สร้างรายได้และชื่อเสียงให้กับชุมชนไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานีต่อไป
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

ผ้าไหมพุมเรียง – มรดกภูมิปัญญาแห่งไชยา (20 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/20 ข้อ ผ้าไหมพุมเรียง – มรดกภูมิปัญญาแห่งไชยา
1 ตำบลพุมเรียงตั้งอยู่ในอำเภอใด
2 อาชีพหลักของชาวบ้านพุมเรียงคืออะไร
3 ลักษณะเด่นของผ้าไหมพุมเรียงคืออะไร
4 ผ้ายกที่มีชื่อเสียงของพุมเรียง ได้แก่ข้อใด
5 ชาวไทยมุสลิมในพุมเรียงสืบเชื้อสายมาจากที่ใด
6 ผ้าไหมพุมเรียงที่ใช้ในชีวิตประจำวันส่วนใหญ่ทำจากวัสดุใด
7 ผ้าที่ใช้ในงานพิธีกรรมต่าง ๆ นิยมทอด้วยวัสดุใด
8 ในสมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม มีการส่งเสริมให้ประชาชนทำอะไร
9 เหตุผลที่การทอผ้าในพุมเรียงซบเซาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 คืออะไร
10 ผ้าไหมพุมเรียงได้รับการคัดเลือกให้เป็นผลิตภัณฑ์ดีเด่นตามนโยบายใด
11 แหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่อยู่ใกล้ตำบลพุมเรียงคืออะไร
12 ใครเป็นผู้ริเริ่มการสอนทอผ้าด้วยกี่กระตุกในพุมเรียง
13 ผ้าฝ้ายที่ทอในชีวิตประจำวันนิยมใช้ทำอะไร
14 ผ้าไหมพุมเรียงที่ใช้ในงานพิธีต่าง ๆ มีลักษณะอย่างไร
15 การทอผ้าไหมพุมเรียงแบบโบราณใช้เครื่องมือใด
16 ผ้ายกพุมเรียงมีความหมายของคำว่า “ยก” คืออะไร
17 การถ่ายทอดความรู้การทอผ้าไหมพุมเรียงสู่คนรุ่นหลังทำอย่างไร
18 ผ้าไหมพุมเรียงสามารถนำไปทำผลิตภัณฑ์ใดบ้าง
19 เหตุผลที่ผ้าไหมพุมเรียงควรค่าแก่การอนุรักษ์คืออะไร
20 ใครคือบุคคลสำคัญที่สร้างชื่อเสียงการทอผ้ายกดอกในยุคต้น
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /20 ข้อ