1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

วัดประตูใหญ่ ประเพณีชักพระบก

แหล่งเรียนรู้: วัดประตูใหญ่ ประเพณีชักพระบก

รายละเอียดหลักสูตร

การส่งเสริมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาท้องถิ่น: ประเพณีชักพระบก วัดประตูใหญ่

จำนวนชั่วโมงเรียน
1.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
60%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

วัดประตูใหญ่ ประเพณีชักพระบก

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

ประวัติของ ประเพณีชักพระบก วัดประตูใหญ่ มีความลึกซึ้งและยาวนาน โดยสามารถสรุปแยกเป็นประเด็นสำคัญดังนี้
1. ต้นกำเนิดและอายุสมัย (The Origin)
• อายุกว่า 300-500 ปี: สันนิษฐานว่าเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนกลางถึงตอนปลาย โดยเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ตกทอดจากบรรพบุรุษชาวเสวียดรุ่นต่อรุ่น
• ความเชื่อเรื่อง "แม่เจ้าเซียด": ประเพณีนี้มีความผูกพันอย่างแนบแน่นกับตำนานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำตำบล ซึ่งเชื่อกันว่าท่านเป็นผู้ปกปักรักษาพื้นที่และดลบันดาลความอุดมสมบูรณ์ให้กับชุมชน
2. อัตลักษณ์ที่แตกต่าง (Unique Tradition)
• ทำไมต้อง "ชักพระบก"?: ในสมัยก่อนพื้นที่ตำบลเสวียดมีลักษณะเป็นที่ราบลุ่มและมีโคลนตมมาก การเคลื่อนย้ายเรือพนมพระจึงไม่สามารถใช้ล้อเลื่อนได้สะดวก ชาวบ้านจึงใช้การ "ลากพระด้วยแรงคน" ผ่านพื้นดินและโคลนทุ่งนาโดยตรง
• ทำไมต้อง "วันวิสาขบูชา"?: โดยปกติประเพณีชักพระของภาคใต้จะจัดในวันออกพรรษา (เดือน 11) แต่ที่วัดประตูใหญ่จัดใน วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี เพราะสอดคล้องกับ "พิธีขอฝน" ก่อนเริ่มฤดูกาลทำนา
3. กุศโลบายและวิถีชุมชน (Community Wisdom)
• การเตรียมหน้าดิน: การที่ชาวบ้านจำนวนมากช่วยกันลากเรือพระผ่านทุ่งนาหมู่ที่ 1 เปรียบเสมือนการช่วยกันเหยียบย่ำดินโคลนให้พร้อมสำหรับการปักดำในฤดูกาลถัดไป
• พลังแห่งความสามัคคี: การลากพระบกผ่านอุปสรรคทั้งดินเลนและระยะทางที่ยากลำบาก ต้องใช้คนจำนวนมากที่ต้องออกแรงพร้อมกัน เป็นการสร้างความรักและความผูกพันในหมู่คณะที่ไม่มีสิ่งใดมาทดแทนได้
4. เส้นทางประวัติศาสตร์
• เริ่มตั้งขบวนที่ วัดประตูใหญ่ (หมู่ที่ 1) แล้วชาวบ้านจะร่วมกันลากเรือพนมพระมุ่งหน้าไปยัง วัดท่าเสวียด ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร
• ตลอดสองข้างทางจะมีการละเล่นพื้นบ้าน การรำกลองยาว และการเล่นโคลน ซึ่งเป็นสีสันที่ทำให้ประเพณีนี้ดูมีชีวิตชีวาและสนุกสนาน
ประวัติความเป็นมา

ในเชิงภูมิศาสตร์และกายภาพ วัดประตูใหญ่ หมู่ที่ 1 ตำบลเสวียด มีลักษณะที่เอื้อต่อการเกิดประเพณีชักพระบกเพียงแห่งเดียวในโลกได้อย่างน่าสนใจครับ ผมขอสรุปตามหัวข้อสำคัญดังนี้
1. ภูมิประเทศ (Topography)
• พื้นที่ลุ่มต่ำ (Lowland): พื้นที่บริเวณตำบลเสวียด โดยเฉพาะหมู่ที่ 1 เป็นที่ราบลุ่มริมคลองเสวียด ซึ่งในอดีตจะมีน้ำท่วมขังและเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำเกือบตลอดปี
• ลักษณะดินโคลน (Muddy Soil): ดินในพื้นที่เป็นดินเหนียวที่มีความละเอียดสูง เมื่อถึงช่วงต้นฤดูฝน (เดือน 6) ดินจะอ่อนตัวกลายเป็นโคลนตม เหมาะแก่การทำนา แต่ลำบากต่อการใช้ล้อเลื่อน จึงเป็นที่มาของการ "ลากพระบก" โดยใช้แรงคนดึงแทนการใช้ล้อ
2. โครงสร้างของเรือพนมพระ (Physical Structure of the Boat)
เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพทางกายภาพ เรือพระที่นี่จึงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว:
• ฐานแบบ "ตะเฆ่" (Sled Base): ฐานของเรือพนมพระจะไม่มีล้อ แต่ทำจากไม้ขนาดใหญ่ที่เหลาให้มีลักษณะโค้งมนคล้ายหัวเรือบก (เหมือนเลื่อน) เพื่อให้สามารถสไลด์ไปบนพื้นดินเลนได้สะดวก
• การประดับตกแต่ง: แม้ฐานจะเป็นเลื่อน แต่ด้านบนยังคงความสวยงามตามคตินิยมของภาคใต้ มีการทำพนมพระยอดแหลมสูงตระหง่าน ประดับด้วยลวดลายกนกและสีสันฉูดฉาด
3. เส้นทางเชิงกายภาพ (Learning Route)
• ระยะทาง: ประมาณ 1 กิโลเมตร จากวัดประตูใหญ่ไปถึงวัดท่าเสวียด
• อุปสรรคตามธรรมชาติ: เส้นทางไม่ได้เป็นถนนคอนกรีตราบเรียบทั้งหมด แต่ตัดผ่านพื้นที่การเกษตรและเรือกสวน ซึ่งสภาพพื้นผิวที่มีความหนืดของโคลนนี้เองที่เป็นเครื่องพิสูจน์ "พลังสามัคคี" ของชุมชน
ลักษณะทางกายภาพ

คุณค่าการเรียนรู้" (Learning Value) ของประเพณีชักพระบก วัดประตูใหญ่ ในมิติของงานส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ด้านหลัก ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และปัญญาชุมชนดังนี้ครับ:
1. คุณค่าทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี (Historical Value)
• การเชื่อมโยงรากเหง้า: เป็นการเรียนรู้ผ่าน "พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต" (Living Museum) ที่บอกเล่าเรื่องราวของตำบลเสวียดที่มีอายุกว่า 500 ปี ทำให้ผู้เรียนเข้าใจลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงปัจจุบัน
• การสืบทอดอัตลักษณ์: การศึกษาประวัติแม่เจ้าเซียดช่วยให้คนในพื้นที่เข้าใจ "ความเชื่อ" ที่เป็นจุดยึดเหนี่ยวจิตใจของบรรพบุรุษ ซึ่งเป็นรากฐานของความกตัญญูและการระลึกถึงบรรพชน
2. คุณค่าทางสังคมและความสามัคคี (Social & Collaborative Value)
• จิตวิญญาณแห่งความร่วมมือ (Social Capital): ชักพระบกคือบทเรียนเรื่อง "พลังหมู่" ที่แท้จริง เพราะไม่มีเทคโนโลยีใดมาแทนที่แรงคนลากในโคลนได้ ผู้เรียนจะได้เห็นคุณค่าของการทำงานเป็นทีม (Teamwork) และการเสียสละเพื่อส่วนรวม
• การละลายพฤติกรรม: ในสนามโคลนไม่มีการแบ่งแยกสถานะทางสังคม ทุกคนเลอะเท่ากัน และมีเป้าหมายเดียวกัน คือการลากเรือพระไปให้ถึงจุดหมาย นี่คือบทเรียนเรื่องความเท่าเทียมที่หาจากตำราไม่ได้
3. คุณค่าทางภูมิปัญญาและการปรับตัว (Intellectual & Adaptive Value)
• ปัญญาเหนือตะกอน (Local Wisdom): เรียนรู้การออกแบบ "เรือบก" (ตะเฆ่) ที่ไม่มีล้อแต่เคลื่อนที่บนโคลนได้ สะท้อนถึงความเข้าใจเรื่องแรงเสียดทานและสรีระทางภูมิศาสตร์
• การจัดการทรัพยากร: เรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่าง "ความเชื่อ" กับ "วิถีเกษตร" เช่น การกวนดินเลนให้พร้อมทำนา และการทำพิธีขอฝนในช่วงวิสาขบูชา ซึ่งเป็นบทเรียนด้านเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม
4. คุณค่าทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy Value)
• Soft Power ท้องถิ่น: การเรียนรู้ที่จะยกระดับประเพณี "หนึ่งเดียวในโลก" ให้กลายเป็นจุดขายทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างรายได้ให้กับคนในตำบลเสวียด

ประเพณีชักพระบกของตำบลเสวียด สืบทอดมานานหลายชั่วอายุคน ยึดถือวันวิสาขบูชา ที่ชาวบ้านทุกเพศทุกวัย ทุกอาชีพ ต่างพร้อมใจกันมาร่วมชักลากเรือพระบก ที่ไม่มีล้อเลื่อน ซึ่งในอดีตชักลากไปตามทุ่งนาก่อนฤดูเพาะปลูก ผ่านน้ำผ่านโคลน ทำให้ประชาชนต้องร่วมแรงชักลากพระลุยโคลน จนกลายเป็นประเพณีเล่นโคลนกันอย่างสนุกสนาน อีกทั้งยังมีการทำขนมจั้ง ขนมภูมิปัญญาโบราณ ซึ่งปีนี้มีชาวบ้านจาก 9 หมู่บ้านร่วมกันทำขนมจั้งร่วม 5000 ห่อ แจกให้ผู้ร่วมงานได้รับประทานตามประเพณีที่สืบทอดกันมา โดยหวังว่ากิจกรรมนี้จะเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมซอฟฟาวเวอร์ ที่จะสร้างความเข้มแข็งและดึงนักท่องเที่ยวเข้าสู่ขุมชน

สำหรับในกิจกรรม นอกจากชักพระบกแล้ว ยังมีการอัญเชิญ ห่มผ้าพระบรมสารีริกธาตุ ของยอดซุ้มวัดประตูใหญ่ ต.เสวียด อ.ท่าฉาง จ.สุราษฏร์ธานีมีมหรรสพทุกคืน การแสดงของแม่บ้าน ประกวดแม่หม้ายของแต่ละหมู่บ้าน นักร้องนักแสดง จากค่ายต่างๆ

พร้อมด้วยรดน้ำ บูรพาจารย์ทุกๆรูปของวัดประตูใหญ่ หลวงพ่อเหล็ก ที่ชาวบ้านเคารพนับถือ และมีกำหนดการชักลากพระบก เล่นโคลน ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชาโลก โดยจะลากพระจากวัดประตูใหญ่ มาวัดท่าเสวียด (วัดตาหลวงแดง) ทำการสมโภช 1 คืน แล้วช่วงเช้าชักลากกลับวัดประตูใหญ่ด้วยเส้นทางเดิม

1. การอนุรักษ์เชิงโครงสร้างและพิธีกรรม (Physical Conservation)
• การรักษารูปแบบ "ตะเฆ่": ส่งเสริมให้ช่างฝีมือรุ่นท้องถิ่นถ่ายทอดวิธีการสร้างฐานเรือพระแบบไม่มีล้อให้กับคนรุ่นใหม่ เพื่อคงเอกลักษณ์การลากพระบนโคลนที่ "หนึ่งเดียวในโลก"
• การฟื้นฟูเส้นทางประวัติศาสตร์: ประสานงานกับชุมชนหมู่ที่ 1 เพื่อรักษาพื้นที่ทุ่งนาและเส้นทางระหว่างวัดประตูใหญ่ไปยังวัดท่าเสวียด ไม่ให้ถูกเปลี่ยนสภาพจนไม่สามารถชักพระผ่านโคลนได้
2. การอนุรักษ์ผ่าน "คลังปัญญาดิจิทัล" (Digital Conservation)
• V-Lib Digital Archive: จัดเก็บสูตรการทำ "ขนมจั้ง" ของทั้ง 9 หมู่บ้านในรูปแบบวิดีโอและ E-Book เพื่อไม่ให้สูญหายไปพร้อมกับปราชญ์ชาวบ้าน
• Metadata of Faith: บันทึกประวัติ "หลวงพ่อเหล็ก" และ "แม่เจ้าเซียด" รวมถึงบทสวดและเพลงเรือที่ใช้ในงาน ให้เป็นฐานข้อมูลที่สืบค้นได้จากทั่วโลก
• AI-Enhanced History: ใช้ AI ช่วยจำลองภาพบรรยากาศงานในอดีตมาเปรียบเทียบกับปัจจุบัน เพื่อสร้างสื่อการเรียนรู้ที่น่าสนใจให้กับเด็กนักศึกษา สกร.
3. การอนุรักษ์เชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Soft Power Conservation)
• Branding เสวียด: ยกระดับประเพณีชักพระบกให้เป็น "เทศกาลท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม" ที่นักท่องเที่ยวสามารถมาสัมผัส "การเล่นโคลน" และชิม "ขนมจั้ง" โดยเน้นการสื่อสารผ่าน Social Media
• Local Souvenirs: พัฒนาผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาที่เกี่ยวข้อง เช่น โมเดลเรือพนมพระขนาดเล็ก หรือบรรจุภัณฑ์ขนมจั้งที่ทันสมัย (Modern Thai Fusion) เพื่อสร้างรายได้กลับสู่การจัดงานในปีต่อ ๆ ไป
4. การอนุรักษ์ผ่านกระบวนการเรียนรู้ (Educational Conservation)
• หลักสูตรท้องถิ่น: บรรจุเรื่องชักพระบกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร สกร. อำเภอท่าฉาง โดยใช้ระบบ Credit Bank ให้ผู้ที่มาร่วมลากพระหรือทำขนมจั้งสามารถสะสมแต้มการเรียนรู้ได้
• มัคคุเทศก์ดิจิทัล: อบรมเยาวชนในพื้นที่ให้เป็น "Digital Storytellers" เล่าเรื่องวัดประตูใหญ่ผ่าน TikTok หรือ Reels เพื่อให้เกิดกระแสการอนุรักษ์จากคนรุ่นใหม่เอง
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

วัดประตูใหญ่ ประเพณีชักพระบก (20 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/20 ข้อ วัดประตูใหญ่ ประเพณีชักพระบก
1 ประเพณีชักพระบก วัดประตูใหญ่ จัดขึ้นเป็นประจำในวันสำคัญ
2 วัดประตูใหญ่ ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านใดในตำบลเสวียด
3 ลักษณะเด่นที่สุดของเรือพนมพระที่วัดประตูใหญ่คืออะไร
4 ประเพณีชักพระบกที่เสวียดมีประวัติสืบทอดมายาวนานประมาณกี่ปี
5 มหรสพและการแสดงในงานชักพระบกมีกำหนดการจัดขึ้นในช่วงเวลาใด
6 ขนมมงคลที่ชาวบ้าน 9 หมู่บ้านร่วมกันทำแจกกว่า 5,000 ห่อคือขนมอะไร
7 เส้นทางชักลากเรือพระเริ่มต้นจากวัดประตูใหญ่ไปยัง วัดใด
8 "วัดตาหลวงแดง" เป็นชื่อเรียกขานอย่างไม่เป็น ทางการของวัดใดในตําบลเสวียด
9 กิจกรรมใดที่จัดขึ้นบนยอดซุ้มวัดประตูใหญ่เพื่อความเป็นสิริมงคล
10 บูรพาจารย์รูปสําคัญที่ชาวบ้านรดนํ้าขอพรคือท่าน ใด
11 ใครคือผู้มีบทบาทสำคัญในการชักลากพระลุยโคลน
12 การที่ชาวบ้านจาก "9 หมู่บ้าน" มาร่วมกันทำกิจกรรม สะท้อนถึงความสำเร็จในด้านใดมากที่สุด
13 การชักพระบกผ่านทุ่งนาและน้ำโคลนสื่อถึงเรื่องใดมากที่สุด
14 เมื่อชักลากพระไปถึงวัดท่าเสวียดแล้ว ขบวนจะพักค้างคืนเพื่อทำสิ่งใด
15 วัตถุประสงค์ของการผลักดันประเพณีนี้เป็น "ซอฟต์พาวเวอร์" คืออะไร
16 "ขนมจั้ง" ทำมาจากวัตถุดิบหลักชนิดใด
17 เส้นทางชักพระขากลับใช้วิธีการอย่างไร
18 ลักษณะภูมิอากาศและฤดูกาลในช่วงวันวิสาขบูชา ส่งผลต่อประเพณีชักพระบกอย่างไร
19 กำหนดการชักลากเรือพระบกกลับสู่วัดประตูใหญ่ มีขั้นตอนปฏิบัติอย่างไร
20 หัวใจสําคัญของประเพณีชักพระบกคืออะไร
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /20 ข้อ