1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

ตลาดน้ำประชารัฐบางใบไม้

แหล่งเรียนรู้: ตลาดน้ำประชารัฐบางใบไม้

รายละเอียดหลักสูตร

ตลาดน้ำประชารัฐบางใบไม้ หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ตลาดน้ำบางใบไม้" ตั้งอยู่ที่ตำบลบางใบไม้ อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่สะท้อนวิถีชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่ที่เรียกว่า "ในบาง" ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มริมแม่น้ำตาปีที่มีลำคลองเล็กคลองน้อยเชื่อมถึงกันนับร้อยสาย

นี่คือเสน่ห์และลักษณะเด่นที่ทำให้ตลาดน้ำแห่งนี้แตกต่างจากที่อื่นครับ:

1. บรรยากาศและวิถีชีวิต "ในบาง"
คำว่า "ในบาง" สื่อถึงชุมชนที่ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนมะพร้าวและป่าจาก การเดินทางมาที่นี่เปรียบเสมือนการย้อนเวลากลับไปสู่วิถีชีวิตริมน้ำที่เงียบสงบ พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่เป็นคนในชุมชนที่นำผลิตผลจากสวนและอาหารพื้นบ้านมาวางขาย ทั้งบนเรือพายและในซุ้มไม้ริมน้ำ

2. ไฮไลท์: อุโมงค์จาก
กิจกรรมที่เป็น "ซิกเนเจอร์" ของที่นี่คือการ นั่งเรือพายชมอุโมงค์จาก ซึ่งเป็นทางน้ำสายเล็กๆ ที่มีต้นจากขึ้นหนาแน่นทั้งสองฝั่ง และโน้มเข้าหากันจนดูเหมือนอุโมงค์ธรรมชาติยาวหลายร้อยเมตร บรรยากาศร่มรื่น เย็นสบาย และเป็นจุดถ่ายรูปที่นักท่องเที่ยวห้ามพลาด

3. อาหารและผลิตภัณฑ์ชุมชน
อาหารพื้นถิ่น: มีอาหารใต้รสชาติจัดจ้าน ขนมโบราณ เช่น ขนมโค ขนมด้วง และ เมี่ยงคำกลีบบัว ที่ใช้กลีบบัวหลวงแทนใบชะพลู

รักษ์โลก: ตลาดแห่งนี้เน้นการใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น กระบอกไม้ไผ่แทนแก้วน้ำ กะลามะพร้าว หรือกระทงใบตอง เพื่อลดการใช้พลาสติก

สินค้า OTOP: สินค้าเด่นคือ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าว เนื่องจากพื้นที่นี้เป็นแหล่งปลูกมะพร้าวที่สำคัญ

4. การเชื่อมโยงกับวัดบางใบไม้
ตลาดตั้งอยู่ติดกับ วัดบางใบไม้ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถแวะสักการะ "หลวงพ่อข้าวสุก" พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่สานด้วยไม้ไผ่และพอกด้วยข้าวสุกตามตำนานความเชื่อของชาวบ้าน เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเดินเที่ยวชมตลาด

5. ข้อมูลควรรู้สำหรับการเดินทาง
เวลาทำการ: เปิดเฉพาะ วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น.

การเดินทาง: อยู่ห่างจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีเพียงแค่ข้าม สะพานศรีตาปี มาไม่ถึง 5 นาที ก็จะเข้าสู่เขตชุมชนบางใบไม้ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่อีกโลกหนึ่งที่เต็มไปด้วยสีเขียวของต้นไม้

จำนวนชั่วโมงเรียน
1.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
60%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

ตลาดน้ำประชารัฐบางใบไม้

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

ตลาดน้ำประชารัฐบางใบไม้ หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ตลาดน้ำบางใบไม้" ตั้งอยู่ที่ตำบลบางใบไม้ อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่สะท้อนวิถีชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่ที่เรียกว่า "ในบาง" ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มริมแม่น้ำตาปีที่มีลำคลองเล็กคลองน้อยเชื่อมถึงกันนับร้อยสาย

นี่คือเสน่ห์และลักษณะเด่นที่ทำให้ตลาดน้ำแห่งนี้แตกต่างจากที่อื่นครับ:

1. บรรยากาศและวิถีชีวิต "ในบาง"
คำว่า "ในบาง" สื่อถึงชุมชนที่ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนมะพร้าวและป่าจาก การเดินทางมาที่นี่เปรียบเสมือนการย้อนเวลากลับไปสู่วิถีชีวิตริมน้ำที่เงียบสงบ พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่เป็นคนในชุมชนที่นำผลิตผลจากสวนและอาหารพื้นบ้านมาวางขาย ทั้งบนเรือพายและในซุ้มไม้ริมน้ำ

2. ไฮไลท์: อุโมงค์จาก
กิจกรรมที่เป็น "ซิกเนเจอร์" ของที่นี่คือการ นั่งเรือพายชมอุโมงค์จาก ซึ่งเป็นทางน้ำสายเล็กๆ ที่มีต้นจากขึ้นหนาแน่นทั้งสองฝั่ง และโน้มเข้าหากันจนดูเหมือนอุโมงค์ธรรมชาติยาวหลายร้อยเมตร บรรยากาศร่มรื่น เย็นสบาย และเป็นจุดถ่ายรูปที่นักท่องเที่ยวห้ามพลาด

3. อาหารและผลิตภัณฑ์ชุมชน
อาหารพื้นถิ่น: มีอาหารใต้รสชาติจัดจ้าน ขนมโบราณ เช่น ขนมโค ขนมด้วง และ เมี่ยงคำกลีบบัว ที่ใช้กลีบบัวหลวงแทนใบชะพลู

รักษ์โลก: ตลาดแห่งนี้เน้นการใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น กระบอกไม้ไผ่แทนแก้วน้ำ กะลามะพร้าว หรือกระทงใบตอง เพื่อลดการใช้พลาสติก

สินค้า OTOP: สินค้าเด่นคือ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าว เนื่องจากพื้นที่นี้เป็นแหล่งปลูกมะพร้าวที่สำคัญ

4. การเชื่อมโยงกับวัดบางใบไม้
ตลาดตั้งอยู่ติดกับ วัดบางใบไม้ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถแวะสักการะ "หลวงพ่อข้าวสุก" พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่สานด้วยไม้ไผ่และพอกด้วยข้าวสุกตามตำนานความเชื่อของชาวบ้าน เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเดินเที่ยวชมตลาด

5. ข้อมูลควรรู้สำหรับการเดินทาง
เวลาทำการ: เปิดเฉพาะ วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น.

การเดินทาง: อยู่ห่างจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีเพียงแค่ข้าม สะพานศรีตาปี มาไม่ถึง 5 นาที ก็จะเข้าสู่เขตชุมชนบางใบไม้ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่อีกโลกหนึ่งที่เต็มไปด้วยสีเขียวของต้นไม้

1. ภูมิประเทศแบบ "ในบาง" (Delta System)
คำว่า "ในบาง" หมายถึงพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำตาปี ลักษณะทางกายภาพเป็น พื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetland) ที่ประกอบด้วยลำคลองขนาดเล็กจำนวนมากแตกแขนงคล้ายเส้นเลือดฝอย เชื่อมต่อกับแม่น้ำสายหลัก ทำให้การไหลเวียนของน้ำขึ้นลงตามอิทธิพลของน้ำทะเลและน้ำจืดจากแม่น้ำตาปี

2. ระบบนิเวศน้ำกร่อย (Brackish Water)
เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้ปากอ่าวบ้านดอน สภาพน้ำในคลองบางใบไม้จึงเป็น น้ำกร่อย ซึ่งส่งผลต่อพรรณไม้ที่ขึ้นอยู่รอบๆ ตลาดน้ำ โดยมีพืชเด่นๆ ดังนี้:

ต้นจาก (Nypa Palm): เป็นพืชที่พบมากที่สุด ขึ้นหนาแน่นตลอดสองฝั่งคลอง และเป็นที่มาของ "อุโมงค์จาก"

ต้นมะพร้าว: พื้นที่บนบกโดยรอบเป็นสวนมะพร้าวหนาแน่น ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของชุมชน

ป่าชายเลน: พบไม้ป่าชายเลนประเภท ต้นลำพู และต้นโกงกาง แทรกตัวอยู่ตามตลิ่ง ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของหิ่งห้อยในยามค่ำคืน

3. อุโมงค์ทางน้ำธรรมชาติ
ลักษณะทางกายภาพที่โดดเด่นที่สุดคือ เส้นทางน้ำที่แคบและคดเคี้ยว โดยมีต้นจากทั้งสองฝั่งโน้มกิ่งก้านเข้าหากันจนปกคลุมผิวน้ำ เกิดเป็น "อุโมงค์เขียว" ยาวหลายร้อยเมตร ช่วยพรางแสงแดดทำให้อุณหภูมิบริเวณผิวน้ำเย็นกว่าพื้นที่ด้านนอกอย่างเห็นได้ชัด

4. การใช้ประโยชน์พื้นที่ (Spatial Layout)
ตลาดน้ำไม่ได้ถูกสร้างขึ้นใหม่เป็นตึก แต่เป็นการปรับใช้พื้นที่เดิม:

ริมตลิ่ง: มีการสร้างทางเดินไม้ (Boardwalk) เลียบไปกับแนวลำคลอง เพื่อให้เดินเชื่อมต่อระหว่างซุ้มขายของได้สะดวก

ศาลาท่าน้ำ: มีศาลาไม้ทรงไทยประยุกต์กระจายอยู่เป็นจุดๆ เพื่อใช้เป็นที่นั่งรับประทานอาหารและจุดพักผ่อน

ความลาดชันของตลิ่ง: ตลิ่งมีความลาดชันไม่มากนัก ชาวบ้านจึงสามารถนำเรือพายมาจอดเทียบท่าเพื่อขายของได้โดยตรง

5. สถาปัตยกรรมที่กลมกลืน
โครงสร้างส่วนใหญ่ในตลาดน้ำทำจาก วัสดุธรรมชาติ เป็นหลัก:

หลังคามุงด้วย ตับจาก (ผลผลิตจากต้นจากในพื้นที่)

โครงสร้างร้านค้าใช้ไม้ไผ่และไม้ท้องถิ่น

การออกแบบเน้นความโปร่งโล่งเพื่อให้ลมจากแม่น้ำพัดผ่านได้สะดวก

1. ด้านนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อม (Nature & Ecology)
ระบบนิเวศน้ำกร่อย: เรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำจืดและน้ำเค็มที่มาบรรจบกัน ส่งผลให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพ โดยมี ต้นจาก เป็นตัวเอกของระบบนิเวศ

การพึ่งพาอาศัยระหว่างคนกับป่า: สังเกตการรักษาป่าชายเลนและป่าจากเพื่อใช้เป็นเกราะป้องกันตลิ่งพัง และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ (ปู ปลา กุ้ง) ซึ่งเป็นแหล่งอาหารของชุมชน

การจัดการขยะและวัสดุ: เรียนรู้วิธีการลดใช้พลาสติกผ่านการใช้ภาชนะจากธรรมชาติ เช่น กระบอกไม้ไผ่ กะลามะพร้าว และใบตอง ซึ่งเป็นบทเรียนเรื่อง "การบริโภคอย่างยั่งยืน"

2. ด้านภูมิปัญญาและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Wisdom & Creative Economy)
การแปรรูปผลผลิตท้องถิ่น: ศึกษาการเปลี่ยน "มะพร้าว" ให้เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น เครื่องสำอาง หรือการใช้ทุกส่วนของต้นจากมาทำประโยชน์ (มุงหลังคา, ทำขนม, ทำภาชนะ)

โมเดลเศรษฐกิจชุมชน (Social Enterprise): เรียนรู้วิธีการบริหารจัดการตลาดแบบ "ประชารัฐ" ที่คนในชุมชนมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของ ไม่ใช่กลุ่มทุนจากภายนอก ซึ่งเป็นต้นแบบของการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก

3. ด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม (History & Culture)
วิถีชีวิต "ในบาง": เรียนรู้ประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐานของชาวสุราษฎร์ธานีในอดีตที่ใช้ลำคลองเป็นถนน และเรือเป็นพาหนะหลัก (การคมนาคมทางน้ำ)

ศรัทธาและชุมชน: ศึกษาความเชื่อมโยงระหว่าง "วัด" กับ "ชุมชน" ผ่านวัดบางใบไม้และ หลวงพ่อข้าวสุก ซึ่งสะท้อนถึงกุศโลบายของคนโบราณในการสร้างความสามัคคีโดยใช้ความเชื่อเป็นศูนย์กลาง

4. ด้านศิลปะและสถาปัตยกรรม (Arts & Architecture)
สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น: สังเกตการสร้างบ้านเรือนและร้านค้าที่ยกใต้ถุนสูงเพื่อรับมือน้ำขึ้นน้ำลง และการใช้เทคนิคงานช่างไม้ในการมุงหลังคาด้วยตับจาก

สุนทรียภาพทางธรรมชาติ: การเรียนรู้เรื่องแสงและเงาจาก "อุโมงค์จาก" ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจชั้นยอดสำหรับผู้ชื่นชอบการถ่ายภาพและศิลปะ

1. ฐานเรียนรู้ด้านนิเวศวิทยาและสายน้ำ
กิจกรรมล่องเรือศึกษาพรรณไม้ริมฝั่ง: นั่งเรือพายผ่าน "อุโมงค์จาก" เพื่อจำแนกพืชในระบบนิเวศน้ำกร่อย เช่น ต้นจาก ต้นลำพู และต้นโกงกาง รวมถึงสังเกตรากหายใจของพืชเหล่านั้น

การสังเกตวงจรชีวิตหิ่งห้อย: เรียนรู้เรื่องความสะอาดของแหล่งน้ำและดัชนีชี้วัดทางชีวภาพ ผ่านที่อยู่อาศัยของหิ่งห้อย (สำหรับกิจกรรมภาคค่ำหรือการอบรมค้างคืน)

กิจกรรม "นักสืบสายน้ำ": สังเกตปรากฏการณ์น้ำขึ้น-น้ำลง และผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคนริมคลอง

2. ฐานเรียนรู้ภูมิปัญญาและการแปรรูป (Workshop)
สาธิตและฝึกทำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น: เรียนรู้ตั้งแต่การเลือกมะพร้าว การคั้นกะทิ ไปจนถึงกระบวนการแยกน้ำมันเพื่อใช้ในครัวเรือนและจำหน่าย

การทำขนมพื้นบ้าน: ฝึกทำขนมโบราณที่หาทานยาก เช่น ขนมโค หรือ ขนมด้วง โดยใช้สีสันจากธรรมชาติ (เช่น อัญชัน ใบเตย)

งานประดิษฐ์จากวัสดุในท้องถิ่น: เช่น การห่อเมี่ยงคำด้วยกลีบบัวหลวง หรือการทำภาชนะจากทางจากและกะลามะพร้าว

3. ฐานเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
เส้นทางศึกษาประวัติศาสตร์วัดบางใบไม้: เรียนรู้เรื่องราวของ "หลวงพ่อข้าวสุก" และความเชื่อที่ผูกพันกับพุทธศาสนาในอดีต รวมถึงชมศิลปกรรมในโบสถ์เก่า

การเรียนรู้วิถีชีวิตเรือพาย: ฝึกพายเรือแบบชาวบ้าน และเรียนรู้วิธีการถ่อเรือในร่องน้ำแคบๆ ซึ่งเป็นทักษะการเดินทางหลักในสมัยก่อน

ชมบ้านไม้โบราณ: ศึกษาโครงสร้างสถาปัตยกรรมไทยถิ่นใต้ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสภาพอากาศร้อนชื้นและปัญหาน้ำท่วมถึง

4. ฐานเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียงและประชารัฐ
การบริหารจัดการตลาดชุมชน: ศึกษาบทบาทหน้าที่ของคนในชุมชนที่แบ่งปันพื้นที่การขายและกำหนดกฎกติกาการใช้พลาสติก (การเรียนรู้ด้านสังคมศาสตร์และการจัดการ)

ฐานการเรียนรู้เกษตรผสมผสาน: ชมสวนมะพร้าวที่มีการปลูกพืชชั้นล่างแทรกสลับ เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนตลอดปี

1. การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
การรักษาป่าจาก: ชุมชนร่วมกันรณรงค์ไม่ให้บุกรุกพื้นที่ป่าจากริมคลอง และมีการปลูกเสริมในส่วนที่เสื่อมโทรม เพราะป่าจากคือ "เขื่อนธรรมชาติ" ที่ป้องกันตลิ่งพังและเป็นหัวใจของทัศนียภาพอุโมงค์จาก

นโยบายขยะเป็นศูนย์ (Zero Waste): ตลาดรณรงค์อย่างจริงจังให้พ่อค้าแม่ค้าใช้ภาชนะจากธรรมชาติ เช่น ใบตอง กะลามะพร้าว และกระบอกไม้ไผ่ เพื่อลดปริมาณพลาสติกที่จะหลุดรอดลงสู่ลำคลอง

การรักษาคุณภาพน้ำ: มีการเฝ้าระวังไม่ให้มีการปล่อยน้ำเสียจากร้านค้าลงสู่คลอง เพื่อรักษาความสะอาดให้หิ่งห้อยยังคงสามารถอาศัยและขยายพันธุ์ได้

2. การอนุรักษ์ภูมิปัญญาและวิถีชีวิต (Cultural Conservation)
การสืบสานอาชีพดั้งเดิม: สนับสนุนการทำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นและการทำสวนมะพร้าวแบบผสมผสาน เพื่อให้คนรุ่นใหม่เห็นว่าภูมิปัญญาบรรพบุรุษสามารถสร้างรายได้เลี้ยงชีพได้ในปัจจุบัน

การรักษาอัตลักษณ์อาหารพื้นถิ่น: สนับสนุนให้มีการขายขนมโบราณและอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของ "ในบาง" เพื่อไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา

การใช้เรือพาย: แม้จะมีเครื่องยนต์เข้ามามีบทบาท แต่ที่นี่ยังคงอนุรักษ์การใช้ "เรือพาย" ในการรับส่งนักท่องเที่ยว เพื่อลดมลพิษทางเสียงและทางน้ำ และคงบรรยากาศที่เงียบสงบ

3. การบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม (Social Conservation)
โมเดลประชารัฐ: การอนุรักษ์ที่นี่ไม่ได้เกิดจากคำสั่งรัฐเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการรวมกลุ่มของชาวบ้าน วัด และโรงเรียน (บวร) ที่ตกลงร่วมกันว่าจะเป็น "เจ้าบ้านที่ดี" และรักษามาตรฐานของตลาดน้ำไว้

การจำกัดช่วงเวลาเปิด: การเปิดเฉพาะ วันอาทิตย์ เป็นกลยุทธ์หนึ่งในการอนุรักษ์ เพราะช่วยให้ธรรมชาติและชุมชนได้มีเวลา "พักฟื้น" ไม่ให้ถูกรบกวนจากการท่องเที่ยวมากจนเกินไป (Overtourism)

4. การอนุรักษ์สถาปัตยกรรม
การควบคุมสิ่งปลูกสร้าง: ร้านค้าและซุ้มต่างๆ ในตลาดน้ำถูกกำหนดให้สร้างด้วยวัสดุธรรมชาติและคงรูปแบบอาคารไทยพื้นถิ่นใต้ เพื่อให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมและไม่ทำลายสายตา
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

ตลาดน้ำประชารัฐบางใบไม้ (20 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/20 ข้อ ตลาดน้ำประชารัฐบางใบไม้
1 1. ตลาดน้ำบางใบไม้ ตั้งอยู่ในอำเภอใดของจังหวัดสุราษฎร์ธานี?
2 ฉายาของพื้นที่บริเวณตลาดน้ำบางใบไม้ที่ชาวบ้านเรียกกันคืออะไร?
3 ตลาดน้ำบางใบไม้เปิดให้บริการเฉพาะวันใด?
4 คลองสายหลักที่ผ่านตลาดน้ำบางใบไม้ เชื่อมต่อมาจากแม่น้ำสายใด?
5 กิจกรรมล่องเรือที่เป็น "ไฮไลท์" อันดับหนึ่งของที่นี่คืออะไร?
6 "อุโมงค์จาก" เกิดขึ้นจากสาเหตุใด?
7 สินค้า OTOP ขึ้นชื่อของชุมชนบางใบไม้ที่สกัดจากพืชในท้องถิ่นคืออะไร?
8 ตลาดน้ำบางใบไม้ ตั้งอยู่ใกล้กับวัดใดมากที่สุด?
9 การเดินทางจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีไปตลาดน้ำบางใบไม้ที่สะดวกและเป็นเอกลักษณ์คือการข้ามสะพานใด?
10 "เมี่ยงคำ" ของตลาดน้ำบางใบไม้นิยมใช้อะไรห่อแทนใบชะพลู?
11 ภาชนะที่นิยมนำมาใส่เครื่องดื่มเพื่อลดการใช้พลาสติกในตลาดคืออะไร?
12 ค่าบริการเรือพายชมอุโมงค์จาก (ราคามาตรฐานต่อคน) ประมาณเท่าใด?
13 ลักษณะการตั้งร้านค้าของที่นี่เป็นแบบใด?
14 หากต้องการชมหิ่งห้อยที่บางใบไม้ ควรไปในช่วงเวลาใด?
15 ต้นไม้ชนิดใดที่พบเห็นได้มากที่สุดตลอดสองข้างทางของการล่องเรือ?
16 บ้านโบราณอายุกว่า 100 ปีที่เป็นจุดท่องเที่ยวใกล้ตลาดน้ำคือบ้านของใคร?
17 ตลาดน้ำบางใบไม้มีชื่อเรียกทางการอีกชื่อหนึ่งว่าอะไร?
18 ขนมพื้นบ้านชนิดใดที่มักพบขายในเรือพายที่บางใบไม้?
19 วัตถุประสงค์หลักของการจัดตั้งตลาดน้ำแห่งนี้คืออะไร?
20 สีสันของร่มที่ใช้กางให้แม่ค้าในตลาดน้ำบางใบไม้ส่วนใหญ่มีลักษณะอย่างไร?
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /20 ข้อ