1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

ชุมชนวัดไทร-ศาลเจ้า ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

แหล่งเรียนรู้: ชุมชนวัดไทร-ศาลเจ้า ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

รายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรนี้มุ่งเน้นการเรียนรู้และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชนวัดไทร–ศาลเจ้าบ้านดอน ซึ่งเป็นชุมชนที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นด้านความหลากหลายทางวัฒนธรรมไทย–จีน โดยผู้เรียนจะได้ศึกษาประวัติความเป็นมา วิถีชีวิต ความเชื่อ ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมายาวนานกว่า 100 ปี
เนื้อหาครอบคลุมการเรียนรู้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น วัดไทร ศาลเจ้าบ้านดอน รวมถึงกิจกรรมทางวัฒนธรรม อาทิ การไหว้เจ้า ประเพณีเทศกาลจีน–ไทย อาหารพื้นถิ่น และงานหัตถกรรม ทั้งนี้ผู้เรียนจะได้ฝึกทักษะการเป็นมัคคุเทศก์ชุมชน การเล่าเรื่อง (Storytelling) การต้อนรับนักท่องเที่ยว และการจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
หลักสูตรเน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ผ่านการลงพื้นที่ศึกษา การสัมภาษณ์คนในชุมชน และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางวัฒนธรรม เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาชุมชน สร้างรายได้ และอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างเหมาะสม
ผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวัง
ผู้เรียนสามารถอธิบายอัตลักษณ์ชุมชน วางแผนเส้นทางท่องเที่ยว นำชมแหล่งเรียนรู้ และมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน

จำนวนชั่วโมงเรียน
1.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
60%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

ชุมชนวัดไทร-ศาลเจ้า ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

ชุมชนสองวัฒนธรรม (วัดไทร – ศาลเจ้าบ้านดอน)

ชุมชนวัดไทรบ้านดอน ชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีน ที่มาอาศัยอยู่ในบ้านดอนกว่า 130 ปี หนึ่งในชุมชนเก่าแก่ของเมืองบ้านดอนที่ยังคงเอกลักษณ์ทางด้านวัฒนธรรม รวมทั้งสถาปัตยกรรมอันสวยงานเหมาะแก่การศึกษาและท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม รวมถึงอาหาร ที่หลายคนมาสุราษฎร์ธานีแล้วต้องชิมเป็นอาหารที่ยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
ชุมชมแห่งนี้ใครมาต้องไม่พลาดมาเก็บภาพศาลเจ้าปุนเถ้ากง หรือศาลเจ้าของชาวจีนที่ถือว่าเป็นเจ้าที่ ที่นักท่องเที่ยวต้องมาสักการะขอพรเป็นที่แรกก่อนจะเดินทางไปท่องเที่ยวในที่ต่าง ๆ เป็นศาลเจ้าที่มีอายุเก่าแก่กว่า 130 ปี เป็นที่ประดิษฐานของปุนเถ้าม่า (เจ้าแม่หลักเมือง) ปุนเถ้ากง (เจ้าพ่อหลักเมือง) กวงกง (เจ้าพ่อกวนอู) หยี่แป๊ะกง ตั่วแป๊ะกง เทียนเจ้าเซี๊ยบ่อ (เจ้าแม่ทับทิม) ตีบ่อเนี๊ยะ (พระแม่ธรณี) ตี่จู้ (เจ้าที่) หมึงซิ้ง (เจ้ารักษาประตู)
ถัดจากศาลเจ้าปุนเถ้ากง มาบริเวณย่านการค้าเก่าแก่ จะพบอาคารเก่าแก่ย่านสะพานโค้ง 100 ปี ที่งดงาม สามารถเดินเก็บภาพ สองข้างทางได้ ใกล้ๆกันคือ ร้านอาหารเช้าไข่ดาวหมูทอด ขนมปังหน้าหมูทอดและไส้กรอกแบบจีนโบราณ จิ้มด้วยซอสมะเขือเทศผสมน้ำจิ้มพริกแบบหวาน ขายเฉพาะช่วงเช้า
เดินลัดเลาะไปในซอยตรอกไม้ไผ่งาช้าง พบร้านข้าวเสียโป เป็นร้านข้าวหมูแดงสูตรโบราณที่สืบทอดการทำมาเป็นรุ่นที่ 3 มีหมูแดง หมูกรอบและเป็ดย่าง ปรุงตามกรรมวิธีดั้งเดิมเสิร์ฟพร้อมแกงจืดร้อน ๆ และติดกันจะเป็น ร้านข้าวพระรามลงสรงโกเหนียว (เล้าโอ้ว) เป็นอาหารจีนโบราณ จากเมืองนานกิง มณฑลเจียงซู แพร่หลายเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ในสมัยกรุงธนบุรี ข้าวพระรามลงสรง (ซาแต่ปึ่ง) ปรุงโดยใช้เนื้อหมูและผักบุ้งลวก ราดด้วยกะทิปรุงด้วยน้ำพริกเผา เป็นอาหารที่หากินได้ยากในปัจจุบัน
ถัดมาเป็น วัดไทรบ้านดอน มีศาลาการเปรียญไม้ อายุ 100 ปี เป็นพิพิธภัณฑ์เมืองที่ให้ความรู้เกี่ยวกับศิลปะ วัฒนธรรมที่สืบทอดมากว่า 100 ปี เคยถูกใช้เป็นที่บัญชาการรบของทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มีเศียรพระพุทธรูปเก่าแก่ล้ำค่าและวัตถุโบราณควรแก่การศึกษามากมาย
ชมพระอุโบสถ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2468 ใช้แบบแปลนของพระอุโบสถวัดราชบพิธ กรุงเทพฯ หน้าบรรณเป็นรูปนารายณ์ทรงครุฑ และซุ้มประตูทรงยอดมงกุฎวัดไทร เลียนแบบซุ้มประตูวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร และ “หอระฆัง” ปัจจุบันเป็นแหล่งศึกษาและท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรม
ด้านหน้าวัดไทร มี ร้านราดหน้าผ้าขาวม้าแดง ผัดด้วยเตาถ่านแบบโบราณใช้เส้นสดทำให้มีรสชาติที่อร่อยแบบดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นราดหน้าหรือผัดซีอิ๊ว เส้นจะหอมกลิ่นไหม้ของกระทะ
เดินเก็บภาพตามจุดต่าง ๆ แล้วแวะไหว้พระที่ ศาลเจ้าไหหลำบ้านดอน ก่อสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2444 มีหลักฐานโบราณวัตถุชิ้นสำคัญคือระฆังโบราณที่ปัจจุบันยังใช้ตีอยู่ในศาลเจ้า ระบุว่าสร้างในรัชสมัยกวางซี (สมเด็จพระจักรพรรดิ องค์ที่ 11 ) ปีที่27 ซึ่งตรงกับปี พ.ศ. 2444 ปัจจุบันศาลเจ้าไหหลำมีอายุ 117 ปี ภายในศาลเจ้ามีเจ้าแม่เทียนโหวเซี้ยบ้อ หรือเจ้าแม่ทับทิม เป็นองค์ประธาน มียักษ์หูทิพย์ และ ตาทิพย์ (ศิษย์วิเศษมาคอยรับใช้เจ้าแม่ 2 คน คนหนึ่งหูทิพย์ ได้ยินไกลถึง 1000 ไมล์ อีกคนหนึ่งตาทิพย์ มองเห็นไกลถึง 1000 ไมล์) ด้านขวามีเทพเจ้ากวนอู และด้านซ้ายมีเทพเจ้า 108) ตั้งอยู่ และด้านข้างอาคารยังประดิษฐาน เจ้าแม่กวนอิม และ ป้ายบูชาบรรพบุรุษ ให้ผู้สนใจเข้ามากราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
จากนั้นแวะ ศาลเจ้าฮกเกี้ยน ที่สร้างโดยชาวจีนฮกเกี้ยน เป็นศาลที่ตั้งบูชาเจ้าที่หรือเทพเจ้าที่ดินที่สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิชวนถง แห่งราชวงศ์ชิง ปี พ.ศ. 2454 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 6 ต่อมาในปี พ.ศ. 2503 ได้บูรณะใหม่เนื่องจากศาลเจ้าเดิมถูกไฟไหม้หมด ชาวจีนฮกเกี้ยนในบ้านดอนได้เดินทางไปมาประเทศจีนและอัญเชิญองค์เทพเจ้าแลฮู่อ๋องเอียกง มาจากมณฑลฮกเกี้ยน จำนวน 3 องค์ มาประดิษฐานเป็นเจ้าองค์ประธานในศาลเจ้าฮกเกี้ยน และมีการอัญเชิญองค์เทพเจ้ามาร่วมศาลอีก 2 องค์ คือ เจ้าแม่กวนอิม และเจ้าแม่ทับทิม
เดินถัดจากศาลเจ้าฮกเกี๊ยน เพียงไม่กี่ก้าว ก็จะพบกับ ร้านยกเข่ง ที่นี่เสิร์ฟอาหารที่หลายคนมาแล้วต้องลองชิมและไม่เคยพบว่ามีขายที่ใดมาก่อน คือ โล้งโต้ง ต้มไส้หมูและผักบุ้งไต่ราว
สำหรับการเดินทางมาชุมชนวัดไทร ศาลเจ้า สะดวกสบายมาก นอกจากมาด้วยทางรถยนต์ หรือทางเรือข้ามฟากจากฝั่งในบาง ท่านสามารถใช้บริการรถสาธารณะ รถตุ๊ก ตุ๊ก รอบเมือง
ข้อมูลโดย
- ประธานชุมชนวัดไทร
- โครงการชุมชนสองวัฒนธรรม เป็นแนวคิดในการพัฒนาร่วมระหว่างชุมชนวัดไทร มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เทศบาลนครสุราษฎร์ธานีและหอการค้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี

ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชุมชนวัดไทร-ศาลเจ้า ใจกลางเมืองสุราษฎร์ธานี สัมผัสเสน่ห์ย่านเมืองเก่าบ้านดอน ชมสถาปัตยกรรมวัดไทรอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี (พิพิธภัณฑ์เมือง/ที่บัญชาการรบเก่า) สักการะศาลเจ้าปุนเถ้ากง-ศาลเจ้าเมือง และเพลิดเพลินกับอาหารพื้นถิ่นเลื่องชื่อที่ตลาดศาลเจ้า เชื่อมโยงวัฒนธรรมไทย-จีนโบราณ

ไฮไลท์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ชุมชนวัดไทร-ศาลเจ้า:
วัดไทร (วัดไทรบ้านดอน): สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นสมัยอาณาจักรศรีวิชัย (พ.ศ. 1300–1800) มีศาลาการเปรียญไม้เก่าแก่กว่า 100 ปี ซึ่งเคยใช้เป็นที่บัญชาการรบของทหารญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2 ปัจจุบันจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น
ศาลเจ้าปุนเถ้ากง/ศาลเจ้าเมือง: ศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยเชื้อสายจีนในชุมชนย่านเมืองเก่า
ตลาดศาลเจ้า: แหล่งของกินสตรีทฟู้ดอันเลื่องชื่อของสุราษฎร์ธานี ที่มีการผสมผสานวิถีชีวิตคนในชุมชนดั้งเดิมเข้ากับการท่องเที่ยว

การเดินทางและการเรียนรู้:
การท่องเที่ยวชุมชนนี้มักเชื่อมโยงกับแหล่งประวัติศาสตร์ใกล้เคียง เช่น วัดกลางเก่าและวัดพระโยค เป็นพื้นที่ที่เหมาะสำหรับการเดินชมสถาปัตยกรรม ศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และสัมผัสวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวบ้านดอน

เป็นการแนะนำแหล่งท่องเที่ยวของชุมชน โดยการศึกษาเรียนรู้ คลิปในยูทูป

ชุมชนสองวัฒนธรรม (วัดไทร – ศาลเจ้าบ้านดอน)

ชุมชนวัดไทรบ้านดอน เป็นชุมชนไทยเชื้อสายจีนที่ตั้งถิ่นฐานมากว่า 130 ปี นับเป็นหนึ่งในชุมชนเก่าแก่ของเมืองสุราษฎร์ธานี ที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และวิถีชีวิตดั้งเดิมไว้อย่างงดงาม เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการเรียนรู้

📍 จุดเด่นสำคัญของชุมชน

1. ศาลเจ้าปุนเถ้ากง
ศาลเจ้าเก่าแก่คู่ชุมชน อายุราว 130 ปี เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวไทยเชื้อสายจีน นิยมมากราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเดินทาง
ภายในประดิษฐานเทพสำคัญ เช่น ปุนเถ้ากง ปุนเถ้าม่า กวนอู เจ้าแม่ทับทิม และเทพเจ้าอื่น ๆ

2. ย่านสะพานโค้ง 100 ปี
แหล่งอาคารพาณิชย์โบราณที่ยังคงสถาปัตยกรรมดั้งเดิม เหมาะสำหรับเดินชมและถ่ายภาพบรรยากาศเมืองเก่า

3. อาหารพื้นถิ่นโบราณ

อาหารเช้า: ไข่ดาวหมูทอด ขนมปังหน้าหมู ไส้กรอกจีนโบราณ
ข้าวเสียโป: หมูแดง หมูกรอบ เป็ดย่าง สูตรดั้งเดิม
ข้าวพระรามลงสรง (โกเหนียว/เล้าโอ้ว): อาหารจีนโบราณหาทานยาก
ราดหน้าผ้าขาวม้าแดง: ผัดด้วยเตาถ่าน กลิ่นหอมกระทะแบบดั้งเดิม
โล้งโต้ง (ร้านยกเข่ง): เมนูพื้นถิ่นหายาก

4. วัดไทรบ้านดอน
วัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์

ศาลาการเปรียญไม้ อายุ 100 ปี (ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์)
เคยเป็นที่บัญชาการทหารญี่ปุ่นในช่วง สงครามโลกครั้งที่ 2
พระอุโบสถ (พ.ศ. 2468) ได้แบบอย่างจาก วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร
ซุ้มประตูเลียนแบบ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร

5. ศาลเจ้าจีนสำคัญในชุมชน

ศาลเจ้าไหหลำบ้านดอน (พ.ศ. 2444)
ประดิษฐานเจ้าแม่ทับทิม กวนอู และเทพเจ้าสำคัญ พร้อมระฆังโบราณ
ศาลเจ้าฮกเกี้ยน (พ.ศ. 2454)
ศาลเจ้าของชาวจีนฮกเกี้ยน อัญเชิญเทพเจ้าจากประเทศจีนมาประดิษฐาน

ขนมโค
ส่วนผสม และ เครื่องปรุง
1. แป้งข้าวจ้าว 1 ถ้วย
2. แป้งข้าวเหนียว 3 ถ้วย
3. กะทิ (1) 1-11/2 ถ้วย
4. กะทิ (2) 6 ถ้วย
5. น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
6. เกลือป่น 1 ช้อนชาพูน
7. ใบเตยหอม 4-5 ใบ
8. มะพร้าวทินทึก 1 ลูก
9. น้ำตาลมะพร้าว 200 กรัม
10. งาขาวคั่ว

วิธีทำ
1. ขูดมะพร้าวทึนทึกเป็นเส้นฝอย
2. ละลายน้ำตาลมะพร้าวในกระทะทองเหลืองบนไฟกลาง
3. เมื่อน้ำตาลละลายและเริ่มสุกใส ใส่มะพร้าวทึนทึกที่ขูดไว้ลงไปผัด จนค่อนข้างแห้ง จากนั้นพักไว้เป็นไส้กระฉีก
4. ผสมแป้งข้าวจ้าวและแป้งข้าวเหนียวเข้าด้วยกัน นวดด้วยกะทิ(1) จนนุ่มมือ
5. ปั้นแป้งเป็นเม็ดเส้นผ่าศูนย์กลางราวๆ 11/4 เซนติเมตร แล้วแผ่ออกเป็นแผ่นกลมบาง
6. ใส่ไส้กระฉีกแล้วปั้นเป็นลูกกลมเช่นเดิม ทำต่อจนหมด
7. ต้มกะทิ(2) กับใบเตย น้ำตาลทรายและเกลือป่นบนไฟคนข้างแรงจนน้ำตาลละลายหมดและเริ่มเดือด
8. ใส่ขนมโคที่ปั้นไว้ลงไปต้มจนสุก ยกลงจากเตา
9. จัดเสิร์ฟโดยโรงงานขาวคั่ว

การอนุรักษ์ชุมชนสองวัฒนธรรม ชุมชนวัดไทร-ศาลเจ้า เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เป็นการรักษาอัตลักษณ์ วิถีชีวิต และมรดกทางวัฒนธรรมของชุมชนไทยพุทธและไทยเชื้อสายจีนให้คงอยู่ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยมีแนวทางสำคัญ ดังนี้

การอนุรักษ์ศาสนสถานและสถาปัตยกรรม
ดูแลบูรณะวัด ศาลเจ้า อาคารเก่า และโบราณสถานให้คงสภาพดั้งเดิม
รักษาศิลปกรรม ลวดลาย และเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของชุมชน
จัดทำป้ายข้อมูลประวัติความเป็นมาเพื่อให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยว
การสืบสานประเพณีและวัฒนธรรม
ส่งเสริมการจัดกิจกรรมประเพณีสำคัญ เช่น งานถือศีลกินเจ งานชักพระ งานเทศกาลจีน และประเพณีท้องถิ่น
ถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น อาหารพื้นบ้าน และศิลปะการแสดงแก่เยาวชน
สนับสนุนการแต่งกายและการใช้ภาษาท้องถิ่นในกิจกรรมชุมชน
การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
จัดเส้นทางท่องเที่ยวเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนสองวัฒนธรรม
พัฒนามัคคุเทศก์ท้องถิ่นและสื่อประชาสัมพันธ์
ส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบมีส่วนร่วมของคนในชุมชน
การอนุรักษ์วิถีชีวิตและภูมิปัญญาชุมชน
ส่งเสริมอาชีพพื้นบ้านและผลิตภัณฑ์ชุมชน เช่น อาหารพื้นถิ่น ขนมโบราณ และงานหัตถกรรม
สนับสนุนตลาดชุมชนและกิจกรรมเรียนรู้จากปราชญ์ท้องถิ่น
สร้างรายได้ควบคู่กับการรักษาอัตลักษณ์ของชุมชน
การมีส่วนร่วมของประชาชน
เปิดโอกาสให้ชุมชน วัด ศาลเจ้า โรงเรียน และหน่วยงานภาครัฐร่วมกันวางแผนพัฒนา
สร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม
ส่งเสริมเยาวชนให้เป็น “ทายาทวัฒนธรรม” ของชุมชน

สรุป
การอนุรักษ์ชุมชนวัดไทร–ศาลเจ้าเพื่อการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เป็นการรักษารากเหง้าทางประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของชุมชนสองวัฒนธรรมให้คงอยู่ พร้อมทั้งพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

ชุมชนวัดไทร-ศาลเจ้า ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (20 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/20 ข้อ ชุมชนวัดไทร-ศาลเจ้า ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
1 ชุมชนวัดไทรบ้านดอนมีอายุประมาณกี่ปี
2 ชุมชนวัดไทรบ้านดอนเป็นชุมชนของคนเชื้อสายใด
3 ศาลเจ้าปุนเถ้ากงมีความสำคัญอย่างไร
4 นักท่องเที่ยวมักทำสิ่งใดเป็นอันดับแรกเมื่อมาถึงชุมชน
5 ศาลเจ้าปุนเถ้ากงมีอายุประมาณเท่าใด
6 ย่านสะพานโค้ง 100 ปี มีลักษณะเด่นด้านใด
7 อาหารใดเป็นอาหารเช้าขึ้นชื่อของชุมชน
8 “ข้าวเสียโป” เป็นอาหารประเภทใด
9 ข้าวพระรามลงสรงมีต้นกำเนิดจากประเทศใด
10 วัดไทรบ้านดอนมีศาลาการเปรียญอายุประมาณกี่ปี
11 วัดไทรเคยถูกใช้ในเหตุการณ์สำคัญใด
12 พระอุโบสถวัดไทรสร้างเมื่อปีใด
13 พระอุโบสถวัดไทรใช้แบบแปลนจากวัดใด
14 ซุ้มประตูวัดไทรเลียนแบบวัดใด
15 ร้านราดหน้าผ้าขาวม้าแดงมีจุดเด่นอย่างไร
16 ศาลเจ้าไหหลำบ้านดอนสร้างขึ้นในปีใด
17 ศาลเจ้าฮกเกี้ยนสร้างขึ้นในปีใด
18 อาหาร “โล้งโต้ง” เป็นลักษณะใด
19 จุดเด่นของชุมชนสองวัฒนธรรมคืออะไร
20 การเดินทางในชุมชนสะดวกด้วยวิธีใด
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /20 ข้อ