1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

การทำปุ๋ยหมักน้ำหมัก เพื่อพัฒนาดิน

แหล่งเรียนรู้: นายมโนธรรม ชูแสง

รายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตร "การทำปุ๋ยหมักน้ำหมักเพื่อพัฒนาดิน" เป็นหลักสูตรที่เน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงของบุคคลภูมิปัญญา ผู้ซึ่งพลิกฟื้นผืนดินที่เสื่อมโทรมจากการใช้สารเคมี ให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ด้วยวิถีธรรมชาติ ผู้เรียนจะได้ศึกษาตั้งแต่ประวัติแนวคิด แนวทางการพึ่งพาตนเอง ไปจนถึงการลงมือปฏิบัติทำปุ๋ยหมักแห้ง อัดแท่ง และน้ำหมักชีวภาพสูตรต่างๆ โดยใช้วัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่น เพื่อลดต้นทุนการผลิต เพิ่มจุลินทรีย์ในดิน และสร้างความยั่งยืนในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม

จำนวนชั่วโมงเรียน
1.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
60%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

การทำปุ๋ยหมักน้ำหมัก เพื่อพัฒนาดิน

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

ท่ามกลางกระแสเกษตรเคมีที่ถาโถม นายมโนธรรม ชูแสง ผู้เติบโตมาจากรากเหง้าของครอบครัวเกษตรกร ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าความยั่งยืนที่แท้จริงเริ่มต้นจากพื้นดินที่เหยียบยืน ในอดีตเขาเคยทำเกษตรผสมผสานตามวิถีเดิม แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเขาได้น้อมนำปรัชญา "เศรษฐกิจพอเพียง" มาเป็นเข็มทิศในการดำเนินชีวิต จนเกิดความตระหนักรู้ครั้งสำคัญว่า "ดินคือหัวใจของการเกษตร" หากดินไร้ซึ่งจิตวิญญาณและจุลินทรีย์ ต้นไม้ก็ย่อมไม่อาจเติบโตได้อย่างมั่นคง
ด้วยความเชื่อมั่นว่า "ถ้าดินตาย ต้นไม้ก็อยู่ไม่ได้" มโนธรรมจึงตัดสินใจหันหลังให้กับสารเคมีทุกชนิดอย่างเด็ดขาด และเริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่ด้วยการศึกษาภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างจริงจัง เขาลงลึกถึงการเรียนรู้เรื่องการ "ปรุงดิน" และการตรวจสอบสภาพดินอย่างละเอียด โดยเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อเศษวัชพืช มูลสัตว์ และของเหลือทิ้งในไร่นา จากที่เคยถูกมองว่าเป็นขยะให้กลายเป็นขุมทรัพย์ทองคำสีดำ ผ่านกระบวนการหมักบ่มอย่างถูกวิธี เพื่อสร้างปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับสภาพดินในพื้นที่ของตนเอง
กระบวนการลองผิดลองถูกกินเวลานานนับปีไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ด้วยความเพียรพยายามและจิตวิญญาณของนักสู้ มโนธรรมสามารถฟื้นฟูสภาพดินที่เคยเสื่อมโทรมให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ดินที่เคยแข็งกระด้างกลับกลายมาร่วนซุย อุดมไปด้วยแร่ธาตุและจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ ส่งผลให้พืชผลที่ปลูกมีความแข็งแรง ให้ผลผลิตงอกงาม และมีคุณภาพสูงโดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมีสังเคราะห์แม้แต่น้อย
ความสำเร็จของนายมโนธรรม ชูแสง ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การมีผลผลิตที่ดีขึ้น แต่คือการสร้างระบบนิเวศที่พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน เขาได้กลายเป็นต้นแบบของเกษตรกรยุคใหม่ที่ใช้ปัญญาและความอดทนในการแก้ปัญหา เรื่องราวของเขาเป็นบทพิสูจน์ว่า เมื่อเราให้ความสำคัญกับการดูแล "หัวใจ" ของการเพาะปลูกอย่างดิน ผืนดินนั้นก็จะตอบแทนเราด้วยความมั่งคั่งที่ยั่งยืนและปลอดภัยสืบต่อไปยังคนรุ่นหลังอย่างไม่รู้จบ

เป็นวิทยากร หมอดินอาสา นักปรุงดินและผู้เชี่ยวชาญด้านจุลินทรีย์ท้องถิ่น ความเชี่ยวชาญที่โดดเด่นของคุณมโนธรรม  ชูแสง คือ "การอ่านสภาพดินและการปรุงอาหารให้ดิน" ท่านมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในเรื่อง:
การเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์ท้องถิ่น การดึงเอาจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในพื้นที่ (เช่น บริเวณกอไผ่) มาขยายเชื้อเพื่อใช้ในการย่อยสลาย
การทำน้ำหมักชีวภาพเฉพาะทาง: รู้จักการดึงคุณสมบัติของพืชแต่ละชนิด เช่น น้ำหมักรสจืดบำรุงดิน น้ำหมักรสขมไล่แมลง น้ำหมักผลไม้รสเปรี้ยวเพื่อเร่งดอกเร่งผล น้ำหมักจากการเลี้ยงแมลงโปรตีน
การจัดการวัสดุเหลือใช้ ความสามารถในการนำทุกอย่างในท้องถิ่น เช่น ฟางข้าว แกลบ เศษผักตบชวา มาทำเป็นปุ๋ยหมักคุณภาพสูงโดยแทบไม่ต้องซื้อหาวัตถุดิบจากภายนอก

ความสำเร็จที่จับต้องได้และการช่วยเหลือชุมชน
ศูนย์เรียนรู้รักษ์ดิน: เปลี่ยนแปลงพื้นที่ 21 ไร่ของตนเองที่เคยเป็นลูกรังให้เป็นพื้นที่ทีปลูกพืชได้ดี เป็นพื้นที่ดูงานตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงครบวงจรที่มีผู้คนมาศึกษาดูงานกว่า 2,000 คนต่อปี เป็นวิทยการปราชญ์ชาวบ้านให้กับผู้ที่สนใจ
รางวัลปราชญ์เกษตรดีเด่นระดับประเทศ (พ.ศ. 2564): จากผลงานการคิดค้น "สูตรปุ๋ยหมักพลิกแผ่นดิน" ที่ใช้เวลาหมักสั้นแต่ให้ธาตุอาหารสูง
ผลสัมฤทธิ์ระดับชุมชน: เป็นผู้นำในการก่อตั้งกลุ่ม "เกษตรกรทำปุ๋ยใช้เอง" สามารถช่วยให้สมาชิกในหมู่บ้านลดต้นทุนค่าปุ๋ยเคมีได้ถึง 80% และทำให้ผลผลิตข้าวและพืชผักปลอดภัยได้รับใบรับรองมาตรฐาน GAP มีพืชผักปลอดภัยในการบริโภค และยังขยายผลให้กับให้คนในชุมชน

เคล็ดวิชาการทำปุ๋ยหมักและน้ำหมัก
4.1 เทคนิคการทำปุ๋ยหมักแห้ง (สูตร 1:1:1)
ส่วนผสม: มูลสัตว์ 1 ส่วน, เศษใบไม้/ฟางข้าว 1 ส่วน, แกลบดิบ 1 ส่วน (และรำละเอียดเล็กน้อยเพื่อเป็นอาหารจุลินทรีย์)
วิธีการ: 1. ผสมคลุกเคล้าวัสดุให้เข้ากัน
2. รดด้วยน้ำหมักชีวภาพผสมน้ำ (อัตราส่วน น้ำหมัก 2 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 10 ลิตร)
3. ควบคุมความชื้นให้อยู่ที่ 60% (กำแล้วจับตัวเป็นก้อน บีบไม่มีน้ำหยด)
4. กองไว้ในที่ร่ม กลับกองปุ๋ยทุกๆ 7 วัน เพื่อระบายความร้อนและเติมออกซิเจน
การสังเกตเมื่อนำไปใช้ได้: ปุ๋ยจะสีเข้มดำ ร่วนซุย อุณหภูมิเย็นลง และมีกลิ่นหอมเหมือนไอดินหลังฝนตก (ใช้เวลาประมาณ 30-45 วัน)
4.2 เทคนิคการทำน้ำหมักชีวภาพ (สูตร 3:1:10)
ส่วนผสม: เศษพืชผักผลไม้ จากน้ำหมักแมลงโปรีนเพื่อเพิ่มธาตุอาาหาร 3 ส่วน, กากน้ำตาล 1 ส่วน, น้ำเปล่า 10 ส่วน
วิธีการ:
หั่นเศษพืชให้เป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อให้ย่อยสลายง่าย
ละลายกากน้ำตาลกับน้ำในถังหมัก (กากน้ำตาลคืออาหารของจุลินทรีย์)
นำเศษพืชลงไปหมัก ปิดฝาให้สนิทแต่หมั่นเปิดคนทุกๆ 3-5 วัน ในช่วงแรกเพื่อระบายแก๊ส
ระยะเวลา: หมักทิ้งไว้ในที่ร่ม 1-3 เดือน
การสังเกต: น้ำหมักที่ดีจะมีกลิ่นหอมอมเปรี้ยวคล้ายแอลกอฮอล์หรือน้ำส้มสายชู (หากมีกลิ่นเหม็นเน่า แสดงว่าจุลินทรีย์ตาย ให้เติมกากน้ำตาลลงไปแก้)

เรียนรู้จากการลงมือทำ (Learning by Doing)
วิธีการถ่ายทอดความรู้ของพ่อผู้ใหญ่บุญธรรม เน้นหลักการ "สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่ามือคลำ"
การบรรยายเชิงสนทนา: เริ่มต้นด้วยการเล่าประสบการณ์ความล้มเหลวเพื่อสร้างความตระหนักรู้
ฐานการเรียนรู้ปฏิบัติจริง: แบ่งกลุ่มให้ผู้เรียนได้จับจอบ จับมูลสัตว์ ลองผสมปุ๋ย และดมกลิ่นน้ำหมักด้วยตนเอง
การติดตามผล: เพื่อให้คำปรึกษา ตอบข้อซักถาม เมื่อผู้เรียนนำความรู้กลับไปทำที่บ้าน
การประยุกต์ใช้: สอนให้ผู้เรียนรู้จักพลิกแพลงสูตรโดยใช้วัสดุที่มีในพื้นที่ของตนเอง ไม่จำเป็นต้องลอกเลียนแบบสูตรเป๊ะๆ เพื่อให้เกิดการพึ่งพาตนเองอย่างแท้จริง
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

การทำปุ๋ยหมักน้ำหมัก เพื่อพัฒนาดิน (20 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/20 ข้อ การทำปุ๋ยหมักน้ำหมัก เพื่อพัฒนาดิน
1 นายมโนธรรม ชูแสงได้รับแรงบันดาลใจในการฟื้นฟูดินจากแนวคิดใด
2 ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของบุคคลภูมิปัญญาท่านนี้คือเรื่องใดเป็นหลัก
3 จุลินทรีย์ท้องถิ่น (IMO) มักพบได้มากและมีความสมบูรณ์ในบริเวณใดตามความเชื่อของปราชญ์ชาวบ้าน
4 น้ำหมักรสขม มีคุณสมบัติเด่นในเรื่องใด
5 จุดเปลี่ยนที่ทำให้คุณมโนธรรม ชูแสง หันมาทำเกษตรอินทรีย์คืออะไร
6 ข้อใดคือเป้าหมายสูงสุดของการจัดการวัสดุเหลือ
7 กลุ่มที่ขยายผลขึ้นเพื่อ ช่วยลดต้นทุนค่าปุ๋ยเคมีให้สมาชิกได้ร้อยละเท่าใด
8 "ศูนย์เรียนรู้รักษ์ดิน" มีจุดเด่นในเรื่องใด
9 อัตราส่วนพื้นฐานในการทำปุ๋ยหมักแห้ง (มูลสัตว์ : เศษใบไม้ : แกลบดิบ) คือข้อใด
10 ความชื้นที่เหมาะสมที่สุดในการหมักปุ๋ยแห้งควรอยู่ที่ประมาณเท่าใด ข. 40% ค. 60% ง. 80%
11 วิธีการตรวจสอบความชื้นของกองปุ๋ยหมักด้วยมือเปล่าที่ถูกต้องคือข้อใด
12 ทำไมจึงต้องมีการ "กลับกองปุ๋ยหมัก" ทุกๆ 7 วัน
13 ข้อใดคือลักษณะของปุ๋ยหมักแห้งที่ "กระบวนการหมักสมบูรณ์" และพร้อมใช้งานแล้ว
14 อัตราส่วนมาตรฐานในการทำน้ำหมักชีวภาพ (พืชผัก : กากน้ำตาล : น้ำเปล่า) คือข้อใด
15 ในการทำน้ำหมักชีวภาพ "กากน้ำตาล" ทำหน้าที่อะไร
16 ลักษณะของน้ำหมักชีวภาพที่ดีและพร้อมใช้งาน ควรมีกลิ่นแบบใด? ก. กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรง ข. กลิ่นหอมอมเปรี้ยวคล้ายแอลกอฮอล์หรือน้ำส้มสายชู
17 หากน้ำหมักชีวภาพมี "กลิ่นเหม็นเน่า" คุณมโธรรม ชูแสง แนะนำให้แก้ไขอย่างไร ข. เติมน้ำส้มสายชูลงไป 1 ขวด ค. เติมกากน้ำตาลเพิ่มลงไปแล้วคนให้เข้ากัน ง. นำไปตากแดดจัด 3 วัน
18 วิธีการถ่ายทอดความรู้ที่เป็นหัวใจสำคัญของบุคคลภูมิปัญญาท่านนี้คืออะไร
19 เพราะเหตุใดวิทยากรจึงแนะนำให้ผู้เรียนนำความรู้ไป "พลิกแพลง" ใช้ในพื้นที่ของตน
20 หลังจากการอบรม ช่องทางใดที่วิทยากรใช้เพื่อติดตามผลและให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /20 ข้อ