1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

พิพิธภัณฑ์ปลาหิน

แหล่งเรียนรู้: พิพิธภัณฑ์ปลาหิน

รายละเอียดหลักสูตร

คำอธิบายหลักสูตร:
หลักสูตรนี้มุ่งเน้นการศึกษาเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ผ่านงานศิลปะแกะสลักหินของ "ลุงกิตติ สินอุดม" ผู้เปลี่ยนหินที่ไร้ค่าให้กลายเป็นสัตว์ทะเลประดับโลก ผู้เรียนจะได้ศึกษาตั้งแต่แรงบันดาลใจในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ประวัติศาสตร์ความอุดมสมบูรณ์ของอ่าวไทยในอดีต เทคนิคการแกะสลักหินด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน และการสร้างจิตสำนึกในการรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อส่งต่อความรู้ด้านสัตววิทยาทางทะเลให้แก่คนรุ่นหลัง

จำนวนชั่วโมงเรียน
1.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
60%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

พิพิธภัณฑ์ปลาหิน

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

บทที่ 1: ประวัติความเป็นมาและแรงบันดาลใจ
1.1 ปฐมบทแห่งความผูกพัน:
พิพิธภัณฑ์ปลาหินก่อตั้งโดย คุณลุงกิตติ สินอุดม ชายวัยกว่า 80 ปี อดีตชาวประมงเจ้าของแพปลาในอำเภอดอนสัก ผู้มีความผูกพันกับทะเลมาทั้งชีวิต ลุงกิตติมองว่าความสำเร็จและฐานะที่มีได้ในปัจจุบันมาจาก "ปลา" จึงต้องการตอบแทนบุญคุณของปลาและท้องทะเล
1.2 วิกฤตการณ์ท้องทะเลไทย:
แรงผลักดันสำคัญเกิดจากการสังเกตความเปลี่ยนแปลงของอ่าวสุราษฎร์ (ดอนสักถึงท่าฉาง) ที่ในอดีตอุดมสมบูรณ์มากจนปลาสามารถกระโดดเข้าเรือเองได้ แต่หลังปี พ.ศ. 2546 ความสมบูรณ์เริ่มหายไปจากการประมงแบบล้างผลาญ ลุงกิตติจึงเริ่มแกะสลักหินในปี พ.ศ. 2533 โดยเริ่มต้นจากชิ้นงานที่ชื่อว่า "ปลาในฝัน" เพื่อบันทึกภาพจำของปลาที่เริ่มสูญพันธุ์ไป
1.3 ความเพียรเกือบ 3 ทศวรรษ:
ลุงกิตติใช้เวลาเกือบ 30 ปี ในการแกะสลักปลาหินมากกว่า 3,000 ชิ้น โดยใช้กำลังกายและทุนทรัพย์ส่วนตัวทั้งหมด ด้วยปณิธานแน่วแน่ว่าจะ "ไม่ขาย" ผลงานชิ้นใดเลย แต่จะรวบรวมไว้เป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อการเรียนรู้

บทที่ 2: ลักษณะทางกายภาพและเทคนิคการสร้างสรรค์
2.1 วัสดุจากธรรมชาติ:
ลุงกิตติเลือกใช้หินที่เหลือใช้จากการก่อสร้างถนน หรือหินธรรมชาติชนิดต่างๆ เช่น หินอ่อน หินทราย หินปูน หินแกรนิต และหินฟันม้า ซึ่งแต่ละชนิดมีสีสันและลวดลายในตัวที่ช่วยเพิ่มความสมจริงให้กับปลาหิน
2.2 อุปกรณ์และกระบวนการทำ:
อุปกรณ์ที่ใช้เรียบง่ายแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน ประกอบด้วย ค้อน เหล็กสกัด และอุปกรณ์ขัดมัน ขั้นตอนการทำเริ่มจากการร่างแบบลงบนหินตามความจำจากประสบการณ์จริง แกะสลักด้วยเหล็กสกัด และจบด้วยการขัดผิวให้เรียบเนียนวาวเหมือนมีเมือกปลาเคลือบอยู่
2.3 รูปแบบศิลปะ:
มีทั้งการแกะสลักเท่าตัวจริง ย่อส่วน และขยายใหญ่ ผลงานในยุคหลังจะอิงตามสีและลายธรรมชาติของหิน เช่น การใช้สีของหินแทนเกล็ดหรือจุดบนตัวปลา นอกจากสัตว์ทะเลแล้วยังมีการแกะสลักเป็นอาหารจำลอง เช่น "อาหารพันปีทะเลจำลอง" ที่ดูน่ารับประทาน

บทที่ 3: คุณค่าด้านการเรียนรู้
3.1 คุณค่าด้านสัตววิทยาและนิเวศวิทยา:
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปรียบเสมือน "อะความเรียมปลาหิน" ที่รวมสายพันธุ์ปลามากกว่าทะเลจริงในปัจจุบัน โดยเฉพาะปลาที่สูญพันธุ์ไปแล้วหรือหาชมได้ยาก เช่น ปลาฉนาก ปลาโคบมัน ปลาจวดเทียน และฉลามดอก
3.2 คุณค่าด้านศิลปะและภูมิปัญญา:
สะท้อนให้เห็นว่าศิลปะไม่จำเป็นต้องเรียนจากสถาบัน แต่เกิดจากความรัก ความชำนาญ และการสังเกต (Learning by Doing) จนเกิดผลงานที่มีความพลิ้วไหว มีชีวิตชีวา และมีการสอดแทรกอารมณ์ขัน เช่น "ปลาจูบ"
3.3 คุณค่าด้านจริยธรรมและการอนุรักษ์:
เป็นแบบอย่างของ "ความกตัญญูต่อธรรมชาติ" และ "ความเพียรพยายาม" (วิริยะ) รวมถึงการกระตุ้นให้ผู้เข้าชมตระหนักถึงภัยของการทำประมงที่ทำลายระบบนิเวศ

บทที่ 4: กิจกรรมการเรียนรู้ภายในพิพิธภัณฑ์
4.1 การเรียนรู้ผ่านการจัดแสดง:
ผลงานถูกจัดแสดงเป็นกลุ่มอย่างเรียบง่ายในโถงโล่ง แบ่งเป็น กลุ่มปลาน้ำจืด, ปลาทะเล, สัตว์น้ำตามแนวปะการัง และสัตว์ทะเลอื่นๆ เช่น หมึก ปู กุ้งมังกร แมงดาทะเล ไปจนถึงจระเข้
4.2 กิจกรรม "ตามหาปลาที่หายไป":
ผู้เรียนจะได้สำรวจและเปรียบเทียบลักษณะของปลาแต่ละชนิด พร้อมศึกษาชื่อเรียกท้องถิ่นที่ลุงกิตติบันทึกไว้
4.3 จุดถ่ายภาพเพื่อการสื่อสาร:
กิจกรรมถ่ายภาพคู่กับ "ปลาจูบ" หรือ "ปลาตีนเกาะเท้า" เพื่อสื่อสารแนวคิดเรื่องความรักและความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติผ่านโซเชียลมีเดีย

บทที่ 5: การอนุรักษ์และการพัฒนาสู่ระดับสากล
5.1 การยกย่องเชิดชูเกียรติ:
ลุงกิตติได้รับการคัดเลือกให้เป็น "คนดี ศรีสุราษฎร์ อำเภอดอนสัก" ประจำปี 2555 ซึ่งเป็นต้นแบบในการสร้างคุณค่าให้สังคมโดยไม่หวังผลกำไร
5.2 แนวทางการพัฒนาสถานที่:
การเพิ่มศักยภาพด้านสื่อความรู้ เช่น ป้ายระบุชื่อสายพันธุ์ ป้ายให้ข้อมูลประวัติศาสตร์ทางทะเล และการจัดแสดงที่เป็นระบบมากขึ้น เพื่อยกระดับจากพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นสู่แหล่งเรียนรู้ระดับประเทศ
5.3 การสืบสานปณิธาน:
การรณรงค์ให้คนรุ่นหลังร่วมกันดูแลทรัพยากรประมง เพื่อไม่ให้ในอนาคตลูกหลานได้เห็นปลาเพียงแค่ในรูปแบบ "ก้อนหิน" เท่านั้น
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

พิพิธภัณฑ์ปลาหิน (20 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/20 ข้อ พิพิธภัณฑ์ปลาหิน
1 ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ปลาหินคือใคร?
2 2. พิพิธภัณฑ์ปลาหินตั้งอยู่ที่จังหวัดใด?
3 3. แรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้ลุงกิตติเริ่มแกะสลักปลาคืออะไร?
4 4. ผลงานแกะสลักชิ้นแรกของลุงกิตติมีชื่อว่าอะไร?
5 5. ลุงกิตติใช้เวลาสะสมและแกะสลักผลงานมานานเกือบกี่ปี?
6 6. ข้อใดคืออุปกรณ์หลักที่ใช้ในการแกะสลักปลาหิน?
7 7. หินชนิดใดที่ลุงกิตตินำมาใช้แกะสลัก?
8 8. เพราะเหตุใดลุงกิตติจึงเลือกใช้ "หิน" เป็นวัสดุในการสร้างงาน?
9 9. ปัจจุบันผลงานในพิพิธภัณฑ์มีประมาณกี่ชิ้น?
10 10. ลุงกิตติทำอย่างไรเมื่อมีคนมาขอซื้อผลงาน
11 11. ข้อใดคือปัญหาหลักที่ลุงกิตติระบุว่าทำลายทรัพยากรทางทะเล?
12 12. "ปลาจูบ" ในพิพิธภัณฑ์ถูกสร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ใดในเชิงการท่องเที่ยว?
13 13. สัตว์ชนิดใดที่ลุงกิตติบอกว่าแกะสลักยากที่สุดเนื่องจากรายละเอียดเยอะ
14 14. ปลาชนิดใดที่สูญพันธุ์ไปแล้วหรือหายากมากในอ่าวสุราษฎร์ตามข้อมูล?
15 15. "อาหารพันปีทะเลจำลอง" หมายถึงผลงานลักษณะใด?
16 ข. หินแกะสลักเป็นเมนูอาหารทะเลในจาน
17 17. ข้อใดคือลักษณะเด่นของผลงานในยุคหลังของลุงกิตติ?
18 18. การเข้าชมพิพิธภัณฑ์ปลาหินมีค่าใช้จ่ายอย่างไร?
19 19. สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่บนถนนสายใด?
20 20. เป้าหมายสำคัญที่สุดของหลักสูตรการเรียนรู้พิพิธภัณฑ์ปลาหินคืออะไร?
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /20 ข้อ