1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

วัดเวฬุวนาราม (วัดแหลมไผ่)

แหล่งเรียนรู้: วัดเวฬุวนาราม (วัดแหลมไผ่)

รายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรนี้มุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ โดยใช้แหล่งเรียนรู้ในวัดและชุมชนเป็นฐาน เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ควบคู่กับการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และการดำรงชีวิตอย่างพอเพียง

จำนวนชั่วโมงเรียน
1.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
60%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

วัดเวฬุวนาราม (วัดแหลมไผ่)

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

1.1 ประวัติความเป็นมา
วัดแหลมไผ่เดิมเป็นที่พำนักสงฆ์บ้านแหลมไผ่ สมัยก่อนเป็นที่ดงป่าไผ่ (ไผ่เถื่อน) ต่อมามี พระด้วน พรหมฺสุวณฺโณ ท่านมาพักจำพรรษา ซึ่งสมัยนั้นเป็นเพียงโรงนาเพียงหลังเดียวเท่านั้น จากนั้นท่านได้ชักชวนคณะพุทธบริษัท ถางป่า พัฒนาพื้นที่มุ่งจะสร้างขึ้นเป็นวัด โดยเริ่มสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๔๓๗ ต่อมาเมื่อ พ.ศ.๒๔๔๐ ได้สร้างศาลาการเปรียญขึ้น ขนาดกว้าง ๕ วา ยาว ๘ วา (10x16เมตร) หลังคามุงกระเบื้อดินเผา พื้นปูด้วยไม้กระดาน ต่อมา พ.ศ.๒๔๔๒ ได้สร้างกุฏิเพิ่มขึ้นมา ๔ หลัง จากนั้นท่านก็ได้พัฒนามาเรื่อยๆ จนมีพื้นที่ ๙ ไร่ ๒ งาน จากนั้น พ.ศ.๒๔๔๕ ได้สร้างอุโบสถเสาไม้ หลังคามุงสังกะสี ขนาด กว้าง ๓ วา ๒ ศอก ยาว ๙ วา พร้อมด้วยสร้างพระประธานประจำอุโบสถ และพระสาวกประดิษฐานข้างพระประธาน อีก ๒ องค์ (โดยสกัดศิลาแลงจากเขาวัดประดู่มาสร้าง) และลงรักปิดทองตามหลักพุทธปฏิมากรรม อาณาบริเวณโดยรอบได้จัดลงเขื่อนไม้ครากอย่างถาวร ใช้เวลาสร้างอยู่ระยะหนึ่ง เสร็จแล้วก็ขอพระราชทานวิสุงคามสีมา
ต่อมาได้รับพระบรมราชานุญาต จาก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ พระราชทานวิสุงคามสีมาสามัญ เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ร.ศ.๑๒๙ (พ.ศ.๒๔๕๓) ดังที่ลงในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๒๗ หน้า ๔๗๒ ข้อความว่า...
“ ๒ วัดเวฬุวนาราม ตำบลมะลวน ท้องที่อำเภอพุนพิน แขวงเมืองไชยา โดยยาว ๑๓ วา กว้าง ๑๒ วา เข้าอธิการด้วน กับทายก แลราษฎร ขอพระบรมราชานุญาต”
***ขนาด กว้าง ๑๒ วา ยาว ๑๓ วา (24x26เมตร)
ต่อมาได้จัดงานผูกพัทธสีมาขึ้น วันที่ ๔ เมษายน พ.ศ.๒๔๕๕ ตรงกับวันพฤหัสบดี แรม ๙ ค่ำ เดือน ๕ ปีชวด
ต่อมา พ.ศ.๒๔๕๙ ได้ขออยุญาตทางการจัดตั้งโรงเรียนประชาบาลประจำตำบลมะลวนขึ้น โดยการส่งเสริมและการนำของ เจ้าอธิการด้วน พรหมฺสุวณฺโณ ที่ได้ส่งเสริมและใส่ใจในเรื่องการศึกษาของกุลบุตรกุลธิดาของคนในพื้นที่
.....ต่อมา พ.ศ.๒๔๗๓ ท่านได้สร้างหอฉันขึ้นอีก ๑ หลัง กว้าง ๕ วา ยาว ๘ วา (10x16เมตร) แบบถาวรมีเสาคอนกรีต หลังคามุงกระเบื้องซีเมนต์ พร้อมด้วยสร้างกุฏิฝากั้นไม้กระดานเพิ่มขึ้นอีก ๒ หลัง
ต่อมา พ.ศ.๒๔๗๕ พระอธิการด้วน พรหมสุวณฺโณ อายุได้ ๖๕ ปี ๔๕ พรรษา ท่านคิดละสิ่งอันเป็นเครื่องพันทนาการจิตใจที่ท่านได้สรรสร้างมานาน ท่านมุ่งวิมุติธรรมหมายนิพพานอันสูงสุดไว้เป็นที่ตั้ง ท่านได้ลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดแหลมไผ่ แล้วแต่งตั้ง พระครูกล่ำ คงฺคสุวณฺโณ ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของท่าน ซึ่งจำพรรษา ณ วัดมะลิวัลย์(มะลวนใน) ให้มาเป็นเจ้าอาวาสวัดแหลมไผ่สืบต่อมา ซึ่งพ่อท่านด้วน ก็ได้จำพรรษา ณ วัดแหลมไผ่ตลอดมาจวบจนมรณภาพเมื่อ พ.ศ.๒๕๐๖
.....สมัยพระกล่ำ เริ่มจากสมัยต้นๆ ท่านได้ช่วยพ่อท่านด้วน ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของท่านมาแต่เดิม โดยเริ่มจาก เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๙ ได้สร้างกุฏิกั้นไม่กระดานขึ้น และช่วยพัฒนาวัดแหลมไผ่ ตลอดมา จนพ่อท่านด้วยเห็นว่า พระกล่ำ สามารถที่จะเป็นตัวแทนได้ ท่านเลยลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส จากนั้นพระครูกล่ำก็ได้พัฒนา สรรสร้างถาวรวัตถุ เช่น ต่อเติมศาลาการเปรียญและหอฉัน สร้างกุฏิเพิ่ม สร้างอาคารเรียนเพิ่ม ต่อมา พ.ศ.๒๔๙๒ ได้สร้างโรงเรียนขึ้นโดยเงินจากประชาชนบ้าง ทางการบ้าง แล้วมอบให้กับราชการ เป็นอาคารเรียน ๒ ชั้น กว้าง ๕ วา ยาว ๑๔ วา (10x28เมตร) ต่อมา พ.ศ.๒๔๙๖ ได้สร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรมขึ้น ๑ หลัง เป็นอาคาร ๒ ชั้น กว้าง ๕ วา ยาว ๘ วา (10x16เมตร) กั้นไม้กระดาน ปู่ไม้กระดาน หล่อเสาคอนกรีต
ต่อมา พ.ศ.๒๕๐๐ ท่านได้คิดขยายบริเวณที่ทำสังฆกรรม เพราะแคบ ท่านจึงขออนุญาตพ่อท่านด้วน รื้ออุโบสถเดิมที่ทำจากไม้ หลังคาสังกะสี เพื่อทำคอนกรีตเสริมเหล็กให้มีพื้นที่กว้างขึ้นและมีความแข็งแรง จากนั้นได้ถอนพัทธสีมาเดิม สร้างอุโบสถใหม่ เป็นคอนกรีต มุงกระเบื้องเคลือบ ขนาด ๕ วา ๒ ศอก ยาว ๑๒ วา (11x24เมตร) ใช้เวลาสร้างอยู่ระยะหนึ่ง เสร็จแล้วก็ขอพระราชทานวิสุงคามสีมา
ต่อมาได้รับพระบรมราชานุญาต จาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ พระราชทานวิสุงคามสีมาสามัญ เมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๐๕ ตามข้อมูลตารางในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๙ ตอน ๑๔ ลงวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๕ เนื้อความว่า.....
“วัดแหลมไผ่ (เวฬุวนาราม) ตำบลมะลวน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๒๔ เมตร ยาว ๓๐ เมตร”
ต่อมาได้จัดงานผู้พัทธสีมาขึ้น เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๘ เป็นการจัดงานที่ยิ่งใหญ่ ในงานมีการจัดสร้างวัตถุมงคลที่ระลึก และมีการจัดพุทธาภิเษกวัตถุมงคลถึง ๓ วัน ๓ คืน มีพระเกจิจากทั่วสารทิศมาร่วมพิธี หลังจากนั้นอีก ๑ ปี พ.ศ.๒๕๐๙ พระครูกล่ำ ก็ได้มรณภาพ
ต่อจากนั้นมีสมภารมาครองวัดแหลมไผ่อีกประมาณ ๓ ท่าน ซึ่งก็ได้ลาสิกขาออกไป จวบจนถึงสมัยของพระครูกิตติวรรณวิสุทธิ์ (ลิขิต กิตฺติวณฺโณ) ท่านก็ได้สืบทอดเจตนารมย์ พัฒนาวัดและสงเคราะห์ญาติโยมสืบต่อมา จนมรณภาพเมื่อ พ.ศ.๒๕๕๕

#ประวัติของอดีตสมภาร วัดแหลมไผ่
👉๑. ประวัติ พระอธิการด้วน พรหมฺสุวณโณ (พ่อท่านด้วน วัดแหลมไผ่)
วัดแหลมไผ่ ต.มะลวน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี
ชาตะ : พระอธิการด้วน พรหมฺสุวณโณ เป็นบุตรของขุนนุรักษ์ประชา (เคย ภูมิไชยา) และนางกิ้ม ภูมิไชยา กำเนิดเมื่อวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ.๒๔๐๙ ตรงกับวันพุธ ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๕ ปีเถาะ กำเนิด ณ บ้านเชียร แขวงโฉลก เมืองไชยา ปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ ม.๕ ต.คลองไทร อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี มีพี่น้องร่วมบิดามาดา ๘ คน คือ
๑.นางฉิม ภูมิไชยา
๒.นายด้วน ภูมิไชยา (พระอธิการด้วน พรหมฺสุวณโณ)
๓.นางเสียบ จุ้ยจุลเจิม
๔.นางปาน อินทร์จันทร์
๕.นางแป้น ไกรวงศ์
๖.นางพริก เดชมณี
๗.นางปลอด ทองก่อนาค
๘.นางผึ้ง ภูมิไชยา
***เรื่องวันกำเนิดของท่าน ถ้ายึดตามจันทรคติ วันขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๕ ปีเถาะ จะตรงกับ วันเสาร์ ที่ ๑๓ เมษายน พ.ศ.๒๔๑๐ (เทียบจากปฏิทินร้อยปีโดยยึดการนับแบบจันทรคติ)
เมื่อวัยเยาว์ได้ศึกษาอักขระสมัยในสำนักของพระอธิการมนต์ ธมฺมปาโล วัดอัมพาราม (วัดม่วง)
อุปสมบท : อายุย่างเข้า ๒๐ ปี วันที่ ๕ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๒๙ ณ วัดเขาศรีวิชัย โดยมี พระครูคง (พระครูคงเฒ่า) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการมนต์ ธมฺมปาโล วัดอัมพาราม(วัดม่วง) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการชุม จุนฺโท วัดมะลิวัลย์(มะลวนใน) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาทางธรรมว่า “พรหมฺสุวณฺโณ”
เมื่ออุปสมบทแล้ว :
-ศึกษาพระธรรม สวดมนต์ และวิชา จากพ่อท่านมนต์ ธมฺมปาโล วัดอัมพาราม ๒ พรรษา
-ศึกษาวิปัสสนากรรมฐาน จากพ่อท่านนวล วัดท่าเสวียด ๒ พรรษา
-เจ้าอาวาสวัดบางคราม ต.ปากฉลุย อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี ๑ พรรษา
-เดือน ๔ ปีมะเส็ง พ.ศ.๒๔๓๖ กลับภูมิลำเนาจำพรรษา ณ พำนักสงฆ์บ้านแหลมไผ่
-พ.ศ.๒๔๓๗ เริ่มสร้างวัดแหลมไผ่
-วันที่ ๒๖ เมษายน ร.ศ.๑๒๙ (พ.ศ.๒๔๕๓) รับพระบรมราชานุญาต จาก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ พระราชทานวิสุงคามสีมาสามัญ วัดแหลมไผ่ (เวฬุวนาราม) และภายหลัง ในสมัยพระครูกล่ำ เป็นเจ้าอาวาส (พ่อท่านด้วน ลาออกจากเจ้าอาวาสวัดแหลมไผ่แล้วและดำรงขันธ์อยู่) มีการถอนพัทธสีมาเดิมสร้างอุโบสถหลังใหม่ และขอพระราชทานวิสุงคามสีมาใหม่ในวันที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๐๕
-พ.ศ.๒๔๗๕ ลาออกจากเจ้าอาวาสวัดแหลมไผ่
พ่อท่านด้วน เป็นพระสงฆ์ที่มีอายุยืน และสมถะมากๆ เรียกได้ว่าเป็นพระสายปฏิบัติรูปหนึ่งของเมืองสุราษฎร์ธานี ท่านไม่ยึดติดกับสิ่งใดเลย ท่านเป็นพระสงฆ์ที่คมในฝัก ท่านมีวิชาอาคมในสายเดียวกับพ่อท่านนุ้ย วัดอัมพาราม กล่าวคือเป็นศิษย์พระอาจารย์เดียวกันคือ พ่อท่านมนต์ วัดอัมพาราม และพ่อท่านนวล วัดท่าเสวียด สมัยก่อน พ่อท่านนุ้ย และ พ่อท่านด้วน ไปมาหาสู่กันประจำ มีการทดสอบวิชากันด้วย ส่วนมากจะเป็นพ่อท่านนุ้ย ที่ทดสอบอำนาจฌาณของพ่อท่านด้วน ว่ากันว่าทดสอบโดยการเล่นหมากรุกกัน ๓ วัน ๓ คืน โดยนั่งกับที่ไม่ลุกไปไหน และไม่มีอาการอ่อนเพลียแต่อย่างใด นับว่ามีอำนาจจิตเหนือสังขาร ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดจากการปฏิบัติธรรมจนบรรลุธรรมขั้นสูง และเรื่องที่กล่าวขานมากก็คือในสมัยที่ท่านสร้างวัดแหลมไผ่ มีการใช้ขวานในการแต่งไม้เพื่อสร้างวัด เกิดขวานของศิษย์ท่านที่ใช้จามแต่งไม่อยู่ หลุดแล้วกระเด็นมาถูกบริเวณชายโครงของพ่อท่านด้วน แต่ท่านกลับไม่เป็นอะไรเลย ซึ่งขวานหนักๆ คมๆ แล้วกระเด็นไปโดนแบบนั้น ต้องบาดเจ็บแน่ๆ เป็นต้น
อาพาธ/มรณภาพ : ท่านได้อาพาธด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ.๒๕๐๖ ตรงกับวันพฤหัสบดี ขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีเถาะ พระครูกล่ำ และพุทธบริษัทต่างช่วยรักษาดูแลอย่างใกล้ชิด แต่อาการมีแต่ทรงกับทรุด จนถึงวันที่ ๖ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๐๖ ตรงกับวันศุกร์ แรม ๕ ค่ำ เดือน ๑ ปีเถาะ เวลา ๖.๓๐ น. ได้ละสังขารอย่างสงบ สิริอายุ ๙๖ ปี ๘ เดือน ๗๗ พรรษา ฌาปนกิจ ๒๘ มีนาคม พ.ศ.๒๕๐๘

👉๒.พระครูกล่ำ เกตทตฺโต (คงฺคสุวณฺโณ)
.....ชาตะ : เดิมชื่อ นายกล่ำ นิลสม กำเนิด ณ บ้านแหลมไผ่ ปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ ม.๓ ต.มะลวน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อ วันจันทร์ เดือน ๘ ปีขาล พ.ศ.๒๔๓๓ เป็นบุตรของนายสม นางเอียด นิลสม มีพี่น้องร่วมบิดามารดา ๑๐ คน ดังนี้
๑.นางหอย
๒.นายพัน
๓.นายหีต
๔.นายผิน
๕.นางฉิ้ม
๖.นางเขียว
๗.นายกล่ำ (พระครูกล่ำ เกตทตฺโต)
๘.นายแจ้ง
๙.นางศีล
๑๐.นายรุ่ง
เมื่อยังวัยเยาว์ท่านได้เข้าศึกษาอักขระสมัยอักษรไทยและขอม ในสำนักเจ้าอธิการด้วน พรหมฺสุวณฺโณ วัดแหลมไผ่
บรรพชา : เมื่ออายุได้ ๑๗ ปี พ.ศ.๒๔๕๐
อุปสมบท : เมื่อายุได้ ๒๐ ปี พ.ศ.๒๔๕๓ ณ พัทธสีมาวัดมะลิวัลย์ (มะลวนใน) โดยมี
- พระครูพิศาลคณะกิจ (จ้วน) เจ้าคณะแขวงพุนพินวัดพุนพินใต้ เป็นพระอุปัชฌาย์
- พระปลัดเกตุ เกสโร วัดเขาศรีวิชัย เป็นพระกรรมวาจาจารย์
- เจ้าอธิการด้วน พรหมฺสุวณฺโณ วัดแหลมไผ่ เป็นพระอนุสาวนาจารย์
ได้รับฉายาทาวธรรมว่า “คงฺคสุวณฺโณ” ก่อนเปลี่ยนมาใช้ “เกตฺทตฺโต” ในภายหลัง เมื่ออุปสมบทแล้วได้จำพรรษา ณ วัดมะลิวัลย์ ศึกษาสรรพวิชากับพ่อท่านพร้อม จนฺทมุนี อยู่ช่วงหนึ่ง จากนั้นได้มาจำพรรษากับ พ่อท่านด้วน ณ วัดแหลมไผ่ ผู้เป็นพระอาจารย์ของท่านตั้งแต่วัยเยาว์ ได้ปรนนิบัติปฏิบัติอุปัฏฐากพระอาจารย์ ได้เล่าเรียนศึกษาพระธรรมวินัย จนสวดพระปาฏิโมกข์ได้ และได้ศึกษาวิปัสนากรรมฐานและสรรพวิชาต่างๆจากพ่อท่านด้วน ต่อมา พ.ศ.๒๔๗๕ พ่อท่านด้วนได้ลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดแหลมไผ่ และได้แต่งตั้ง พระกล่ำ เป็นเจ้าอาวาสวัดแหลมไผ่ สืบไป พ่อท่านกล่ำมีความชำนาญด้านยาสมุนไหรเป็นอย่างมาก ช่วยรักษาโรคโดยใช้วิธีแพทย์แผนโบราณในการรักษาคน โดยการต้มยาให้ผู้มาพึ่งบารมีไปรับประทานให้หายจากการป่วย อีกทั้งยังเป็นครูผู้สอนพระ สามเณร ตลอดจนถึงเด็กๆฆราวาส ในปี พ.ศ.๒๔๙๕ จึงได้เป็นพระครูชั้นประทวนที่ พระครูกล่ำ เกตฺทตฺโต ท่านเป็นพระนักพัฒนาและสรรสร้างมาตลอดชีวิต
อาพาธ/มรณภาพ : ปี พ.ศ.๒๕๐๘ หลังจากงานผูกพัทธสีมาฝังลูกนิมิตรไม่นาน ท่านเกิดอาพาธด้วยโรคชรา ศิษยานุศิษย์ได้นำท่านเข้ารักษาที่โรงพยาบาล รักษาอยู่ช่วงหนึ่ง จากนั้นก็กลับมาพัก ณ วัดแหลมไผ่ จนถึงวันที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๐๙ เวลา ๒๒.๕๕ น. พระครูกล่ำ เกตฺทตฺโต ก็ได้ละสังขารอย่างสงบ ท่ามกลางศิษยานุศิษย์ที่เฝ้าดูอาการ สิริอายุ ๗๗ ปี ๕๗ พรรษา ได้เก็บสรีระสังขารไว้นานจนแห้งเหลือเป็นอัฐิ และได้ทำการฌาปนกิจอัฐิ เมื่อ ๑๑ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๙

👉๓.พระครูกิตติวรรณวิสุทธิ์ (ลิขิต กิตฺติวณฺโณ)
ชาตะ : วันที่ ๖ มีนาคม พ.ศ.๒๔๘๗ ตรงกับวันจันทร์ ขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๔ ปีมะแม
อุปสมบท : เมื่ออายุ ๒๑ ปี พ.ศ.๒๕๐๘ ณ พัทธสีมาวัดแหลมไผ่ โดยมี พระเทพรัตนกวี (เกตุ ธมฺมวโร) วัดไตรธรรมารามฯ เป็นพระอุปัชฌาย์
พระอาจารย์ลิขิต หรือ อาจารย์ขิต,พ่อท่านขิต เป็นพระสงฆ์ที่มีความรอบรู้ด้านโหราศาสตร์ และแพทย์แผนโบราณ ยาสมุนไพร ซึ่งท่านได้ศึกษาจากตำราที่ได้รับสืบทอดมาจากพระครูกล่ำ ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของท่าน สมัยที่พ่อท่านขิตดำรงขันธ์อยู่นั้น มีประชาชนจากทั่วสารทิศเดินทางมาหาท่านเพื่อรักษาโรค ท่านก็เมตตารักษาสงเคราะห์ให้ทุกรายไป ท่านรักษาโดยใช้ยาสมุนไพรและวิชาที่ท่านร่ำเรียนมา โดยจะทำสมุนไพรรักษาโรคนั้นๆไว้เป็นห่อๆ ก่อนที่จะให้เอาไปต้มรับประทาน ท่านจะเสกยานั้นด้วยการบริกรรมคาถาประจุลงใส่ยาก่อนจะแจกจ่ายไป ท่านมีอุปนิสัยโอบอ้อมอารี ช่วยเหลือสังคมมาตลอดในทุกๆด้าน เป็นที่เคารพศรัทธาอย่างกว้างขวาง
อาพาธ/มรณภาพ : พระครูกิตติวรรณวิสุทธิ์ พ่อท่านลิขิต ได้อาพาธเป็นหลายโรค ทั้งความดัน และเบาหวาน ทำการรักษาโดยเข้าออกโรงพยาบาลมาตลอด จนถึงวันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๔ หลังฉันเพล เวลาประมาณเที่ยงกว่าๆ ท่านได้เกิดเป็นลมหมดสติกระทันหันขึ้นมา (ลมปัจจุบัน) ณ กุฏิของท่าน ทางศิษยานุศิษย์เห็นดังนั้นจึงรีบส่งท่านไปโรงพยาบาล แต่ก็ไม่ทันการ และถึงแก่มรณภาพในที่สุด ของวันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๕๔ ตรงกับวันอาทิตย์ ขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๘ ปีเถาะ สิริอายุ ๖๗ ปี ๔๖ พรรษา ทำพิธีปิดศพเมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๔ พระราชทานเพลิงศพเมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๖

-วัตถุมงคลของวัดแหลมไผ่ มีลำดับเรียงตาม พ.ศ. ดังนี้
👉๑.เหรียญพระครูกล่ำ เกตฺทตฺโต สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๘ สร้างโดยคณะศิษย์ของท่าน เพื่อแทนคุณที่ท่านเป็นครูผู้สอนหนังสือ โดยใช้บล็อคหลังเหรียญของพ่อท่านเพชร วฑฺฒโน วัดศรีเวียง รุ่น ๒ มาใช้ แล้วบล็อคหน้าใหม่เป็นรูปพระครูกล่ำครึ่งองค์ จำนวนการสร้างหลักพันเหรียญ เป็นเหรียญเนื้อทองแดง ไม่รมดำ ในเหรียญระบุ “วัดแหลมไผ่๒๔๙๘” และ “พระครูกล่ำ คงฺคสุวณฺโณ” ได้ปลุกเสกอธิษฐานจิตอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนแจกจ่ายแก่ผู้ศรัทธา นับว่าเป็นวัตถุมลคลรุ่นแรกของวัดแหลมไผ่ และเป็นเหรียญของลูกศิษย์ที่สร้างก่อนเหรียญอาจารย์ คือสร้างเหรียญพระครูกล่ำก่อนเหรียญพ่อท่านด้วน
👉๒.เหรียญพ่อท่านด้วน พรหมฺสุวณฺโณ สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๐๐ เป็นเหรียญที่สร้างขึ้นโดยคณะศิษย์ร่วมกับพระครูกล่ำ สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงครูบาอาจารย์ และในโอกาสที่พ่อท่านด้วนมีอายุครบ ๙๐ ปี จำนวนการสร้างหลักพันเหรียญ เป็นเหรียญทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ เนื้อทองแดง มีทั้งรมดำ และกะไหล่ทอง ด้านหน้าเป็นรูปพ่อท่านด้วนนั้งขัดสมาธิเต็มองค์ ปรากฏอักษร “พระอธิการด้วน พรหมฺสุวณฺโณ วัดแหลมไผ่ ต.มะลวน อ.พูนพิน จ.สุราษฎร์ธานี” ทำการปลุกเสกอธิษฐานจิตโดยพ่อท่านด้วน และมีการสวดเจริญพระพุทธมนต์ ก่อนจะแจกจ่ายแก่ผู้เคารพศรัทธา เป็นเหรียญที่ทรงคุณค่ามาก และมีประสบการณ์มากมายในพื้นที่
เรื่องของการสร้างวัตถุมงคลหรือของขลังของพ่อท่านด้วน ท่านจะไม่ค่อยสร้างให้ใคร เมื่อมีผู้มาขอให้ทำ เช่น ตะกรุด ผ้ายันต์ ท่านจะปฏิเสธแล้วบอกให้คนนั้นไปหาพ่อท่านนุ้ย วัดม่วง ซึ่งเป็นศิษย์พี่ของท่าน นับว่าเป็นการอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นอย่างมาก แต่วัตถุมงคลของขลังที่ท่านทำก็มี แต่มีจำนวนน้อยมาก
👉๓.วัตถุมงคลรุ่นผูกพัทธสีมา วัดแหลมไผ่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ครั้งที่ ๒ เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๕ และเมื่อ พ.ศ.๒๕๐๘ ทางวัดร่วมกับประชาชาชนได้จัดงานผูกพัทธสีมาฝังลูกนิมิตรขึ้น และในงานมีการจัดพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลที่ระลึกงานผูกพัทธสีมาขึ้น วัตถุมงคลมีหลายแบบ ดังนี้
๑.เหรียญสองหน้า พระครูกล่ำ / พระอธิการด้วน วัดแหลมไผ่ เป็นเหรียญรูปไข่วงรีเนื้อทองแดงรมดำ
๒.เหรียญสองหน้า พระราชธรรมาภรณ์ (เงิน จนฺทสุวณฺโณ) วัดดอนยายหอม / หลวงพ่อเต๋ คงสุวณฺโณ (คงทอง) วัดสามง่าม จ.นครปฐม เป็นเหรียญกลม เนื้อทองแดงรมดำ
๓.เหรียญที่ระลึกผูกพัทธสีมาวัดแหลมไผ่ ดทรงใบสาเก ด้านหน้าเป็นรูปใบพัทธสีมาธรรมจักร มีอักขระ มะอะอุ และ อ.พ.ง ด้านหลังเรียบ เนื้อทองแดงกะไหล่เงินลงยา
๔.ล็อคเก็ตพ่อท่านด้วนรูปแบบต่างๆ
ในพิธีผูกพัทธเสมาวัดแหลมไผ่ จัดขึ้นสร้างอย่างยิ่งใหญ่โดยนิมนต์พระเกจิอาจารย์จากปักษ์ใต้และภาคกลาง โดยดำเนินพิธีปลุกเสกเป็นเวลา ๓ วัน ๓ คืน

รายนามพระเกจิอาจารย์ที่ได้เดินทางมาร่วมพิธี มีดังนี้
-ภาคกลาง
๑.พระพระราชธรรมาภรณ์ (เงิน จนฺทสุวณฺโณ) วัดดอนยายหอม จ.นครปฐม
๒.หลวงพ่อเต๋ คงสุวณฺโณ (คงทอง) วัดสามง่าม จ.นครปฐม
-ภาคใต้ เช่น พ่อท่านแต่ง นนฺทสโร วัดนันทาราม พ่อท่านเริ่ม วิมโล วัดบางน้ำจืด พระอาจารย์นำ ชินวโร วัดดอนศาลา จ.พัทลุง เป็นต้น

แหล่งข้อมูล
-หนังสือที่ระลึกฌาปนกิจศพพ่อท่านด้วน พรหมฺสุวณฺโณ ๒๘ มีนาคม ๒๕๐๗
-หนังสือที่ระลึก ๑๐๐ วันบำเพ็ญกุศลศพ พระครูกล่ำ เกตุทตฺโต ๓๐-๓๑ มีนาคม ๒๕๐๙
-หนังสือที่ระลึกปิดศพพระครูกิตติวรรณวิสุทธิ์ (ลิขิต กิตฺติธมฺโม) ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๔
-คุณครูประธีป ศรียาภัย ไวยาวัจกร วัดแหลมไผ่
-ภาพและข้อมูล จาก พี่ยุทธ ศ.ศรีวิชัย ปราชญ์ท้องถิ่น ยุทธ ศ.ศรีวิชัย
-จากข้อมูลที่แพร่หลาย
-ภาพจากสื่อออนไลน์ต่างๆ
-ภาพบางภาพจากลุงนภ นายนพดล มณีวัต ลุงนภ นภดล มณีวัต
-จักรกฤษณ์ แขกฮู้ เรียบเรียง

วัดเวฬุวนาราม (วัดแหลมไผ่) เป็นวัดเก่าแก่ในชุมชนที่มีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ก่อตั้งขึ้นจากความร่วมมือของชาวบ้านที่มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา โดยใช้พื้นที่บริเวณแหลมซึ่งมีต้นไผ่ขึ้นจำนวนมาก จึงเป็นที่มาของชื่อ “แหลมไผ่” วัดแห่งนี้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนมาอย่างยาวนาน เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา การศึกษา และกิจกรรมสาธารณประโยชน์

1.2 บทบาทของวัดในชุมชน วัดเวฬุวนารามมีบทบาทสำคัญ ได้แก่
-เป็นศูนย์กลางการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
-เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านคุณธรรม จริยธรรม
-เป็นสถานที่จัดกิจกรรมของชุมชน เช่น งานประเพณี
-เป็นศูนย์รวมความสามัคคีของคนในชุมชน

ลักษณะทางกายภาพของวัดสะท้อนถึงศิลปวัฒนธรรมไทยและความเรียบง่ายของชุมชสภาพแวดล้อมมีความร่มรื่นด้วยต้นไม้ โดยเฉพาะต้นไผ่ มีลานกิจกรรมสำหรับชุมชน
มีพื้นที่สำหรับจัดงานประเพณี
ศิลปกรรม รูปแบบสถาปัตยกรรมไทย ลวดลายที่สะท้อนความเชื่อทางพุทธศาสนา
สถานที่สำคัญภายในวัด
-อุโบสถ: ใช้ประกอบพิธีทางศาสนา
-ศาลาการเปรียญ: ใช้จัดกิจกรรมและการเรียนรู้
-กุฏิสงฆ์: ที่พักของพระภิกษุ
-เจดีย์/พระธาตุ: บรรจุพระบรมสารีริกธาตุหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์

วัดเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณค่าในหลายด้าน ได้แก่
1. ด้านศาสนาและจิตใจ
-ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม
-ฝึกสมาธิและการปฏิบัติธรรม
2. ด้านสังคม
-เป็นศูนย์รวมของชุมชน
-สร้างความสามัคคี
3. ด้านวัฒนธรรม
-สืบสานประเพณี เช่น งานบุญต่าง ๆ
-ถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น
4. ด้านการศึกษา
-เป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน
-ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

การจัดการเรียนรู้เน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง
1. การเรียนรู้เชิงประสบการณ์
-ศึกษาสถานที่จริง
-สังเกตและจดบันทึก
2. การเรียนรู้จากพระสงฆ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น
-การฟังธรรม
-การสนทนาธรรม
3. กิจกรรมการเรียนรู้
-การเข้าร่วมพิธีทางศาสนา
-การบำเพ็ญประโยชน์
-การทำกิจกรรมวันสำคัญ
4. การประเมินผล
-การสังเกตพฤติกรรม
-การสะท้อนผลการเรียนรู้
-การมีส่วนร่วม

1. การอนุรักษ์
-ดูแลรักษาสถานที่
-สืบทอดประเพณี
-ส่งเสริมบทบาทของเยาวชน
2. การพัฒนา
-ปรับปรุงภูมิทัศน์
-ใช้เทคโนโลยีเผยแพร่ข้อมูล
-พัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้เชิงวัฒนธรรม
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

วัดเวฬุวนาราม (วัดแหลมไผ่) (20 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/20 ข้อ วัดเวฬุวนาราม (วัดแหลมไผ่)
1 1.วัดเวฬุวนารามมีชื่อเดิมว่าอะไร
2 2.วัดตั้งอยู่ในตำบลใด
3 3.วัดมีบทบาทสำคัญด้านใด
4 4.เขตพุทธาวาสประกอบด้วยอะไร
5 5.ข้อใดเป็นเขตสังฆาวาส
6 6.วัดมีความร่มรื่นจากต้นอะไร
7 7.วัดเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านใด
8 8.การเรียนรู้ในวัดเน้นรูปแบบใด
9 9.การฟังธรรมเป็นการเรียนรู้จากใคร
10 10.การบำเพ็ญประโยชน์หมายถึงอะไร
11 11.การอนุรักษ์วัดควรทำอย่างไร
12 12.วัดเป็นศูนย์กลางของอะไร
13 13.ศิลปกรรมในวัดสะท้อนอะไร
14 14.กิจกรรมในวัดช่วยส่งเสริมอะไร
15 15.การเรียนรู้จากวัดช่วยพัฒนาด้านใด
16 16.การพัฒนาวัดควรทำอย่างไร
17 17.วัดเกี่ยวข้องกับวันสำคัญใด
18 18.เยาวชนมีบทบาทอย่างไร
19 19.การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมคืออะไร
20 20. เป้าหมายของการเรียนรู้จากวัดคืออะไร
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /20 ข้อ