1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

นางสุภัค เพชรลอย

แหล่งเรียนรู้: นางสุภัค เพชรลอย

รายละเอียดหลักสูตร

ปัจจุบันกระแสการกินถั่วงอกทั้งต่างประเทศและในประเทศ มีความนิยมกันมากขึ้น และนิยมเพาะ กินเองเป็นส่วนใหญ่ เพราะเป็นผักที่ปลูกง่ายได้ผลเร็ว ที่สำคัญการเพาะกินเอง ทำให้มั่นใจได้ว่าปลอดภัยไร้ สารพิษ ถั่วงอกที่เพาะขายเป็นการค้า ในท้องตลาดทั่วไปมีหลายชนิด เช่น ถั่วงอกจากถั่วเมล็ดเขียว และเมล็ดดำ แต่ที่เริ่มมีความนิยมเพิ่มมากขึ้นคือถั่วงอกหัวโต ที่เพาะจากเมล็ดถั่วลิสง หรือ เมล็ดถั่วเหลือง ถั่วงอกคือ หน่ออ่อนที่งอกออกมาจากเมล็ดถั่วอาศัยธาตุอาหารที่สะสมอยู่ในเมล็ดถั่ว โดยการนำ เมล็ดถั่วไปเพาะในภาชนะที่มีความชื้นและความร้อน หรืออุณหภูมิที่พอเหมาะ โดยไม่ให้โดนแสงสว่าง เพื่อ ไม่ให้รากและใบเลี้ยงงอกออกมา ภายในระยะเวลา 2-3 วัน ก็จะได้ถั่วงอกนำไปรับประทานหรือจำหน่ายได้ สำหรับถั่วงอกหัวโต จะให้รสชาติกรอบอร่อย มีรสมัน แต่อาจจะเพาะยากกว่าถั่วอื่น ๆ ตรงที่มักจะ ขึ้นราได้ง่าย จึงมีการเพาะเพื่อขายทั่วไปในตลาดน้อย ส่วนใหญ่จึงนิยมเพาะเอง โดยเฉพาะประชาชนแถบ ภาคใต้จะนิยมและคุ้นเคยกับการกินถั่วลิสงงอกมากกว่าถั่วงอกชนิดอื่น ๆ

จำนวนชั่วโมงเรียน
1.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
80%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

นางสุภัค เพชรลอย

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

ถั่วหัวโตเป็นพืชตระกูลถั่วที่มี รากพองเป็นหัว หัวมีขนาดใหญ่ จึงเรียกว่า “หัวโต” * นิยมปลูกเพื่อใช้ หัวเป็นอาหาร หรือแปรรูป
ลักษณะเด่น มีเถาเลื้อยหรือกึ่งเลื้อย ใบคล้ายถั่วทั่วไป ใต้ดินมีหัวใหญ่ เก็บสะสมแป้งและสารอาหาร บางชนิดสามารถนำหัวไปต้ม นึ่ง หรือทำอาหารได้
ในบางพื้นที่ “ถั่วหัวโต” อาจใช้เรียกพืชต่างชนิดกัน ขึ้นอยู่กับท้องถิ่น เช่น พืชคล้ายถั่วที่มีหัวกินได้ หรือพืชสมุนไพรพื้นบ้าน
ถ้าคุณต้องการความหมายเฉพาะของ “ถั่วหัวโต” ในพื้นที่ของคุณ หรืออยากรู้วิธีปลูก/ประโยชน์เพิ่มเติม บอกได้เลย เดี๋ยวอธิบายให้ตรงมากขึ้น

การเพาะถั่วงอกหัวโต (ทำจากถั่วลิสง) ให้ได้ต้นอวบอ้วน กรอบหวาน ทำได้ง่ายๆ โดยการแช่เมล็ดถั่วลิสงคัดเกรดในน้ำ 12-24 ชั่วโมง บ่มในผ้าชื้นจนรากงอก แล้วนำไปเพาะในภาชนะที่รองด้วยวัสดุรักษาความชื้น เช่น ขุยมะพร้าวหรือผ้าชุบน้ำหมาด กลบด้านบนให้ทึบแสง รดน้ำวันละ 2-3 ครั้ง เก็บเกี่ยวภายใน 3-4 วัน
ขั้นตอนการเพาะถั่วงอกหัวโต (วิธีใช้ขุยมะพร้าว)
1. คัดเมล็ดและแช่น้ำ: คัดเมล็ดถั่วลิสงที่สมบูรณ์ ล้างน้ำให้สะอาด แช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 12 ชั่วโมงอย่างต่ำ เพื่อให้เมล็ดดูดซึมน้ำ
2. บ่มเมล็ด: นำเมล็ดถั่วมาห่อด้วยผ้าชุบน้ำบิดหมาด หรือใส่ภาชนะปิดฝาไว้ประมาณ 12-24 ชั่วโมง จนกระทั่งเห็นรากงอกออกมาเล็กน้อย
3. เตรียมภาชนะเพาะ: ใช้กล่องพลาสติกหรือตะกร้า นำขุยมะพร้าวแช่น้ำแล้วบีบหมาดๆ ปูพื้นหนาประมาณ 1 นิ้ว
4. โรยและกลบเมล็ด: โรยเมล็ดถั่วที่บ่มแล้วลงบนขุยมะพร้าว (ไม่ควรหนาแน่นเกินไป) จากนั้นใช้ขุยมะพร้าวชื้นกลบด้านบนให้หนา 2-3 นิ้ว เพื่อให้ต้นถั่วอวบและขาว
5. เก็บในที่มืด: นำกล่องไปวางในที่มืด (ไม่มีแสงสว่าง) ปิดฝาไม่ต้องสนิทมาก เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้บ้างแต่ยังคงความชื้นสูง
6. ดูแลและเก็บเกี่ยว: รดน้ำเช้า-เย็น หรือวันละ 2-3 ครั้ง ภายใน 3-4 วัน ต้นถั่วจะอวบใหญ่ได้ที่ นำไปล้างทำความสะอาดพร้อมประกอบอาหาร
เคล็ดลับเพาะถั่วงอกหัวโต
• เมล็ดพันธุ์: ใช้ถั่วลิสงเกรดที่ใช้เพาะงอกโดยเฉพาะ จะงอกดีกว่าถั่วลิสงทั่วไป
• ความทึบแสง: การเก็บไว้ในที่มืดจะช่วยให้ถั่วงอกมีสีขาว ลำต้นไม่เขียวและไม่ขม
ถั่วหัวโต เป็นชื่อที่ใช้เรียกพืชตระกูลถั่วชนิดหนึ่ง โดยทั่วไปหมายถึงถั่วที่มี “หัว” หรือส่วนสะสมอาหารใต้ดินขนาดใหญ่ ลักษณะคล้ายหัวมัน

นางสุภัค เพชรลอย เป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์ด้านการเพาะปลูกถั่วหัวโตอย่างครบวงจร ตั้งแต่การคัดเลือกพันธุ์ การเตรียมดิน การเพาะปลูก การดูแลรักษา ตลอดจนการเก็บเกี่ยวผลผลิต สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้จากประสบการณ์จริงสู่ผู้เรียนได้อย่างเป็นระบบ เข้าใจง่าย และนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพ

ผู้สอนมีความเข้าใจเกี่ยวกับปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของถั่วหัวโต เช่น สภาพดินที่เหมาะสม การให้น้ำอย่างเพียงพอ การใช้ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยบำรุง การจัดระยะปลูก รวมถึงการป้องกันโรคและแมลงศัตรูพืช โดยสามารถอธิบายความสัมพันธ์ของแต่ละปัจจัยต่อการเกิด “หัวโต” ได้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งมีประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในแปลงปลูก เช่น ปัญหาหัวไม่โต รากเน่า หรือผลผลิตไม่สม่ำเสมอ

การจัดการเรียนรู้เน้นรูปแบบการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ (Workshop / Active Learning) เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ลงมือทำจริงทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมวัสดุอุปกรณ์ การผสมดิน การปลูก การดูแลรักษา และการเก็บเกี่ยว เพื่อสร้างความเข้าใจจากประสบการณ์ตรง ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดทักษะ สามารถปฏิบัติได้จริง และนำไปต่อยอดเป็นอาชีพหรือกิจกรรมสร้างรายได้ในครัวเรือนได้

นางสุภัค เพชรลอย มีเทคนิคการถ่ายทอดความรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนทุกช่วงวัย ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย มีการอธิบายทีละขั้นตอน พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เรียนซักถาม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และร่วมวิเคราะห์ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในการเพาะปลูก เพื่อสร้างบรรยากาศการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมและเป็นกันเอง

นอกจากนี้ ยังมีการใช้สื่อและแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายประกอบการสอน เช่น แปลงสาธิตจริง ตัวอย่างหัวถั่วจริง วัสดุอุปกรณ์ในการปลูก แผ่นภาพความรู้ รวมถึงวิดีโอสาธิตขั้นตอนการเพาะปลูก เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเห็นภาพ เข้าใจง่าย และสามารถจดจำกระบวนการได้อย่างชัดเจน โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียน “ทำเป็น ปลูกได้จริง และนำไปใช้ได้จริง” ตามแนวทางการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างอาชีพอย่างยั่งยืน

การปลูก ถั่วหัวโตด้วยขุยมะพร้าว ทำได้ดีมากถ้าจัดโครงสร้างวัสดุปลูกและการให้น้ำ–ปุ๋ยให้เหมาะ เพราะขุยมะพร้าวช่วยให้รากเดินง่าย หัวขยายตัวได้เต็มที่ แต่ก็มีจุดต้องระวังเรื่องความชื้นและธาตุอาหาร
หลักคิดก่อนเริ่ม
ขุยมะพร้าว = โปร่ง ระบายน้ำดี อุ้มน้ำพอประมาณ
👉 เหมาะกับพืชที่ “ลงหัว” แต่ต้อง เติมอาหาร + คุมความชื้น
🧪 สูตรวัสดุปลูก (แนะนำ)
ผสมให้ได้ความโปร่ง + มีธาตุอาหารพอ
* ขุยมะพร้าวแช่น้ำล้างแทนนินแล้ว 2 ส่วน
* ดินร่วน 1 ส่วน
* ปุ๋ยคอกเก่า 1 ส่วน
* แกลบดำ หรือทรายหยาบ ½ ส่วน
👉 เคล็ดลับ: ถ้าอยากให้หัว “กลม สวย ไม่แตก” เพิ่มทรายหยาบอีกเล็กน้อย

นางสุภัค เพชรลอย เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเพาะปลูกถั่วหัวโตให้แก่ชุมชนและหน่วยงานต่าง ๆ โดยได้นำประสบการณ์จริงจากการประกอบอาชีพมาพัฒนาเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่เข้าใจง่าย สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง และสอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนในชุมชน

ที่ผ่านมา นางสุภัค เพชรลอย ได้รับเชิญให้เป็นวิทยากรในการจัดอบรมทั้งในระดับชุมชน กลุ่มอาชีพ และหน่วยงานด้านการศึกษาและการพัฒนาชุมชน ถ่ายทอดความรู้ตั้งแต่พื้นฐานการปลูกถั่วหัวโต การคัดเลือกพันธุ์ การเตรียมดิน การดูแลรักษา ไปจนถึงการเก็บเกี่ยวและการจำหน่ายผลผลิต โดยเน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเกิดความเข้าใจและสามารถนำไปต่อยอดได้ด้วยตนเอง

การถ่ายทอดองค์ความรู้ของนางสุภัค เน้นกระบวนการมีส่วนร่วม เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ทดลองปฏิบัติ ซักถาม แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และร่วมกันแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในการเพาะปลูก ทำให้ผู้เรียนเกิดความมั่นใจ สามารถนำความรู้กลับไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตนเองได้อย่างเหมาะสม

ผู้ที่ผ่านการอบรมหลายรายสามารถนำความรู้ไปพัฒนาการปลูกถั่วหัวโตในครัวเรือน ลดค่าใช้จ่าย และต่อยอดเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ให้กับครอบครัว บางรายสามารถพัฒนาผลผลิตจนมีคุณภาพดี เป็นที่ต้องการของตลาดในชุมชน ถือเป็นผลสำเร็จที่สะท้อนถึงประสิทธิภาพของการถ่ายทอดองค์ความรู้ได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ นางสุภัค เพชรลอย ยังมีแปลงต้นแบบสำหรับใช้เป็นแหล่งเรียนรู้และสาธิตการเพาะปลูกถั่วหัวโตให้แก่ผู้สนใจ โดยแปลงปลูกมีการจัดการอย่างเป็นระบบ เห็นผลผลิตที่ชัดเจน เช่น ถั่วหัวใหญ่ รูปทรงสวย คุณภาพดี และมีความสม่ำเสมอ ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้เรียนและผู้เข้าศึกษาดูงานว่ากระบวนการเพาะปลูกสามารถทำได้จริงและให้ผลลัพธ์ที่มีคุณภาพ

การถ่ายทอดองค์ความรู้ของนางสุภัค เพชรลอย จึงไม่เพียงเป็นการส่งต่อความรู้ด้านการเกษตรเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจ ส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง และสร้างโอกาสในการพัฒนาอาชีพให้กับคนในชุมชนอย่างยั่งยืนอีกด้วย
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

นางสุภัค เพชรลอย (20 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/20 ข้อ นางสุภัค เพชรลอย
1 ถั่วหัวโตมีลักษณะเด่นอย่างไร
2 ถั่วหัวโตจัดอยู่ในพืชประเภทใด
3 การปลูกถั่วหัวโตนิยมปลูกเพื่ออะไร
4 แหล่งกำเนิดของถั่วหัวโตส่วนใหญ่มาจาก
5 การเตรียมหัวพันธุ์ควรทำอย่างไร
6 ควรแช่หัวพันธุ์ก่อนปลูกเพื่ออะไร
7 ดินที่เหมาะสมกับถั่วหัวโตคือ
8 ขุยมะพร้าวมีประโยชน์อย่างไรในการปลูก
9 ระยะปลูกที่เหมาะสมควรเป็นอย่างไร
10 หากปลูกถี่เกินไปจะเกิดผลอย่างไร
11 ปุ๋ยที่ช่วยให้หัวโตควรเน้นธาตุใด
12 การให้น้ำควรเป็นอย่างไร
13 การพูนดินมีประโยชน์อย่างไร
14 การตัดปลายเถาช่วยอะไร
15 ขุยมะพร้าวก่อนใช้ควรทำอย่างไร
16 น้ำหมักชีวภาพมีประโยชน์อย่างไร
17 ระยะเก็บเกี่ยวโดยประมาณคือ
18 สัญญาณว่าพร้อมเก็บเกี่ยวคืออะไร
19 ถ้าดินแฉะเกินไปจะเกิดอะไร
20 เทคนิคสำคัญที่สุดในการทำให้หัวโตคืออะไร
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /20 ข้อ