1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

การคัดแยกขยะเศษอาหารเพื่อทำสารปรับปรุงดินจากขยะเปียก

แหล่งเรียนรู้: ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร

รายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรการคัดแยกขยะเศษอาหารเพื่อทำสารปรับปรุงดิน เป็นหลักสูตรที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประเภทของขยะ การคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี โดยเฉพาะขยะอินทรีย์หรือเศษอาหารที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ ผ่านกระบวนการแปรรูปเป็นสารปรับปรุงดิน เช่น ปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพ หรือดินปลูก

ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ตั้งแต่การจำแนกประเภทขยะ ผลกระทบของขยะต่อสิ่งแวดล้อม วิธีการคัดแยกขยะในครัวเรือน การจัดการเศษอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ ตลอดจนขั้นตอนการผลิตสารปรับปรุงดินอย่างง่ายที่สามารถทำได้จริงในชีวิตประจำวัน

หลักสูตรนี้ยังส่งเสริมจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม การลดปริมาณขยะในชุมชน การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และสามารถต่อยอดไปสู่การสร้างรายได้หรืออาชีพเสริมได้อย่างยั่งยืน

จำนวนชั่วโมงเรียน
5.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
60%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

การคัดแยกขยะเศษอาหารเพื่อทำสารปรับปรุงดินจากขยะเปียก

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

1. ความหมายของขยะ
ขยะ หมายถึง สิ่งของหรือวัสดุที่ไม่ต้องการใช้แล้ว หรือหมดประโยชน์จากการใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น เศษอาหาร พลาสติก กระดาษ ขวดแก้ว เป็นต้น ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในครัวเรือน ชุมชน และสถานประกอบการ

2. ประเภทของขยะ
ขยะสามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ดังนี้

1) ขยะอินทรีย์ (ขยะเปียก)
คือ ขยะที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เช่น
เศษอาหาร
เปลือกผัก ผลไม้
เศษใบไม้
👉 สามารถนำไปทำปุ๋ยหมัก หรือสารปรับปรุงดินได้

2) ขยะรีไซเคิล
คือ ขยะที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น
ขวดพลาสติก
กระดาษ
กระป๋องอลูมิเนียม
👉 สามารถขายหรือส่งโรงงานรีไซเคิล

3) ขยะทั่วไป
คือ ขยะที่ไม่สามารถย่อยสลายง่าย และไม่คุ้มค่าต่อการรีไซเคิล เช่น
ซองขนม
โฟม
ถุงพลาสติกเปื้อนอาหาร
👉 ต้องกำจัดอย่างถูกวิธี

4) ขยะอันตราย
คือ ขยะที่มีสารพิษหรืออันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เช่น
ถ่านไฟฉาย
หลอดไฟ
กระป๋องสเปรย์
👉 ต้องแยกทิ้งเฉพาะ ไม่ปะปนกับขยะทั่วไป

3. สาเหตุการเกิดขยะ
การใช้ทรัพยากรอย่างฟุ่มเฟือย
การใช้ของใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง
การขาดความรู้ในการคัดแยกขยะ
พฤติกรรมการบริโภคที่ไม่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

4. ผลกระทบของขยะ
1) ด้านสิ่งแวดล้อม
เกิดมลพิษทางดิน น้ำ และอากาศ
เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลงและสัตว์นำโรค
ทำให้โลกร้อนจากก๊าซเรือนกระจก
2) ด้านสุขภาพ
เสี่ยงต่อโรค เช่น โรคทางเดินหายใจ โรคผิวหนัง
เกิดกลิ่นเหม็นและความไม่สะอาด
3) ด้านสังคมและเศรษฐกิจ
เสียค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะ
ทำให้ชุมชนไม่น่าอยู่

5. แนวทางการจัดการขยะเบื้องต้น (3Rs)
การลดปริมาณขยะสามารถทำได้โดยหลัก 3Rs ได้แก่
Reduce (ลดการใช้)
ใช้เท่าที่จำเป็น ลดการใช้ของฟุ่มเฟือย
Reuse (ใช้ซ้ำ)
นำของมาใช้ซ้ำ เช่น ถุงผ้า ขวดน้ำ
Recycle (นำกลับมาใช้ใหม่)
แยกขยะเพื่อนำไปรีไซเคิล

6. ความสำคัญของการคัดแยกขยะ
ลดปริมาณขยะที่ต้องกำจัด
ลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
ช่วยประหยัดทรัพยากร
สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น การทำปุ๋ยจากเศษอาหาร

สรุป
ขยะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน หากไม่มีการจัดการที่ถูกต้องจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ การรู้จักประเภทของขยะและการคัดแยกอย่างถูกวิธี เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการลดปัญหาขยะ และสามารถนำไปสู่การใช้ประโยชน์ เช่น การทำสารปรับปรุงดินได้

1. ความหมายของการคัดแยกขยะ
การคัดแยกขยะ หมายถึง การแยกขยะออกเป็นประเภทต่าง ๆ ตั้งแต่ต้นทาง (เช่น ในบ้าน) เพื่อให้ง่ายต่อการนำไปใช้ประโยชน์หรือกำจัดอย่างถูกวิธี ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

2. หลักการคัดแยกขยะ
การคัดแยกขยะที่ถูกต้อง ควรยึดหลักดังนี้
1) แยกตั้งแต่ต้นทาง
แยกขยะทันทีหลังใช้งาน
ไม่ทิ้งรวมกัน เพราะจะทำให้สกปรกและรีไซเคิลยาก
2) แยกตามประเภทของขยะ
แบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก
ขยะอินทรีย์ (เศษอาหาร)
ขยะรีไซเคิล
ขยะทั่วไป
ขยะอันตราย
3) รักษาความสะอาด
ล้างภาชนะก่อนทิ้ง เช่น ขวดน้ำ กล่องอาหาร
ลดกลิ่นและป้องกันแมลง
4) ลดปริมาณขยะ (3Rs)
Reduce ใช้เท่าที่จำเป็น
Reuse ใช้ซ้ำ
Recycle นำกลับมาใช้ใหม่
5) คำนึงถึงความปลอดภัย
แยกของมีคม เช่น แก้วแตก
แยกขยะอันตราย เช่น ถ่านไฟฉาย

3. วิธีการคัดแยกขยะในครัวเรือน
1) เตรียมอุปกรณ์
ถังขยะอย่างน้อย 3–4 ใบ หรือถุงแยกสี
ติดป้ายหรือสัญลักษณ์ให้ชัดเจน
ตัวอย่างสีถัง:
สีเขียว = ขยะอินทรีย์
สีเหลือง/น้ำเงิน = รีไซเคิล
สีทั่วไป = ขยะทั่วไป
สีแดง = ขยะอันตราย
2) การแยกขยะอินทรีย์ (เศษอาหาร)
เช่น เศษข้าว เปลือกผัก ผลไม้
แยกใส่ถังเฉพาะ
สามารถนำไปทำปุ๋ยหมัก/น้ำหมักชีวภาพ
3) การแยกขยะรีไซเคิล
เช่น ขวดพลาสติก กระดาษ กระป๋อง
ล้างให้สะอาดก่อนเก็บ
แยกตามประเภทวัสดุ (พลาสติก / กระดาษ / โลหะ)
4) การแยกขยะทั่วไป
เช่น ซองขนม โฟมเปื้อนอาหาร
ไม่สามารถรีไซเคิลได้
ใส่ถังทั่วไป
5) การแยกขยะอันตราย
เช่น ถ่านไฟฉาย หลอดไฟ
เก็บแยก ไม่ทิ้งรวม
นำไปทิ้งตามจุดรับเฉพาะ
6) การจัดการหลังคัดแยก
ขยะอินทรีย์ → ทำปุ๋ย
ขยะรีไซเคิล → ขาย/ส่งรีไซเคิล
ขยะทั่วไป → ทิ้งตามระบบเทศบาล
ขยะอันตราย → ส่งจุดรับเฉพาะ

4. ตัวอย่างการคัดแยกขยะในชีวิตประจำวัน
หลังรับประทานอาหาร → แยกเศษอาหารกับบรรจุภัณฑ์
ดื่มน้ำขวด → ล้างขวดแล้วแยกรีไซเคิล
เปลี่ยนถ่านไฟฉาย → แยกเก็บเป็นขยะอันตราย

5. ประโยชน์ของการคัดแยกขยะ
ลดปริมาณขยะ
ลดมลพิษ
ประหยัดทรัพยากร
สร้างรายได้จากของรีไซเคิล
นำไปทำปุ๋ยใช้ในครัวเรือน

สรุป
การคัดแยกขยะในครัวเรือนเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ หากทุกคนร่วมมือกันแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง จะช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม และสามารถนำขยะบางประเภทกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า

เรื่อง การลดและใช้ประโยชน์จากเศษอาหาร
1. ความหมายของเศษอาหาร
เศษอาหาร หมายถึง อาหารหรือวัตถุดิบที่เหลือจากการบริโภคหรือการประกอบอาหาร เช่น เศษข้าว เปลือกผัก ผลไม้ เศษเนื้อสัตว์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นขยะอินทรีย์ที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ

2. สาเหตุการเกิดเศษอาหาร
การปรุงอาหารมากเกินความจำเป็น
การซื้ออาหารเกินความต้องการ
การเก็บรักษาอาหารไม่ถูกวิธี
การบริโภคไม่หมด

3. ผลกระทบของเศษอาหาร
1) ด้านสิ่งแวดล้อม
เกิดกลิ่นเหม็นและน้ำเสีย
เป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงและสัตว์นำโรค
เกิดก๊าซมีเทน (ก๊าซเรือนกระจก)
2) ด้านเศรษฐกิจ
สูญเสียค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น
เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะ

4. แนวทางการลดเศษอาหาร
1) วางแผนก่อนซื้ออาหาร
ซื้อเท่าที่จำเป็น
ตรวจสอบของที่มีอยู่ก่อนซื้อ
2) ปรุงอาหารในปริมาณพอเหมาะ
คำนวณจำนวนคนรับประทาน
ลดอาหารเหลือทิ้ง
3) เก็บรักษาอาหารอย่างถูกวิธี
แช่เย็นหรือแช่แข็งอาหาร
แยกเก็บอาหารเป็นสัดส่วน
4) นำอาหารเหลือกลับมาใช้ใหม่
เช่น นำข้าวเหลือไปทำข้าวผัด
นำอาหารบางชนิดมาดัดแปลงเมนูใหม่
5) สร้างจิตสำนึก
ตระหนักถึงคุณค่าของอาหาร
ไม่ทิ้งอาหารโดยไม่จำเป็น

5. การใช้ประโยชน์จากเศษอาหาร
1) การทำปุ๋ยหมัก (Compost)
นำเศษผัก ผลไม้ มาหมัก
ใช้ปรับปรุงดิน เพิ่มความอุดมสมบูรณ์
2) การทำน้ำหมักชีวภาพ
ใช้เศษอาหาร + กากน้ำตาล + น้ำ
หมักไว้ใช้เป็นปุ๋ยน้ำหรือสารบำรุงพืช
3) การใช้เป็นอาหารสัตว์
เช่น เศษผัก เศษอาหารบางชนิด
ต้องคัดแยกและสะอาด
4) การปลูกผักจากเศษอาหาร
เช่น ต้นหอม ผักชี กะหล่ำ
สามารถนำรากหรือส่วนที่เหลือมาปลูกใหม่ได้
5) การทำดินปลูก
ผสมเศษอาหารที่ย่อยสลายแล้วกับดิน
ใช้ปลูกพืชในครัวเรือน

6. ตัวอย่างการใช้จริงในชีวิตประจำวัน
เปลือกกล้วย → ทำปุ๋ยหมัก
เศษผัก → ทำน้ำหมักชีวภาพ
ข้าวเหลือ → ทำอาหารใหม่
เปลือกไข่ → บดใส่ดินเพิ่มแคลเซียม

7. ประโยชน์ของการจัดการเศษอาหาร
ลดปริมาณขยะ
ลดมลพิษสิ่งแวดล้อม
ประหยัดค่าใช้จ่าย
ได้ปุ๋ยใช้เอง
สร้างรายได้เสริมได้

สรุป
เศษอาหารเป็นขยะที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ หากมีการจัดการอย่างถูกวิธี โดยเริ่มจากการลดปริมาณเศษอาหาร และนำไปแปรรูปเป็นปุ๋ยหรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จะช่วยลดปัญหาขยะและเพิ่มคุณค่าให้กับทรัพยากรในชีวิตประจำวัน

เรื่อง การทำปุ๋ยหมัก และน้ำหมักชีวภาพ
1. ความหมายของสารปรับปรุงดิน
สารปรับปรุงดิน หมายถึง วัสดุที่ใช้เพิ่มคุณภาพของดินให้เหมาะสมต่อการปลูกพืช เช่น ทำให้ดินร่วนซุย อุ้มน้ำได้ดี มีธาตุอาหารเพียงพอ ซึ่งสามารถทำได้จากวัสดุธรรมชาติ เช่น เศษอาหาร ใบไม้ และของเหลือใช้ในครัวเรือน

2. ประเภทของสารปรับปรุงดินจากเศษอาหาร
ปุ๋ยหมัก (Compost)
น้ำหมักชีวภาพ
ส่วนที่ 1 การทำปุ๋ยหมัก

3. ความหมายของปุ๋ยหมัก
ปุ๋ยหมัก คือ ปุ๋ยที่ได้จากการย่อยสลายของวัสดุอินทรีย์ เช่น เศษผัก เศษอาหาร ใบไม้ โดยจุลินทรีย์ตามธรรมชาติ

4. วัสดุอุปกรณ์
เศษผัก ผลไม้ เศษอาหาร (ไม่ใส่ของมัน/เค็มจัด)
ใบไม้แห้ง / ฟาง
ดิน
น้ำ
ถังหมักหรือพื้นที่กองปุ๋ย

5. วิธีการทำปุ๋ยหมัก (แบบง่ายในครัวเรือน)
เตรียมภาชนะ เช่น ถังพลาสติก
ใส่เศษอาหารลงไป
ใส่ใบไม้แห้งหรือวัสดุแห้ง (ช่วยลดกลิ่น)
โรยดินบาง ๆ
รดน้ำให้ชุ่ม (ไม่แฉะ)
ปิดฝาหรือคลุมไว้
กลับกองทุก 5–7 วัน เพื่อให้อากาศเข้า
⏱ ใช้เวลาประมาณ 30–45 วัน

6. ลักษณะปุ๋ยหมักที่ใช้ได้
สีดำหรือน้ำตาลเข้ม
ไม่มีกลิ่นเหม็น
เนื้อร่วนซุย

7. ประโยชน์ของปุ๋ยหมัก
เพิ่มธาตุอาหารในดิน
ทำให้ดินร่วนซุย
ลดการใช้ปุ๋ยเคมี
ประหยัดค่าใช้จ่าย
ส่วนที่ 2 การทำน้ำหมักชีวภาพ

8. ความหมายของน้ำหมักชีวภาพ
น้ำหมักชีวภาพ คือ ของเหลวที่ได้จากการหมักเศษอาหารร่วมกับน้ำและกากน้ำตาล โดยมีจุลินทรีย์ช่วยย่อยสลาย ใช้เป็นปุ๋ยน้ำหรือบำรุงพืช

9. วัสดุอุปกรณ์
เศษผัก ผลไม้
กากน้ำตาล
น้ำสะอาด
ถังหมักมีฝาปิด

10. อัตราส่วนการหมัก (สูตรพื้นฐาน)
เศษอาหาร : กากน้ำตาล : น้ำ
= 3 : 1 : 10

11. วิธีการทำน้ำหมักชีวภาพ
หั่นเศษอาหารให้ชิ้นเล็ก
ใส่ลงในถัง
เติมกากน้ำตาล
เติมน้ำตามอัตราส่วน
คนให้เข้ากัน
ปิดฝาหลวม ๆ (ให้มีอากาศเล็กน้อย)
หมักไว้ในที่ร่ม
⏱ ใช้เวลา 15–30 วัน

12. วิธีการนำไปใช้
ผสมน้ำในอัตรา 1 : 100
รดต้นไม้หรือพืชผักสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง

13. ข้อควรระวัง
ไม่ใส่ของมันหรือเนื้อสัตว์มากเกินไป
ไม่ปิดฝาแน่น (ป้องกันแก๊สระเบิด)
เก็บในที่ร่ม ไม่โดนแดด

14. ประโยชน์ของน้ำหมักชีวภาพ
บำรุงพืชให้เจริญเติบโต
ช่วยปรับปรุงดิน
ลดกลิ่นขยะ
ลดการใช้สารเคมี

สรุป
การทำปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพเป็นวิธีการนำเศษอาหารมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยลดปริมาณขยะในครัวเรือน ลดค่าใช้จ่าย และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันหรือพัฒนาเป็นอาชีพเสริมได้

เรื่อง การใช้ในครัวเรือนและการสร้างรายได้
1. ความสำคัญของการนำไปใช้และต่อยอด
การนำความรู้เรื่องการคัดแยกขยะและการทำสารปรับปรุงดินไปใช้จริง เป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับเศษอาหาร ลดปริมาณขยะ และสามารถพัฒนาเป็นอาชีพหรือรายได้เสริมได้อย่างยั่งยืน

2. การนำไปใช้ในครัวเรือน
1) ใช้ปุ๋ยหมักในแปลงผัก
ใส่ในดินก่อนปลูก หรือรองก้นหลุม
ช่วยให้พืชเจริญเติบโตดี
2) ใช้น้ำหมักชีวภาพบำรุงพืช
ผสมน้ำแล้วรดต้นไม้
ช่วยให้ใบเขียว แข็งแรง
3) ปลูกผักสวนครัว
ใช้ดินผสมปุ๋ยหมัก
เช่น ผักบุ้ง คะน้า ต้นหอม
4) ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน
ไม่ต้องซื้อปุ๋ยเคมี
ลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะ
5) จัดการขยะอย่างเป็นระบบในบ้าน
มีถังแยกขยะชัดเจน
ลดปัญหากลิ่นและแมลง

3. แนวทางการต่อยอดเพื่อสร้างรายได้
1) การจำหน่ายปุ๋ยหมัก
บรรจุถุงขาย
จำหน่ายในชุมชน ตลาด หรือออนไลน์
2) การจำหน่ายน้ำหมักชีวภาพ
บรรจุขวด
ติดฉลาก แนะนำวิธีใช้
3) การปลูกผักปลอดสารขาย
ใช้ปุ๋ยที่ผลิตเอง
จำหน่ายผักปลอดภัยให้ชุมชน
4) การทำชุด DIY (ชุดทำปุ๋ย)
จัดชุดอุปกรณ์พร้อมคำแนะนำ
จำหน่ายให้ผู้สนใจ
5) การรวมกลุ่มอาชีพ
ตั้งกลุ่มในชุมชน
ผลิตและจำหน่ายร่วมกัน
ลดต้นทุน เพิ่มกำลังการผลิต

4. หลักการเบื้องต้นในการสร้างรายได้
1) คุณภาพสินค้า
ปุ๋ยต้องไม่มีกลิ่นเหม็น
น้ำหมักต้องได้มาตรฐาน
2) การตั้งราคา
คำนวณต้นทุน + กำไร
ตั้งราคาเหมาะสม
3) การบรรจุภัณฑ์
สะอาด น่าใช้
มีฉลากชัดเจน
4) การตลาด
ขายให้คนในชุมชนก่อน
ใช้ช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook / Line
5) ความสม่ำเสมอ
ผลิตสินค้าอย่างต่อเนื่อง
รักษาคุณภาพ

5. ตัวอย่างการต่อยอดในชีวิตจริง
ทำปุ๋ยใช้เอง → เหลือแบ่งขาย
ปลูกผักกินเอง → เหลือขาย
รวมกลุ่มชุมชน → ทำเป็นสินค้า OTOP

6. ประโยชน์ของการต่อยอด
มีรายได้เสริม
ลดรายจ่าย
ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
สร้างความเข้มแข็งในชุมชน
ส่งเสริมสิ่งแวดล้อม

สรุป
การนำความรู้เรื่องการจัดการเศษอาหารไปใช้ในครัวเรือน ช่วยลดขยะและประหยัดค่าใช้จ่าย และยังสามารถต่อยอดเป็นอาชีพหรือรายได้เสริมได้ หากมีการวางแผนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จะช่วยสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัวและชุมชนได้อย่างยั่งยืน
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

การคัดแยกขยะเศษอาหารเพื่อทำสารปรับปรุงดินจากขยะเปียก (20 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/20 ข้อ การคัดแยกขยะเศษอาหารเพื่อทำสารปรับปรุงดินจากขยะเปียก
1 ข้อใดคือความหมายของขยะ
2 ข้อใดเป็นขยะอินทรีย์
3 ข้อใดเป็นขยะอันตราย
4 หลัก 3Rs คือข้อใด
5 การคัดแยกขยะควรเริ่มต้นจากที่ใด
6 ขยะรีไซเคิลควรทำอย่างไรก่อนทิ้ง
7 ข้อใดเป็นขยะทั่วไป
8 การแยกขยะช่วยอะไร
9 ข้อใดเป็นสาเหตุของเศษอาหาร
10 เศษอาหารก่อให้เกิดผลกระทบใด
11 ข้อใดเป็นการลดเศษอาหาร
12 ข้อใดสามารถนำเศษอาหารไปใช้ประโยชน์ได้
13 ปุ๋ยหมักเกิดจากอะไร
14 วัสดุใดเหมาะสำหรับทำปุ๋ยหมัก
15 น้ำหมักชีวภาพใช้อะไรเป็นส่วนผสมหลัก
16 น้ำหมักชีวภาพใช้ประโยชน์อะไร
17 ปุ๋ยหมักใช้ทำอะไร
18 การต่อยอดจากการทำปุ๋ยคือข้อใด
19 การสร้างรายได้ควรคำนึงถึงอะไร
20 ข้อใดเป็นประโยชน์ของการนำไปใช้
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /20 ข้อ