1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

นางปรีดา บุญญะ

แหล่งเรียนรู้: นางปรีดา บุญญะ

รายละเอียดหลักสูตร

หลักการและเหตุผล
1. เป็นหลักสูตรที่เน้นการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาตนเอง ที่เน้นการบูรณาการเนื้อหาสาระภาคทฤษฎีควบคู่ไปกับการฝึกปฏิบัติจริง ผู้เรียนสามารถนำความรู้และทักษะไปปฏิบัติได้จริงอย่างมีคุณภาพและมีคุณธรรมจริยธรรม
2. เป็นหลักสูตรที่เน้นการฝึกอาชีพ การทำกาละแมโบราณ

จำนวนชั่วโมงเรียน
1.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
60%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

นางปรีดา บุญญะ

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

ประวัติความเป็นมาของ “กาละแม”
กาละแม คือขนมไทยโบราณที่มีลักษณะทำมาจากแป้งเหนียวสีดำ เป็นขนมหนึ่งในสามชนิดที่นิยมทำขึ้น ในวันปีใหม่ของคนไทยในสมัยก่อน นิยมทำกันในช่วงงานเทศกาลสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ของไทย ซึ่งจะต้อง ทำให้เสร็จก่อนวันสงกรานต์คือ ข้าวเหนียวแก้ว ข้าวเหนียวแดง และกาละแม เพราะการทำขนมเหล่านี้ต้องอาศัย แรงงานคนมาช่วยกันกวนขนม จึงถือเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของคนไทย ช่วยเหลือซึ่งกัน และกันด้วยมิตรไมตรีเป็นความดีงามในชีวิตภายภาคหน้าสืบต่อไป และเมื่อทำขนมเสร็จแล้วก็จะมีการแบ่งปันขนม กลับไปกินที่บ้านของแต่ละคน ขนมกะละแมเชื่อว่ามีต้นกำเนิดที่มาจากขนมกาลาเม็กของฝรั่งเศส หรือคาราเมล ของอังกฤษ หรือเกละไมของชาวมลายู ท่านพุทธทาสภิกขุตั้งข้อเสนอว่าน่าจะมาจากขนมฮูละวะของอินเดียที่มี ส่วนผสมเป็นนม แป้ง และน้ำตาล ปัจจุบันกาละแม มีหลากหลายสีและมีรสชาติที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับสูตรของแต่ละผู้ผลิต ผู้ผลิตบางราย สรรหาความแปลกใหม่ให้ขนมกาละแมดูเปลี่ยนไปจากเดิมคือมีสีสันที่น่ารับประทานมากขึ้นและเป็นที่ถูกใจของ ผู้บริโภคทุกเพศทุกวัยแต่ก็ยังมีกาละแมสดหลายที่ ที่ผู้ผลิตยังคงอนุรักษ์ความเป็นไทยเอาไว้ตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ จนถึงรุ่นปัจจุบัน กาละแมรามัญ เป็นอีกชื่อหนึ่งที่เรียกในอดีต คือ ขนมหวานชนิดหนึ่งของชาวมอญ เหตุที่ชื่อว่ากาละแม รามัญหลายท่านคงสงสัยว่าท าไมต้องรามัญ เพราะรามัญก็แปลว่ามอญนั่นเองค่ะ กาละแมรามัญไม่พบปี พ.ศ. ที่ทำขึ้น เพราะเป็นขนมที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน แต่เดิมนั้นกาละแมรามัญจะกวนขึ้นในงานแต่งของ คู่บ่าวสาวชาวมอญ เป็นเหมือนสินสอดทองหมั้น ต่อมานั้นการกวนกาละแมรามัญก็เริ่มมากวนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพราะจะมีการท าบุญอุทิศแก่ บรรพชนในช่วงสงกรานต์ก็จะมีการกวนกาละแมขึ้นเพื่อเป็นขนมถวายพระสงฆ์และแจกญาติสนิทมิตรสหาย จะกวนในช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์คือประมาณวันที่ 1-9 เมษายน ของทุกปี ญาติพี่น้องก็จะมารวมตัวช่วยกัน กวนกาละแม การกวนกาละแมรามัญนั้นต้องใช้คนจำนวนมาก ประมาณ 9-10 คน และกวนกระทะนึงต้องใช้เวลา 6-7 ชั่วโมง จึงต้องมีการร่วมใจสามัคคี ลงแขกช่วยกันกวนแต่ละบ้านๆหมุนเวียนช่วยกันไป

วัตถุดิบและส่วนผสมการทำกาละแม
น้ำตาลมะพร้าวและน้ำตาลปี๊บมีความคล้ายคลึงกันสูง โดยส่วนใหญ่ทำจากน้ำเลี้ยงช่อดอกมะพร้าว ให้รสหวานหอมกลมกล่อมและดัชนีน้ำตาลต่ำกว่าน้ำตาลทราย น้ำตาลมะพร้าวเป็นชื่อเรียกแหล่งวัตถุดิบ ส่วนน้ำตาลปี๊บคือรูปแบบการบรรจุภัณฑ์มักนิยมทำเป็นแผ่นปึก (น้ำตาลปึก) หรือเคี่ยวข้นบรรจุปี๊บ เหมาะสำหรับอาหารและขนมไทย
ความแตกต่างและจุดเด่น
• น้ำตาลมะพร้าว (Coconut Sugar): ผลิตจากงวง/ช่อดอกมะพร้าว หอมเป็นเอกลักษณ์ น้ำตาลแท้สีจะเข้มและหอมหวานละมุน ไม่หวานแหลม
• น้ำตาลปี๊บ (Palm Sugar/Coconut Sugar): เป็นชื่อเรียกตามรูปแบบบรรจุภัณฑ์ (บรรจุปี๊บ) ส่วนใหญ่นำน้ำตาลมะพร้าวมาเคี่ยว บางครั้งอาจผสมน้ำตาลทรายเพื่อลดต้นทุนหรือทำให้แข็งตัวง่ายขึ้น
• น้ำตาลปึก
เป็นน้ำตาลมะพร้าวที่เคี่ยวแล้วใส่พิมพ์ถ้วยหรือขึ้นรูปเป็นก้อน/แผ่น
การใช้งาน
• น้ำตาลมะพร้าว/น้ำตาลปี๊บเนื้อดี: เหมาะสำหรับทำขนมไทย (ขนมถ้วย, ตะโก้, บัวลอย), น้ำจิ้มต่างๆ, และแกงที่ต้องการความหอมนวล
ข้อควรทราบ
• ประโยชน์: มีดัชนีไกลเซมิก (Glycemic Index) ต่ำกว่าน้ำตาลทราย เหมาะกับผู้ที่ควบคุมระดับน้ำตาลมากกว่า
• ข้อระวัง: น้ำตาลปี๊บในท้องตลาดอาจมีน้ำตาลทรายผสม หากต้องการคุณภาพสูงควรเลือกซื้อ "น้ำตาลมะพร้าวแท้"

มะพร้าวแก่ (Mature Coconut) คือมะพร้าวที่สุกเต็มที่ มีเปลือกสีน้ำตาล เนื้อหนา แข็ง และแน่น ปริมาณน้ำน้อยลง จุดเด่นคือมีกรดไขมันอิ่มตัวสูง เนื้อมีความมันมาก เหมาะสำหรับการทำกะทิ ขนมไทย แกงกะทิ ขูดทำมะพร้าวฝอย หรือสกัดเป็นน้ำมันมะพร้าว มีสรรพคุณบำรุงกำลัง ขับพยาธิ และน้ำมันจากกะลามีสรรพคุณทางยาช่วยรักษาโรคผิวหนัง
คุณสมบัติและประโยชน์ของมะพร้าวแก่
• เนื้อหนาและมันสูง: เหมาะสำหรับคั้นน้ำกะทิที่ข้นมัน ทำขนมไทยต่างๆ เช่น บัวลอย, แกงบวด
• ทำน้ำมันมะพร้าวได้: เนื้อแก่เหมาะสำหรับนำไปทำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นหรือสกัดร้อน ซึ่งให้กรดลอริก (Lauric acid) สูง
• บำรุงสุขภาพ: เนื้อมะพร้าวแก่มีกากใยสูง ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย
• สรรพคุณทางยา: กะลามะพร้าวแก่สามารถนำไปเผาเพื่อทำถ่านดูดซับสารพิษ หรือทำน้ำมันทาแก้กลากเกลื้อนและโรคผิวหนัง
• กากมะพร้าว: หลังจากคั้นกะทิแล้ว กากที่เหลือสามารถนำมาทำอาหารสัตว์หรือทำปุ๋ยได้
วิธีสังเกตมะพร้าวแก่
• สีเปลือก: เปลือกเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีน้ำตาลแห้งทั้งหมด
• เสียงน้ำ: เมื่อเขย่าจะได้ยินเสียงน้ำข้างในชัดเจน (เสียงน้ำจะโปร่งๆ ไม่หนักแน่นเหมือนมะพร้าวอ่อน)
• ความแข็ง: เมื่อลองใช้เล็บจิกที่เนื้อมะพร้าว (หากผ่าแล้ว) จะแข็งจนเล็บไม่จม

แป้งข้าวเหนียว เป็นแป้งที่โม่จากเมล็ดข้าวเหนียว มีลักษณะเป็นผงสีขาวนวล สากมือน้อยกว่าแป้งข้าวเจ้า เมื่อสุกจะมีลักษณะเหนียว นุ่ม หนึบหนับ เหมาะสำหรับทำขนมไทย (บัวลอย, ขนมเทียน, ขนมต้ม, ขนมบ้าบิ่น) และอาหารเอเชีย เช่น โมจิ หรือต๊อกบกกี
คุณสมบัติและลักษณะสำคัญ
• ความเหนียวสูง: ให้เนื้อสัมผัสที่เหนียวนุ่ม หนึบหนับ ซึ่งแตกต่างจากแป้งข้าวเจ้าที่ให้เนื้อแน่นอยู่ทรง
• การใช้งาน: นิยมนำมาผสมน้ำแล้วทำความร้อนเพื่อให้จับตัวเป็นก้อน หากต้องการเนื้อสัมผัสที่เหนียวน้อยลงหรือขึ้นรูปได้ดีขึ้น นิยมผสมแป้งข้าวเจ้าลงไป
เมนูยอดนิยมจากแป้งข้าวเหนียว
• ขนมบัวลอย
• ขนมเทียน/ขนมเข่ง
• ขนมต้ม/ขนมถั่วแปบ
• โมจิ/ไดฟูกุ
• ขนมบ้าบิ่น/ขนมไข่หงส์
ใบเตย หลายคนใช้ใบเตยมาทำอาหาร ทำขนม นำมาใช้เพื่อเพิ่มความหอมในบ้านและในรถ ทั้งในลักษณะที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ หรือพับให้สวยงามก็ตามแต่ ที่ทุกการใช้งานใบเตยเราต่างก็ต้องการและมองหาใบเตยที่สดใหม่และมีคุณภาพดี โดยคำว่า “คุณภาพ” สำหรับใบเตยแล้ว คงจะเกี่ยวข้องกับการให้ความหอมตามธรรมชาติ และการให้สีเขียวสดใสสวยงาม
1. สังเกตสีของใบ สีเขียวเข้มสดใสคือกุญแจสำคัญในการเลือกใบเตยหอมคุณภาพดีค่ะ เมื่อสังเกตสีใบเตยดีๆ คุณผู้อ่านจะพบว่าใบเตยที่หอมมากมักมีสีเขียวที่แตกต่างจากใบไม้อื่นๆ อย่างชัดเจน ยิ่งเขียวกลิ่นหอมของใบเตยก็จะยิ่งเข้มข้นมากขึ้นเท่านั้น โดยใบเตยที่พร้อมตัดมีลักษณะเด่นดังนี้ค่ะ
• สีเขียวเข้มเป็นประกาย: ใบเตยหอมจะมีสีเขียวเข้มอมดำ ดูสดใสและมีชีวิตชีวา เมื่อแสงตกกระทบจะเห็นประกายมันวาวเล็กน้อย
• ไม่มีสีซีดหรือเหลือง: ใบเตยที่ยังสดใหม่จะไม่มีใบสีซีดหรือเหลืองปนอยู่เลย
• สีสม่ำเสมอ: สีเขียวของใบเตยหอมจะกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอทั่วทั้งใบค่
2. สังเกตความหนาของใบ
ความหนาของใบเตยเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่บ่งบอกถึงคุณภาพและความหอมของใบเตยค่ะ เพราะใบเตยที่บางเกินไป เนื้อใบบางและนิ่ม อาจจะฉีกขาดง่าย และมีกลิ่นหอมไม่ชัดเจน ส่วนใบเตยที่หนาเกินไป เนื้อใบแข็งและหนามากเกินไป อาจจะมีเส้นใยมากและไม่ค่อยหอมนะคะ ที่โดยทั่วไปแล้วใบเตยที่พร้อมตัดและมีกลิ่นหอมชัดเจน จะมีความหนาของใบที่พอเหมาะ ไม่บางจนเกินไปและไม่หนาจนเกินไป
ใบเตยที่มีความหนาพอเหมาะ แสดงว่า ใบเตยได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ และเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ ใบเตยที่มีความหนามักจะมีปริมาณน้ำมันหอมระเหยสูงกว่าใบเตยที่บาง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ใบเตยมีความหอมชัดเจน ใบเตยที่มีความหนาจะคงความสดและความหอมได้นานกว่าใบเตยที่บาง และลักษณะใบเตยที่มีความหนาเหมาะสมและพร้อมตัด เป็นดังนี้
• มีความหนาแน่น: เมื่อสัมผัสใบเตย จะรู้สึกถึงความหนาแน่นของเนื้อใบ ไม่นิ่มหรือบางจนเกินไป
• ไม่ฉีกขาดง่าย: ใบเตยที่มีความหนาพอสมควร จะมีความแข็งแรง ไม่ฉีกขาดง่ายเมื่อจับหรือบิด
• สีเขียวเข้มสดใส: ใบเตยที่มีความหนา มักจะมีสีเขียวเข้มสดใส ดูมีชีวิตชีวา และมีความมันวาวเล็กน้อยค่ะ
3. สังเกตรูปร่างของใบ
ขนาดและรูปร่างของใบเตยเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่ช่วยให้เราสามารถเลือกใบเตยหอมที่มีคุณภาพได้ค่ะ ใบเตยที่หอมโดยทั่วไปจะมีขนาดกลางถึงใหญ่ และจะมีความยาวและกว้างที่พอเหมาะ ใบมีลักษณะเรียวยาวคล้ายใบหอก ปลายใบมักจะเรียบหรือมีฟันเลื่อยเล็กน้อย ขอบใบเรียบและเรียบเสมอกัน ในขณะที่ใบเตยที่ไม่หอมมักจะมีขนาดเล็ก รูปร่างของใบอาจจะไม่สมมาตร ปลายใบอาจจะแหลมหรือมนเกินไป ขอบใบอาจจะไม่เรียบเสมอกัน และอาจพบใบที่มีรอยด่าง
4. ดูที่ความแข็งแรงของลำต้น
ลำต้นของต้นเตยนั้นเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่บ่งบอกถึงสุขภาพและคุณภาพของใบเตยที่เราจะนำมาใช้ค่ะ ใบเตยที่ได้จากต้นที่แข็งแรงจะมีกลิ่นหอมชัดเจน สีเขียวเข้ม และมีคุณภาพดีกว่าใบเตยที่ได้จากต้นที่อ่อนแอ และลักษณะลำต้นของต้นเตยที่แข็งแรง มีดังนี้
• ลำต้นตั้งตรง: ลำต้นจะตั้งตรง ไม่โค้งงอ หรือหักง่าย
• สีเขียวเข้ม: ลำต้นจะมีสีเขียวเข้ม สดใส แสดงว่าต้นเตยแข็งแรงและได้รับแสงแดดเพียงพอ
• ไม่มีรอยแผลหรือรอยโรค: ลำต้นจะไม่มีรอยแผล รอยช้ำ หรือรอยโรคต่างๆ ที่อาจเกิดจากแมลง หรือเชื้อรา
• รากแข็งแรง: รากของต้นเตยจะแผ่กระจายออกไปอย่างแข็งแรง ช่วยในการยึดเกาะและดูดซับสารอาหาร
• ใบดกหนา: ต้นเตยที่แข็งแรงจะมีใบดกหนา สีเขียวเข้ม และมีใบใหม่แตกออกมาเรื่อยๆ
5. ดูที่ปลายใบ
ปลายใบเตยนั้นเป็นอีกหนึ่งส่วนที่บ่งบอกถึงคุณภาพและพันธุ์ของใบเตยค่ะ โดยทั่วไปแล้วใบเตยที่หอมจะมีลักษณะปลายใบที่แตกต่างจากใบเตยไม่พร้อมตัด ซึ่งใบเตยที่พร้อมตัดมักมีปลายใบเรียบ มน หรือโค้งมนเล็กน้อย ไม่แหลมคม โดยใบเตยแบบนี้มักมีกลิ่นหอมชัดเจนและมีน้ำมันหอมระเหยสูง ใบเตยบางพันธุ์มีลักษณะปลายใบเป็นแฉกเพื่อปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม แต่โดยทั่วไปแล้วใบเตยที่มีปลายใบเรียบจะมีกลิ่นหอมมากกว่าค่ะ
6. เลือกใบที่อยู่กลางลำต้น
การเลือกใบเตยที่อยู่กลางลำต้นเป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับสำคัญในการเลือกใบเตยที่มีคุณภาพสูงค่ะ เพราะใบเตยที่อยู่ตำแหน่งนี้มักจะมีความสมบูรณ์ที่สุด และให้กลิ่นหอม จากที่ใบเตยที่อยู่กลางลำต้นได้รับแสงแดดและสารอาหารอย่างเพียงพอ ทำให้ใบมีขนาดใหญ่ สีเขียวเข้ม และมีความหนาแน่น ใบกลางลำต้นมักจะมีต่อมน้ำมันหอมระเหยจำนวนมาก จึงให้กลิ่นหอมชัดเจนกว่าใบส่วนอื่นๆ ใบกลางลำต้นเป็นใบที่มีอายุพอเหมาะ ไม่แก่เกินไปหรืออ่อนเกินไป ทำให้ได้ทั้งสีและกลิ่นที่สมบูรณ์
7. ใช้การดมกลิ่น
การดมกลิ่นเป็นวิธีที่ง่ายและแม่นยำที่สุดในการเลือกใบเตยหอม การเลือกใบเตยที่มีกลิ่นหอมจะช่วยให้คุณผู้อ่านได้น้ำใบเตยที่มีสีเขียวเข้มและกลิ่นหอมซึ่งสามารถนำไปใช้ปรุงอาหารและเครื่องดื่มได้หลากหลายชนิด ซึ่งกลิ่นของใบเตยหอมที่ดี เป็นดังนี้
• กลิ่นหอมชัดเจน: ใบเตยหอมจะมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่ชัดเจน หอม และติดทน
• กลิ่นหอมหวาน: บางสายพันธุ์ของใบเตยจะมีกลิ่นหอมหวานเล็กน้อย
• กลิ่นหอมสะอาด: กลิ่นหอมของใบเตย
และวิธีดมกลิ่นใบเตยเพื่อหาใบที่พร้อมตัด ได้แก่
• เลือกใบเตย: เลือกใบเตยที่ดูสดใหม่ สีเขียวเข้ม และไม่มีรอยด่าง
• ขยี้ใบเตยเบาๆ: ใช้มือขยี้ใบเตยเบาๆ เพื่อให้เซลล์ของใบแตกออก และปล่อยน้ำมันหอมระเหยออกมา
• ดมกลิ่น: นำใบเตยที่ขยี้แล้วมาดมกลิ่น หากได้กลิ่นหอม แสดงว่าเป็นใบเตยหอมที่มีคุณภาพดี


กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์








อุปกรณ์ในการทำกาละแม
1.กะละมัง
2.กะทะ
3.เตา
4.ไม้พาย
5.ผ้าขาวบาง
6.ตาชั่ง

สูตรกาละแม
แป้งข้าวเหนียว 2500 กรัม (สีขาว 3 ถุง สีดำ 2 ถุง ถุงละ500 กรัม )
หัวกะทิ 5 กิโลกรัม
น้ำตาลมะพราว 2500 กรัม ( 2.5 กรัม )
เกลือป่น 7.5 ช้อนชา
(ตัวเลือกเสริม) น้ำใบเตย, งาคั่ว,


วิธีการทำ
1. นำกะทะตั้งไฟ แล้วเคี้ยวกะทิให้พอเป็นขี้มัน
2. ละลายแป้งกับกะทิสดบางส่วน
3. กวนให้แป้งในกระทะเข้ากันดีแล้วเติมตาลมะพร้าวก้อน
4. กวนให้น้ำตาลละลายเกือบแข็งแล้วเติมกะทิที่เคี่ยวไว้
5. ดูแป้งที่กวนใด้ที่ใช้เวลาประมาณเกือบ 3 ชั่วโมง แป้งจะเหนียวเป็นก้อนมีมันออกมา

การบรรจุภัณฑ์กาละแมมีจุดประสงค์หลักเพื่อป้องกันความชื้น ยืดอายุการเก็บรักษา และสร้างมูลค่าเพิ่ม นิยมห่อด้วยวัสดุธรรมชาติเช่นใบตองเพื่อกลิ่นหอม หรือพลาสติก/ฟอยล์รูปทรงพีรามิดและทรงกลม การบรรจุที่ทันสมัยจะใช้บรรยากาศดัดแปลง (MAP) หรือวัตถุดูดออกซิเจนเพื่อยืดอายุได้นานถึง 7 วัน
รูปแบบการบรรจุภัณฑ์กาละแมยอดนิยม:
• ห่อใบตอง (แบบดั้งเดิม): ให้กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ นิยมใช้ใบตองแห้งหรือใบตองกล้วยตานีที่รีดแล้ว
• ห่อพลาสติก/ฟอยล์รูปทรงพีรามิด: เพิ่มความสวยงาม ทันสมัย และสะดวกต่อการรับประทาน
• บรรจุถุงสุญญากาศ/บรรยากาศดัดแปลง (MAP): ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาได้นานขึ้น โดยลดปริมาณออกซิเจนเพื่อชะลอการเกิดรา
• กล่องบรรจุภัณฑ์: ใช้สำหรับบรรจุผลิตภัณฑ์ที่ห่อแล้วเพื่อความสะดวกในการจัดจำหน่ายและเป็นของฝาก
ข้อแนะนำในการเก็บรักษา:
• เก็บในอุณหภูมิห้องได้ประมาณ 3-4 วัน
• เก็บในตู้เย็น (ช่องธรรมดา) สามารถยืดอายุได้ถึง 10 วัน
• การศึกษาวิธีการเก็บกาละแมด้วยวิธีการบรรจุดัดแปรบรรยากาศ
• กาละแมเป็นขนมไทยที่ได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบัน ผู้คนจึงนิยมรับประทานและซื้อเป็นของฝาก กาละแมของอำเภอศรีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ มีกรรมวิธีการผลิตค่อนข้างยุ่งยากและใช้เวลานาน แต่กลับมีอายุการเก็บรักษาและอายุการวางจำหน่ายสั้นที่การเก็บรักษาในสภาวะปกติ
• ดังนั้นจึงทำการศึกษาหาวิธีการเก็บรักษากาละแมที่ต่างจากสภาวะปกติเพื่อให้เก็บกาละแมได้นานขึ้น โดยศึกษาวิธีการเก็บรักษาด้วยวิธีบรรจุดัดแปรบรรยากาศ (Modified Atmosphere Packaging MAP)
• การบรรจุภายใต้สภาวะดัดแปรบรรยากาศ หมายถึง การบรรจุผลิตภัณฑ์ให้อยู่ภายใต้บรรยากาศที่มีอัตราส่วนของก๊าซชนิดต่าง ๆ แตกต่างไปจากบรรยากาศปกติ ทั้งนี้เพื่อชะลอหรือป้องกันการเสื่อมเสียคุณภาพของผลิตภัณฑ์อาหารนั้นก่อนเวลาอันควร
• การทดลองครั้งนี้ได้กำหนดสภาวะการบรรจุแบ่งอออกเป็น 5 สภาวะ โดยสามารถสรุปอายุการเก็บรักษาและลักษณะของกาละแมหลังการเก็บรักษาในสภาวะต่างๆได้ดังนี้
•1. การเก็บรักษากาละแม ภายใต้สภาวะก๊าซไนโตเจน เก็บได้นาน 6 วัน
2. การเก็บรักษากาละแม ภายใต้สภาวะก๊าซไนโตเจนต่อก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ 80:20 เก็บได้นาน 6 วัน
3. การเก็บรักษากาละแม ภายใต้สภาวะสุญญากาศ เก็บได้นาน 7 วัน แต่รูปร่างไม่สวยงาม

1. การสร้างจุดขายและสร้างแบรนด์ (Branding & Positioning)
• ชูจุดเด่นเรื่องมรดกทางภูมิปัญญา: เน้นย้ำความเป็น "สูตรโบราณ" ดั้งเดิมที่มีอายุยาวนาน หรือกาละแมแม่ทิมพัทลุง (60 ปี) เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
• เล่าเรื่องราว (Storytelling): เน้นกรรมวิธีที่พิถีพิถัน เช่น การกวนด้วยเตาถ่าน การใช้ใบตองแห้งรีดด้วยเตาถ่านเพื่อความหอม
• เชื่อมโยงกับวัฒนธรรม: กาละแมเป็นขนมหลักในงานบุญและสงกรานต์ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Soft Power ของไทยที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว
2. การพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development)
• เพิ่มความหลากหลายของรสชาติ: จากเดิมที่มีแค่รสกะทิ พัฒนาสู่รสชาติใหม่ๆ เช่น ใบเตย, ทุเรียน, หรือนมสด เพื่อดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่
• บรรจุภัณฑ์ทันสมัย: ปรับเปลี่ยนหีบห่อให้กะทัดรัด สวยงาม น่าซื้อเป็นของฝากแทนที่จะห่อใบตองแบบเดิมเพียงอย่างเดียว เพื่อเพิ่มมูลค่า
• พัฒนาอายุการเก็บรักษา: ศึกษาวิธีการบรรจุ เช่น บรรจุภัณฑ์แบบดัดแปรบรรยากาศ เพื่อให้สามารถเก็บได้นานขึ้นและส่งขายทางออนไลน์ได้ดีขึ้น
3. ช่องทางการจัดจำหน่าย (Distribution Channels)
• สินค้าของฝากประจำจังหวัด: วางขายในจุดยุทธศาสตร์ที่นักท่องเที่ยวผ่าน เช่น ท่าเรือ, ตลาด, หรือร้านของฝากดังๆ
• ตลาดออนไลน์: ใช้ Facebook, LINE หรือแพลตฟอร์มการตลาดออนไลน์ของชุมชน (OTOP) เพื่อเข้าถึงลูกค้าทั่วประเทศ
4. กลยุทธ์การตลาดและการสร้างการรับรู้
• การตลาดแบบ Soft Power/ด้รับการสนับสนุนจากภาครัฐให้เป็นสินค้าชุมชน (OTOP) และการนำไปใช้ในงานประชุมสำคัญ (เช่น ที่ประชุม ครม.) เพื่อสร้างความเชื่อมั่น
• การรีวิวและการประชาสัมพันธ์: ใช้การบอกต่อของลูกค้า (Word of Mouth) และการรีวิวจากบล็อกเกอร์ท่องเที่ยว/อาหาร
ตัวอย่างความสำเร็จ: กาละแมโบราณบ้านถ้ำน้ำ อ.บ้านตาขุน ที่ประสบความสำเร็จจากการคงรสชาติดั้งเดิมแต่ปรับแพ็กเกจจิ้งและการตลาดให้เข้าถึงง่าย จนสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างต่อการตลาดของกลุ่มกาละแมโบราณบ้านถ้ำน้ำ ออกจำหน่ายตามงานในชุมชน งานบุญ งานศพในชุมชน งานสินค้าระดับจังหวัด ที่ไปจำหน่าย และมีการขายออนไลน์
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

นางปรีดา บุญญะ (20 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/20 ข้อ นางปรีดา บุญญะ
1 น้ำตาลมะพร้าวผลิตจากอะไร
2 น้ำตาลปี๊บต่างจากน้ำตาลมะพร้าวอย่างไร
3 ข้อใดเป็นลักษณะของน้ำตาลมะพร้าวแท้
4 มะพร้าวแก่เหมาะสำหรับทำอะไร
5 ข้อใดคือจุดเด่นของมะพร้าวแก่
6 วิธีสังเกตมะพร้าวแก่คือข้อใด
7 แป้งข้าวเหนียวมีลักษณะอย่างไรเมื่อสุก
8 ข้อใดเป็นเมนูจากแป้งข้าวเหนียว
9 ใบเตยมีหน้าที่หลักในกาละแมคืออะไร
10 ใบเตยที่มีคุณภาพดีควรมีลักษณะอย่างไร
11 ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของใบเตยคุณภาพดี
12 การเลือกใบเตยควรเลือกใบส่วนใดของต้น
13 แป้งข้าวเหนียวในกาละแมมีหน้าที่อะไร
14 อัตราส่วนหลักของกาละแม ในการกวน1 สูตร แป้ง:น้ำตาล:กะทิ คือข้อใด
15 ในการใส่เกลือในหารกวนกาละแม ทำหน้าที่อะไร
16 อุปกรณ์ใดสำคัญที่สุดในการกวนกาละแม
17 การกวนกาละแมควรทำอย่างไรเพื่อให้ขนมไม่ใหม้ติดกะทะ
18 การห่อกาละแมแบบดั้งเดิมนิยมใช้วัสดุอะไร
19 กาละแมเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องสามารถเก็บได้ประมาณกี่วัน
20 วิธีใดช่วยยืดอายุการเก็บกาละแมได้นานขึ้น
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /20 ข้อ