1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

ศูนย์เรียนรู้หนังตะลุง มโนราห์ นายหนังศรีพัฒน์ เกื้อสกุล

แหล่งเรียนรู้: ศูนย์เรียนรู้หนังตะลุง มโนราห์ นายหนังศรีพัฒน์ เกื้อสกุล

รายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตร ของศูนย์เรียนรู้หนังตะลุง–มโนราห์ (ภูมิปัญญาท้องถิ่นภาคใต้)
1. หลักการและเหตุผล
ศิลปะการแสดงพื้นบ้านภาคใต้ เช่น หนังตะลุง และ มโนราห์ เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนวิถีชีวิต ความเชื่อ และภูมิปัญญาของชุมชนมาอย่างยาวนาน
ปัจจุบันมีแนวโน้มลดลง จึงจำเป็นต้องจัดตั้งศูนย์เรียนรู้เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้จากครูภูมิปัญญาไปสู่เยาวชนและประชาชน

2. วัตถุประสงค์
เพื่ออนุรักษ์และสืบสานศิลปะหนังตะลุงและมโนราห์
เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะการแสดงพื้นบ้าน
เพื่อสร้างรายได้และอาชีพจากภูมิปัญญาท้องถิ่น
เพื่อปลูกฝังความรักในวัฒนธรรมไทย

3. กลุ่มเป้าหมาย
นักเรียน นักศึกษา
ประชาชนทั่วไป
ผู้สนใจศิลปวัฒนธรรม

4. ระยะเวลา
หลักสูตรระยะสั้น 3 ชั่วโมง

5. โครงสร้างหลักสูตร
หน่วยที่ 1 ความรู้พื้นฐาน (1 ชม.)
ประวัติหนังตะลุงและมโนราห์
ความสำคัญทางวัฒนธรรม
องค์ประกอบการแสดง
หน่วยที่ 2 อุปกรณ์และเครื่องดนตรี ( 30 นาที)
ตัวหนังตะลุง
เครื่องดนตรี เช่น ปี่ กลอง ฉิ่ง
เครื่องแต่งกายมโนราห์
หน่วยที่ 3 การฝึกทักษะ (1 ชม.)
การเชิดหนังตะลุง
การพากย์เสียง (ว่าบท)
ท่ารำมโนราห์เบื้องต้น
หน่วยที่ 4 การสร้างสรรค์ผลงาน ( 30 นาที)
การเขียนบท
การแสดงเป็นทีม
การประยุกต์ใช้ในยุคปัจจุบัน
6. วิธีการจัดการเรียนรู้
ฝึกปฏิบัติจริงกับครูภูมิปัญญา
เรียนรู้จากการแสดงจริง
การสาธิตและลงมือทำ
การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม
(แนวทางนี้สอดคล้องกับการนำหนังตะลุงไปใช้เป็นสื่อการเรียนรู้แบบบูรณาการ

7. สื่อและอุปกรณ์
ตัวหนังตะลุง
เวที/จอผ้า
เครื่องดนตรีพื้นบ้าน
ชุดมโนราห์

8. การวัดผลประเมินผล
ประเมินจากการปฏิบัติ
การแสดงจริง
การมีส่วนร่วม
แบบประเมินความพึงพอใจ

9. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
ผู้เรียนมีทักษะการแสดงพื้นบ้าน
เกิดการอนุรักษ์วัฒนธรรม
สามารถนำไปประกอบอาชีพได้
ชุมชนมีแหล่งเรียนรู้ถาวร

จำนวนชั่วโมงเรียน
3.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
60%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

ศูนย์เรียนรู้หนังตะลุง มโนราห์ นายหนังศรีพัฒน์ เกื้อสกุล

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

ชั่วโมงที่ 1 : รู้จักหนังตะลุง–มโนราห์ (1 ชม.)
เนื้อหา
ประวัตินายศรีพัฒน์ เกื้อสกุล
หนังตะลุงคืออะไร
มโนราห์คืออะไร
ความสำคัญของศิลปะพื้นบ้านภาคใต้
ตัวอย่างการแสดง (เล่า/เปิดคลิป)
กิจกรรม
ครูอธิบาย + ถามตอบ
ให้ผู้เรียนแชร์ว่ารู้จักหรือเคยดูหรือไม่
ผลที่ได้ ผู้เรียนเข้าใจพื้นฐานและเห็นความสำคัญ

ชั่วโมงที่ 2 : อุปกรณ์และท่าทางเบื้องต้น (1 ชม.)
เนื้อหา
ตัวหนังตะลุง
วิธีจับไม้เชิด
ท่ารำมโนราห์ง่าย ๆ
เครื่องดนตรีพื้นบ้าน
กิจกรรม
สาธิตการเชิดหนัง
ให้ผู้เรียนลองจับและขยับ
ฝึกรำท่าง่าย ๆ
ผลที่ได้ ผู้เรียนเริ่มทำตามได้จริง

ชั่วโมงที่ 3 : ฝึกปฏิบัติและแสดงสั้น ๆ (1 ชม.)
เนื้อหา
การเชิด + พากย์เสียงง่าย ๆ
การรำประกอบจังหวะ
การทำงานเป็นกลุ่ม
กิจกรรม
แบ่งกลุ่มเล็ก ๆ
ฝึกแสดงสั้น ๆ 2–3 นาที
ออกมาแสดงหน้าชั้น
ผลที่ได้ ผู้เรียนกล้าแสดงออกและมีประสบการณ์จริง

สรุปง่าย ๆ
ชั่วโมงที่ 1 รู้จัก
ชั่วโมงที่ 2 ทดลองทำ
ชั่วโมงที่ 3 ลงมือแสดง

ลักษณะทางกายภาพ (หนังตะลุง–มโนราห์)
1. ลักษณะทางกายภาพของหนังตะลุง
หนังตะลุงเป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านภาคใต้ที่ใช้ “รูปหนัง” เป็นสื่อหลักในการเล่าเรื่อง โดยมีลักษณะทางกายภาพที่สำคัญ ดังนี้

1.1 ตัวรูปหนัง (ตัวละคร) ตัวรูปหนังทำจากหนังสัตว์ เช่น หนังวัวหรือหนังควาย ผ่านการฟอก ขูด และแกะสลักลวดลายอย่างประณีต มีลักษณะเป็นแผ่นแบน มีการเจาะช่องลวดลายเพื่อให้แสงส่องผ่านได้ รูปหนังมีขนาดแตกต่างกันตามบทบาทของตัวละคร เช่น ตัวพระ ตัวนาง ตัวตลก หรือยักษ์ ลักษณะเด่นคือมีการระบายสีสันสดใส และมีไม้คันชัก (ไม้จับ) สำหรับเชิดให้เคลื่อนไหว
1.2 โรงหนังและจอหนัง โรงหนังตะลุงมีลักษณะเป็นเวทีขนาดย่อม มีจอผ้าขาวขึงตึงเป็นฉากรับแสง อยู่ด้านหน้าผู้ชม ส่วนด้านหลังจอเป็นพื้นที่ของผู้เชิดหนัง โดยมีแหล่งกำเนิดแสง เช่น ตะเกียงหรือหลอดไฟ เพื่อให้เกิดเงาของตัวหนังปรากฏบนจอ
1.3 อุปกรณ์ประกอบการแสดง ประกอบด้วยเครื่องดนตรีพื้นบ้าน เช่น กลอง ฉิ่ง โหม่ง และปี่ ใช้ประกอบจังหวะและอารมณ์ของเรื่อง นอกจากนี้ยังมีเครื่องเสียงสำหรับผู้พากย์ (นายหนัง) ซึ่งทำหน้าที่ทั้งเชิดและพากย์ตัวละคร
1.4 ลักษณะการจัดพื้นที่ พื้นที่การแสดงมีลักษณะกึ่งเปิดโล่ง สามารถจัดแสดงในงานวัด งานประเพณี หรือพื้นที่ชุมชน โดยผู้ชมจะนั่งด้านหน้าจอหนัง

2. ลักษณะทางกายภาพของมโนราห์
มโนราห์เป็นศิลปะการแสดงนาฏศิลป์พื้นบ้านภาคใต้ที่มีความโดดเด่นด้านท่ารำ เครื่องแต่งกาย และองค์ประกอบการแสดง โดยมีลักษณะทางกายภาพ ดังนี้
2.1 เครื่องแต่งกาย เครื่องแต่งกายของมโนราห์มีความวิจิตรและเป็นเอกลักษณ์สะท้อนความเชื่อและความงามเชิงสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมภาคใต้ ประกอบด้วย
-เทริด (ชฎา) มีลักษณะสูง ปลายแหลม
-ปีกนก (หางหงส์) ติดด้านหลัง สื่อถึงความอ่อนช้อย
-เล็บยาว (เล็บมโนราห์) ทำจากโลหะหรือวัสดุแข็ง เพื่อเน้นท่ารำ
-เสื้อและเครื่องประดับ ประดับลูกปัดสีสด เช่น แดง เหลือง เขียว
2.2 ลักษณะท่ารำและร่างกาย ผู้แสดงมโนราห์มีการใช้ร่างกายอย่างอ่อนช้อย โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของมือ นิ้ว และลำตัว ท่ารำมีลักษณะเฉพาะ เช่น การจีบนิ้ว การย่อเข่า และการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วแต่มีจังหวะ
2.3 เวทีและพื้นที่แสดง เวทีมโนราห์มักเป็นเวทีเปิดหรือเวทียกพื้น มีพื้นที่กว้างพอสำหรับการเคลื่อนไหวของผู้แสดง ไม่มีฉากซับซ้อน เน้นการแสดงสดและการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชม
2.4 ดนตรีประกอบ ใช้วงดนตรีพื้นบ้าน เช่น กลอง ทับ ปี่ และฉิ่ง โดยมีจังหวะเร้าใจและสัมพันธ์กับท่ารำ เสียงดนตรีเป็นองค์ประกอบสำคัญที่กำหนดจังหวะการเคลื่อนไหว
3. การเปรียบเทียบลักษณะทางกายภาพ
3.1หนังตะลุง
-สื่อการแสดง ตัวหนัง (เงา)
-เวที มีจอผ้าขาวและแสงด้านหลัง
-การเคลื่อนไหว เชิดผ่านไม้คันชัก
-เครื่องแต่งกาย ตัวหนังมีลวดลาย
-ดนตรี ประกอบการพากย์
3.2มโนราห์
-สื่อการแสดง ร่างกายมนุษย์
-เวที เวทีเปิด ไม่มีจอ
-การเคลื่อนไหว เคลื่อนไหวด้วยร่างกาย
-เครื่องแต่งกาย ผู้แสดงแต่งกายวิจิตร
-ดนตรี กำหนดจังหวะท่ารำ

ลักษณะทางกายภาพของหนังตะลุงและมโนราห์สะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของภาคใต้ได้อย่างชัดเจน โดยหนังตะลุงเน้นการใช้ “เงาและตัวหนัง” เป็นสื่อกลางในการเล่าเรื่อง ขณะที่มโนราห์เน้น “ร่างกายและเครื่องแต่งกาย” ของผู้แสดง ทั้งสองรูปแบบล้วนมีองค์ประกอบทางกายภาพที่เป็นเอกลักษณ์ และมีคุณค่าในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมที่ควรอนุรักษ์และสืบทอดต่อไป

ผลการเรียนรู้ ผู้เรียนสามารถ บอกลักษณะของหนังตะลุงได้ บอกลักษณะเครื่องแต่งกายมโนราห์ได้ แยกความแตกต่างของการแสดงทั้ง 2 แบบได้

หลักสูตรการเรียนรู้ศิลปะการแสดงหนังตะลุงและมโนราห์ เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาอย่างรอบด้าน ทั้งด้านความรู้ ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม และการดำรงชีวิตในสังคม โดยมีคุณค่าด้านการเรียนรู้ ดังนี้

๑. ด้านความรู้
ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา ความสำคัญ และองค์ประกอบของศิลปะการแสดงหนังตะลุงและมโนราห์ อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น รวมทั้งสามารถอธิบายลักษณะ รูปแบบ และกระบวนการแสดงได้อย่างถูกต้อง

๒. ด้านทักษะ
ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทักษะด้านการปฏิบัติ ได้แก่ การเชิดหนังตะลุง การพากย์เสียง การรำมโนราห์ และการแสดงออกอย่างเหมาะสม ตลอดจนมีความสามารถในการคิดสร้างสรรค์และประยุกต์ใช้ความรู้ในการจัดการแสดงได้

๓. ด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม
ผู้เรียนมีความตระหนักและเห็นคุณค่าในศิลปวัฒนธรรมไทย มีความเคารพครูและครูภูมิปัญญาท้องถิ่น มีความอดทน มีวินัย ความรับผิดชอบ และมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางวัฒนธรรม

๔. ด้านสังคมและการอยู่ร่วมกัน
ผู้เรียนสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความสามัคคี มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี กล้าแสดงออกในทางที่เหมาะสม และสามารถนำความรู้ไปใช้ในการมีส่วนร่วมในกิจกรรมของชุมชน

๕. ด้านการประกอบอาชีพ
ผู้เรียนสามารถนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพหรือสร้างรายได้เสริม ตลอดจนพัฒนาเป็นอาชีพหลักได้อย่างเหมาะสมกับบริบทของตนเองและชุมชน

หลักสูตรนี้ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างบูรณาการ ทั้งด้านความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการสืบสานศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

หลักสูตรการเรียนรู้ศิลปะการแสดงหนังตะลุงและมโนราห์ มุ่งเน้นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Active Learning) โดยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ควบคู่กับการเรียนรู้เชิงทฤษฎี ดังนี้

๑. กิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียน
ครูผู้สอนกล่าวนำและสร้างความสนใจ โดยการสนทนาเกี่ยวกับศิลปะการแสดงพื้นบ้าน
นำเสนอภาพ ตัวอย่าง หรือสื่อวิดีทัศน์เกี่ยวกับหนังตะลุงและมโนราห์
ซักถามประสบการณ์เดิมของผู้เรียน

๒. กิจกรรมการเรียนรู้ภาคทฤษฎี
อธิบายความรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมา ความสำคัญ และองค์ประกอบของการแสดง
ให้ผู้เรียนศึกษาจากเอกสาร ใบความรู้ หรือสื่อประกอบ
เปิดโอกาสให้ซักถามและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

๓. กิจกรรมการเรียนรู้ภาคปฏิบัติ
ครูสาธิตการเชิดหนังตะลุง การพากย์เสียง และการรำมโนราห์
ให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติตามเป็นรายบุคคลและรายกลุ่ม
ฝึกการใช้ท่าทาง จังหวะ และการแสดงออกอย่างเหมาะสม

๔. กิจกรรมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม
แบ่งกลุ่มผู้เรียนเพื่อฝึกการแสดงร่วมกัน
ให้ผู้เรียนร่วมกันคิดและออกแบบการแสดงสั้น ๆ
ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในกลุ่ม

๕. กิจกรรมการนำเสนอผลงาน
ให้แต่ละกลุ่มออกมานำเสนอการแสดงหน้าชั้นเรียน
เปิดโอกาสให้ผู้เรียนและครูร่วมกันแสดงความคิดเห็น
เสริมแรงและให้ข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนา

๖. กิจกรรมสรุปบทเรียน
ครูและผู้เรียนร่วมกันสรุปองค์ความรู้ที่ได้รับ
ทบทวนเนื้อหาสำคัญ
เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสะท้อนความคิดเห็นและประสบการณ์

๗. กิจกรรมการประเมินผล
ประเมินจากการมีส่วนร่วมในการเรียนรู้
ประเมินจากการฝึกปฏิบัติและผลงานการแสดง
ใช้แบบประเมิน แบบสังเกต และแบบสอบถามความพึงพอใจ

สรุป กิจกรรมการเรียนรู้เน้นให้ผู้เรียน “ได้คิด ได้ทำ และได้แสดงออก” เพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การอนุรักษ์และพัฒนา
การจัดการเรียนรู้ศิลปะการแสดงหนังตะลุงและมโนราห์ มีเป้าหมายเพื่ออนุรักษ์ สืบสาน และพัฒนาศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คงอยู่ควบคู่กับสังคมไทยอย่างยั่งยืน โดยมีแนวทางดำเนินการ ดังนี้

๑. การอนุรักษ์
ส่งเสริมให้ผู้เรียนตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของศิลปะหนังตะลุงและมโนราห์
สนับสนุนการถ่ายทอดองค์ความรู้จากครูภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง
จัดกิจกรรมการแสดงในโอกาสต่าง ๆ เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม
บันทึกองค์ความรู้ในรูปแบบเอกสาร สื่อดิจิทัล หรือคลังความรู้ของชุมชน
ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการอนุรักษ์ศิลปะพื้นบ้าน

๒. การพัฒนา
พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ให้ทันสมัยและสอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน
ส่งเสริมการประยุกต์ใช้ศิลปะหนังตะลุงและมโนราห์กับสื่อและเทคโนโลยี
สนับสนุนการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ ที่ยังคงเอกลักษณ์ของท้องถิ่น
พัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้สามารถต่อยอดเป็นอาชีพหรือสร้างรายได้
สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

๓. การมีส่วนร่วมและความยั่งยืน
ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ได้แก่ ครูภูมิปัญญา ผู้เรียน ชุมชน และหน่วยงานภาครัฐ
พัฒนาแหล่งเรียนรู้ให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชน
สร้างแรงจูงใจให้เยาวชนสนใจและเข้ามามีบทบาทในการสืบสาน
ติดตาม ประเมินผล และปรับปรุงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

สรุป การอนุรักษ์และพัฒนาศิลปะหนังตะลุงและมโนราห์ จำเป็นต้องดำเนินควบคู่กัน โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นคงอยู่และสามารถปรับตัวได้อย่างเหมาะสมในสังคมปัจจุบัน
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

ศูนย์เรียนรู้หนังตะลุง มโนราห์ นายหนังศรีพัฒน์ เกื้อสกุล (20 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/20 ข้อ ศูนย์เรียนรู้หนังตะลุง มโนราห์ นายหนังศรีพัฒน์ เกื้อสกุล
1 นายหนังศรีพัฒน์ เกื้อสกุล ศิลปินแห่งชาติ ปี ๒๕๓๖ สาขาใด
2 นายหนังศรีพัฒน์ เกื้อสกุล ได้รับการยกย่องในฐานะใด
3 นายหนังศรีพัฒน์ เกื้อสกุล รางวัลที่ได้รับส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับด้านใด
4 หนังตะลุงเป็นศิลปะการแสดงของภาคใด
5 นายหนังศรีพัฒน์ เกื้อสกุล เป็นครูภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้านใด
6 มโนราห์เป็นการแสดงแบบใด
7 หนังตะลุงเป็นการแสดงแบบใด
8 หนังตะลุงใช้แสงเพื่ออะไร
9 ผู้เรียนศิลปพื้นบ้านสาขาหนังตะลุง มโนราห์ ควรมีคุณธรรมใด
10 การเรียนรู้ศิลปะพื้นบ้านมีประโยชน์อย่างไร
11 การเรียนรู้ศิลปะพื้นบ้านมีประโยชน์ "ด้านคุณธรรม จริยธรรม" คือ ข้อใด
12 การเรียนรู้ศิลปะพื้นบ้านมีประโยชน์ "ด้านทักษะ" คือ ข้อใด
13 การเรียนรู้ศิลปะพื้นบ้านมีประโยชน์ "ด้านความรู้" คือ ข้อใด
14 การเรียนรู้ศิลปะพื้นบ้านมีประโยชน์ "ด้านสังคม" คือ ข้อใด
15 ข้อใดเป็นทักษะที่ได้จากการเรียนศิลปะพื้นบ้าน
16 การเรียนรู้ศิลปะพื้นบ้านช่วยให้เกิดความรู้ด้านใด
17 หนังตะลุงสะท้อนวิถีชีวิตของคนในด้านใด
18 เนื้อเรื่องในหนังตะลุงมักเกี่ยวข้องกับเรื่องใด
19 หนังตะลุงสามารถสะท้อนด้านเศรษฐกิจได้อย่างไร
20 การแสดงหนังตะลุงมีการแทรกเรื่องใดเพื่อสะท้อนสังคม
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /20 ข้อ