1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

นายสุคล รุ่งแดง

แหล่งเรียนรู้: นายสุคล รุ่งแดง

รายละเอียดหลักสูตร

📘 คำอธิบายหลักสูตร
หลักสูตรการเรียนรู้ด้านดนตรีไทย มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นฐานของดนตรีไทย ประเภทของเครื่องดนตรีไทย เช่น เครื่องดีด เครื่องสี เครื่องตี และเครื่องเป่า รวมถึงบทบาทหน้าที่ของเครื่องดนตรีแต่ละชนิดในวงดนตรีไทย ผู้เรียนจะได้ฝึกทักษะการบรรเลงเบื้องต้น เรียนรู้จังหวะ ทำนอง และรูปแบบการแสดงดนตรีไทย ตลอดจนซึมซับคุณค่าทางวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของความเป็นไทย ผ่านการฝึกปฏิบัติจริงและการทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อส่งเสริมให้เกิดความรัก ความภาคภูมิใจ และการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย
🎯 วัตถุประสงค์ของหลักสูตร
1.เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับดนตรีไทยและประเภทของเครื่องดนตรีไทย
2.เพื่อให้ผู้เรียนสามารถจำแนกและอธิบายลักษณะของเครื่องดนตรีไทยแต่ละชนิดได้
3.เพื่อพัฒนาทักษะการบรรเลงดนตรีไทยเบื้องต้นอย่างถูกต้องตามหลักการ
4.เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจจังหวะ ทำนอง และรูปแบบของบทเพลงไทย
5.เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการแสดงออกทางศิลปะด้านดนตรี
6.เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมดนตรีไทย
7.เพื่อส่งเสริมการทำงานเป็นทีมผ่านการเล่นดนตรีร่วมกันเป็นวง

จำนวนชั่วโมงเรียน
1.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
80%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

นายสุคล รุ่งแดง

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

📘 ความหมายและความสำคัญของดนตรีไทย
ดนตรีไทย คือ ศิลปะการแสดงแขนงหนึ่งที่ใช้เสียงจากเครื่องดนตรีและการขับร้องในการถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึก เรื่องราว และวัฒนธรรมของคนไทย โดยมีรูปแบบจังหวะ ทำนอง และลีลาที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ความสำคัญของดนตรีไทย
เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชาติ
เป็นสื่อในการถ่ายทอดความเชื่อ ขนบธรรมเนียม และประเพณี
ใช้ประกอบพิธีกรรม งานมงคล และงานอวมงคล
ช่วยพัฒนาทักษะด้านสมาธิ ความคิดสร้างสรรค์ และการทำงานร่วมกัน
เป็นเครื่องมือในการสร้างความสามัคคีในสังคม

🏺 ประวัติความเป็นมาของดนตรีไทยโดยสังเขป
ดนตรีไทยมีพัฒนาการมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยโบราณ โดยได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมเพื่อนบ้าน เช่น อินเดีย จีน และขอม ผสมผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่นจนเกิดเป็นรูปแบบเฉพาะของไทย
สมัยสุโขทัย: เริ่มมีการใช้ดนตรีในราชสำนักและพิธีกรรม
สมัยอยุธยา: ดนตรีไทยมีความเจริญรุ่งเรือง มีการพัฒนาเครื่องดนตรีและรูปแบบวง
สมัยรัตนโกสินทร์: มีการปรับปรุงและอนุรักษ์ดนตรีไทยให้เป็นระบบมากขึ้น รวมถึงการถ่ายทอดอย่างเป็นแบบแผน
ดนตรีไทยจึงเป็นผลรวมของการสั่งสมทางวัฒนธรรมที่สืบทอดต่อกันมาหลายยุคสมัย

🎼 ประเภทของวงดนตรีไทย
วงดนตรีไทยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก โดยแต่ละวงมีลักษณะและบทบาทแตกต่างกัน
1. วงปี่พาทย์
ประกอบด้วยเครื่องตีและเครื่องเป่า เช่น ระนาด ฆ้องวง ปี่ กลอง
มีเสียงดัง กังวาน เร้าใจ
ใช้บรรเลงในงานพิธีสำคัญ เช่น โขน ละคร และงานพระราชพิธี
2. วงเครื่องสาย
ประกอบด้วยเครื่องดีดและเครื่องสี เช่น จะเข้ ซอด้วง ซออู้ ขลุ่ย
ให้เสียงนุ่มนวล ไพเราะ
นิยมใช้ในงานรื่นเริง งานเลี้ยง หรือบรรเลงเพื่อความบันเทิง
3. วงมโหรี
เป็นการผสมผสานระหว่างวงปี่พาทย์และวงเครื่องสาย
มีทั้งเครื่องดีด สี ตี และเป่า
ให้เสียงที่กลมกลืน เหมาะสำหรับการขับร้องและการแสดง
🎭 บทบาทของดนตรีไทยในงานพิธีและวิถีชีวิต

ดนตรีไทยมีบทบาทสำคัญในสังคมไทยทั้งในด้านพิธีกรรมและชีวิตประจำวัน
1. ด้านพิธีกรรม
ใช้ในงานมงคล เช่น งานแต่งงาน งานขึ้นบ้านใหม่
ใช้ในงานอวมงคล เช่น งานศพ เพื่อแสดงความอาลัย
ใช้ในพิธีทางศาสนา เช่น งานบุญ งานประเพณี
2. ด้านการแสดงศิลปะ
ใช้ประกอบการแสดง เช่น โขน ละคร รำไทย
ช่วยสร้างอารมณ์และความสมจริงให้การแสดง
3. ด้านวิถีชีวิต
ใช้เพื่อความบันเทิงและผ่อนคลาย
เป็นกิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์ในชุมชน
เป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น
4. ด้านการศึกษาและอนุรักษ์
ใช้เป็นสื่อการเรียนรู้ในสถานศึกษา
ช่วยปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย

🎼 เครื่องดีด
เครื่องดีด คือ เครื่องดนตรีที่เกิดเสียงจากการดีดสาย ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนของสายและเกิดเสียง
ตัวอย่างเครื่องดนตรี
จะเข้
ซึง
ลักษณะเด่น
ให้เสียงนุ่มนวล กังวาน และมีความต่อเนื่อง
สามารถบรรเลงทำนองหรือประสานเสียงได้
บทบาทในวง
ทำหน้าที่ดำเนินทำนองหลักหรือทำนองรอง
ช่วยเพิ่มความไพเราะและความกลมกลืนของเสียงในวง

🎻 เครื่องสี
เครื่องสี คือ เครื่องดนตรีที่ใช้คันชักสีไปบนสาย เพื่อให้เกิดเสียง
ตัวอย่างเครื่องดนตรี
ซอด้วง
ซออู้
ลักษณะเด่น
ให้เสียงต่อเนื่อง อ่อนหวาน และสามารถถ่ายทอดอารมณ์ได้ดี
มีความใกล้เคียงกับเสียงมนุษย์ จึงเหมาะกับการเลียนเสียงร้อง
บทบาทในวง
บรรเลงทำนองหลักหรือทำนองประสาน
ใช้ขับเน้นอารมณ์ของบทเพลง เช่น เศร้า สนุกสนาน

🥁 เครื่องตี
เครื่องตี คือ เครื่องดนตรีที่เกิดเสียงจากการตี เคาะ หรือกระทบ
ตัวอย่างเครื่องดนตรี
ระนาด
ฆ้องวง
กลอง
ลักษณะเด่น
ให้เสียงชัดเจน มีจังหวะ และมีพลัง
บางชนิดให้เสียงสูง–ต่ำแตกต่างกัน (เช่น ระนาด ฆ้องวง)
บทบาทในวง
เป็นแกนหลักของจังหวะ
ควบคุมความเร็วและความพร้อมเพรียงของวง
บางเครื่องทำหน้าที่บรรเลงทำนอง (เช่น ระนาด)

🎶 เครื่องเป่า
เครื่องเป่า คือ เครื่องดนตรีที่เกิดเสียงจากการเป่าลมผ่านตัวเครื่อง
ตัวอย่างเครื่องดนตรี
ปี่
ขลุ่ย
ลักษณะเด่น
ให้เสียงชัดเจน โดดเด่น และมีเอกลักษณ์เฉพาะ
สามารถสร้างอารมณ์ของบทเพลงได้อย่างชัดเจน
บทบาทในวง
มักทำหน้าที่นำทำนองหลัก
เป็นเครื่องกำหนดแนวทางของเพลงในบางวง เช่น วงปี่พาทย์

🔊 การจำแนกเสียงและบทบาทของแต่ละเครื่องในวง
1. การจำแนกเสียง
เสียงสูง: เช่น ระนาดเอก ซอด้วง ขลุ่ย
เสียงกลาง: เช่น จะเข้ ซออู้
เสียงต่ำ: เช่น ฆ้องวงใหญ่ กลอง
การมีเสียงสูง–กลาง–ต่ำ ทำให้เกิดความสมดุลและความไพเราะในวงดนตรี
2. บทบาทของเครื่องดนตรีในวง
ผู้นำทำนอง: เช่น ปี่ ระนาดเอก → กำหนดทำนองหลักของเพลง
ผู้ประสานทำนอง: เช่น ซอ จะเข้ → เติมเต็มและประสานเสียง
ผู้ควบคุมจังหวะ: เช่น กลอง ฉิ่ง → ควบคุมจังหวะและความเร็ว
ผู้เสริมจังหวะและสีสัน: เช่น ฆ้องวง → เพิ่มความหนักแน่นและมิติของเสียง

🎼 ความหมายของจังหวะและทำนอง
จังหวะ (Rhythm)
จังหวะ คือ การจัดระเบียบของเสียงในช่วงเวลา มีการกำหนดความสั้น–ยาว ช้า–เร็ว และการเน้นหนัก–เบา เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบและความต่อเนื่องของเพลง
👉 เปรียบเหมือน “หัวใจของดนตรี” ที่ทำให้เพลงดำเนินไปอย่างมีแบบแผน
ทำนอง (Melody)
ทำนอง คือ การเรียงลำดับของเสียงสูง–ต่ำอย่างมีความไพเราะ เป็นส่วนที่ทำให้เกิด “เพลง” และสามารถจดจำได้
👉 เปรียบเหมือน “เรื่องราวของดนตรี” ที่สื่ออารมณ์ เช่น สนุกสนาน อ่อนหวาน หรือเศร้า

ความสัมพันธ์ระหว่างจังหวะและทำนอง
* จังหวะเป็นตัวกำหนดโครงสร้างเวลา
* ทำนองเป็นตัวสร้างความไพเราะ
* ทั้งสองต้องทำงานร่วมกันจึงจะเกิดเพลงที่สมบูรณ์

🥁 จังหวะพื้นฐานของดนตรีไทย
ดนตรีไทยมีจังหวะที่เป็นแบบแผนเฉพาะ โดยมักเกี่ยวข้องกับ “หน้าทับ” (รูปแบบจังหวะที่ใช้ในเพลง)
ลักษณะจังหวะพื้นฐาน**
จังหวะช้า (ชั้นเดียว/ช้า)**: ใช้ในเพลงที่มีความสงบ อ่อนหวาน
จังหวะปานกลาง (สองชั้น)**: มีความพอดี ไม่เร็วหรือช้าเกินไป
จังหวะเร็ว (สามชั้น/เร็ว)**: ให้ความรู้สึกคึกคัก สนุกสนาน

**เครื่องกำกับจังหวะสำคัญ**
ฉิ่ง (ใช้กำหนดจังหวะหลัก)
กลอง (ช่วยเน้นจังหวะและควบคุมความเร็ว)

🔢 การนับจังหวะและการรักษาจังหวะ
**การนับจังหวะ**
* ใช้วิธีนับเป็นช่วง เช่น 1–2–3–4 หรือ “ช้า–ช้า–เร็ว–เร็ว”
* ในดนตรีไทยมักใช้เสียง “ฉิ่ง–ฉับ” เป็นตัวช่วยกำหนดจังหวะ
* “ฉิ่ง” = จังหวะเบา
* “ฉับ” = จังหวะหนัก

**การรักษาจังหวะ**
* ต้องเล่นให้ตรงกับจังหวะอย่างสม่ำเสมอ
* ฟังเสียงเครื่องกำกับจังหวะ เช่น ฉิ่ง หรือกลอง
* ควบคุมความเร็วไม่ให้เร็วหรือช้าจนเกินไป

**ข้อสำคัญ**
* การรักษาจังหวะที่ดีทำให้วงดนตรีเล่นพร้อมเพรียง
* หากจังหวะผิด จะทำให้เพลงไม่ไพเราะและไม่เป็นระเบียบ

👂 การฝึกตีจังหวะและการฟังเสียง
**การฝึกตีจังหวะ**
* เริ่มจากการปรบมือหรือเคาะโต๊ะตามจังหวะง่าย ๆ
* ฝึกใช้เครื่องดนตรีจังหวะ เช่น ฉิ่ง ฉาบ กลอง
* ฝึกจากช้าไปเร็ว และเพิ่มความซับซ้อนทีละขั้น

**การฝึกฟังเสียง**
* ฟังแยกแยะเสียงสูง–ต่ำ
* ฟังจังหวะหลักและจังหวะย่อย
* ฟังการประสานกันของเครื่องดนตรีในวง

**กิจกรรมฝึกปฏิบัติ**
* ครูเคาะจังหวะ → ผู้เรียนทำตาม
* เปิดเพลง → ให้ผู้เรียนปรบมือตามจังหวะ
* เล่นเป็นกลุ่ม → ฝึกความพร้อมเพรียง

🎼 วิธีจับและใช้เครื่องดนตรีอย่างถูกต้อง
การจับและใช้เครื่องดนตรีอย่างถูกต้องเป็นพื้นฐานสำคัญ เพราะช่วยให้เกิดเสียงที่ไพเราะ ลดการบาดเจ็บ และพัฒนาทักษะได้รวดเร็ว
**หลักการทั่วไป**
* นั่งหรือยืนในท่าที่เหมาะสม หลังตรง ผ่อนคลาย
* จับเครื่องดนตรีให้มั่นคง แต่ไม่เกร็ง
* ใช้อวัยวะให้ถูกวิธี เช่น มือ นิ้ว หรือปาก (สำหรับเครื่องเป่า)

**ตัวอย่างแนวทาง**
* เครื่องดีด: ใช้นิ้วหรือไม้ดีดให้สัมผัสสายอย่างแม่นยำ
* เครื่องสี: จับคันชักให้สมดุล ควบคุมน้ำหนักมือให้สม่ำเสมอ
* เครื่องตี: จับไม้ตีอย่างพอดี ไม่แน่นเกินไป เพื่อควบคุมแรง
* เครื่องเป่า: ควบคุมลมหายใจให้สม่ำเสมอ

**ข้อควรระวัง**
* ไม่ใช้แรงมากเกินไป
* ดูแลรักษาเครื่องดนตรีหลังใช้งาน
* ฝึกอย่างสม่ำเสมอเพื่อสร้างความชำนาญ

🎶 การฝึกบรรเลงทำนองง่าย ๆ
การเริ่มต้นด้วยทำนองง่ายช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจพื้นฐานก่อนพัฒนาไปสู่ระดับที่สูงขึ้น
**แนวทางการฝึก**
* เริ่มจากโน้ตหรือเสียงสั้น ๆ ทีละช่วง
* ฝึกซ้ำหลายครั้งจนเกิดความคุ้นเคย
* เรียนรู้ทำนองแบบ “ช้า → ปานกลาง → เร็ว”

**ตัวอย่างกิจกรรม**
* ฝึกเล่นทำนองสั้น ๆ 2–4 ห้องเพลง
* เล่นตามครู (ครูนำ–ผู้เรียนตาม)
* แบ่งช่วงเพลงแล้วฝึกทีละส่วน

**ผลที่คาดหวัง**
* ผู้เรียนสามารถบรรเลงทำนองพื้นฐานได้
* เกิดความมั่นใจในการเล่นดนตรี

🎵 การอ่านสัญลักษณ์หรือจำทำนองเพลงไทยเบื้องต้น
ดนตรีไทยมีการถ่ายทอดทั้งแบบ “การจำ” และ “การใช้สัญลักษณ์”
**การจำทำนอง**
* ใช้วิธีฟังและเลียนแบบ
* ฝึกซ้ำจนสามารถเล่นได้โดยไม่ต้องดูโน้ต
* เหมาะกับผู้เริ่มต้น

**การอ่านสัญลักษณ์**
* เรียนรู้สัญลักษณ์แทนเสียงสูง–ต่ำ
* เข้าใจจังหวะและช่วงของโน้ต
* ใช้เป็นแนวทางช่วยจำและฝึกซ้อม

**เทคนิคการเรียนรู้**
* ฟัง + ดู + เล่น ควบคู่กัน
* ฝึกทีละช่วง และเชื่อมต่อเป็นเพลง
* ใช้การร้องทำนองก่อนเล่นจริง

👥 การฝึกเล่นร่วมกับผู้อื่น
การเล่นดนตรีไทยมักเป็นการบรรเลงร่วมกันเป็นวง จึงต้องมีทักษะการทำงานเป็นทีม
**หลักการสำคัญ**
* ฟังเสียงผู้อื่นในวง
* เล่นให้ตรงจังหวะเดียวกัน
* รู้บทบาทของตนเองในวง (นำ/ตาม/เสริม)

**แนวทางการฝึก**
* เริ่มจากกลุ่มเล็ก 2–3 คน
* ฝึกซ้อมพร้อมกันอย่างสม่ำเสมอ
* ใช้เครื่องกำกับจังหวะ เช่น ฉิ่ง เป็นตัวกลาง

**มารยาทในการเล่นร่วมกัน**
* มีวินัยและตรงต่อเวลา
* เคารพผู้นำวงหรือครูผู้สอน
* ช่วยเหลือและรับฟังความคิดเห็นของเพื่อน

**ผลลัพธ์การเรียนรู้**
* ผู้เรียนสามารถเล่นดนตรีร่วมกับผู้อื่นได้อย่างพร้อมเพรียง
* เกิดความสามัคคีและความรับผิดชอบ

✅ สรุป
การฝึกบรรเลงดนตรีไทยต้องเริ่มจากพื้นฐานที่ถูกต้อง ได้แก่ การจับเครื่องดนตรี การฝึกทำนองง่าย การจำหรืออ่านสัญลักษณ์ และการเล่นร่วมกับผู้อื่น เมื่อฝึกอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ผู้เรียนพัฒนาทักษะได้อย่างมั่นคงและสามารถนำไปใช้แสดงจริงได้

🎭 รูปแบบการแสดงดนตรีไทย
การแสดงดนตรีไทยมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับโอกาส สถานที่ และรูปแบบของศิลปะการแสดง
**รูปแบบหลักของการแสดง**
* **การบรรเลงเดี่ยว**: แสดงความสามารถเฉพาะตัวของผู้เล่น เช่น ระนาดหรือซอ
* **การบรรเลงเป็นวง**: เล่นร่วมกันเป็นวง เช่น วงปี่พาทย์ วงเครื่องสาย วงมโหรี
* **การแสดงประกอบนาฏศิลป์**: ใช้ดนตรีประกอบการรำ โขน ละคร
* **การแสดงในงานพิธี**: เช่น งานมงคล งานประเพณี งานทางศาสนา

**ลักษณะเด่น**
* มีแบบแผนและลำดับขั้นตอนชัดเจน
* เน้นความพร้อมเพรียง ความไพเราะ และความงดงามทางวัฒนธรรม

🙏 มารยาทในการแสดงและการรับชม
**มารยาทของผู้แสดง**
* แต่งกายสุภาพ เหมาะสมกับการแสดง
* ตรงต่อเวลาและมีความรับผิดชอบ
* เคารพครูดนตรีและผู้ร่วมแสดง
* มีสมาธิ ไม่พูดคุยหรือแสดงพฤติกรรมที่รบกวนผู้อื่น
* แสดงด้วยความตั้งใจและเต็มความสามารถ

**มารยาทของผู้ชม**
* แต่งกายสุภาพและนั่งชมอย่างเรียบร้อย
* ไม่ส่งเสียงดังหรือใช้โทรศัพท์รบกวน
* ปรบมือให้กำลังใจในจังหวะที่เหมาะสม
* แสดงความเคารพต่อผู้แสดงและสถานที่

👥 การทำงานเป็นทีมในวงดนตรี
การบรรเลงดนตรีไทยส่วนใหญ่เป็นการเล่นร่วมกัน จึงต้องอาศัยความร่วมมือและความเข้าใจในบทบาทของแต่ละคน
**หลักการสำคัญ**
* การฟัง: ฟังเสียงของผู้อื่นเพื่อให้เล่นสอดคล้องกัน
* การประสานงาน: เล่นให้ตรงจังหวะและทำนองเดียวกัน
* การแบ่งบทบาท: มีผู้นำทำนอง ผู้ประสาน และผู้ควบคุมจังหวะ

**ทักษะที่ควรพัฒนา**
* ความรับผิดชอบในหน้าที่ของตน
* ความมีวินัยในการฝึกซ้อม
* การสื่อสารและการช่วยเหลือกันในทีม

**ผลลัพธ์**
* เกิดความพร้อมเพรียงของวง
* สร้างความสามัคคีและความสัมพันธ์ที่ดี

🌱 แนวทางการอนุรักษ์และเผยแพร่ดนตรีไทย
**การอนุรักษ์**
* เรียนรู้และฝึกฝนดนตรีไทยอย่างต่อเนื่อง
* ถ่ายทอดความรู้จากครูสู่ผู้เรียนรุ่นต่อไป
* ดูแลรักษาเครื่องดนตรีและองค์ความรู้

**การเผยแพร่**
* จัดการแสดงในชุมชน โรงเรียน หรือเวทีต่าง ๆ
* ใช้สื่อออนไลน์ เช่น วิดีโอ หรือโซเชียลมีเดีย
* บูรณาการดนตรีไทยกับกิจกรรมร่วมสมัย

**การส่งเสริมในสังคม**
* สนับสนุนกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรม
* สร้างความภาคภูมิใจในความเป็นไทย
* เปิดโอกาสให้เยาวชนมีส่วนร่วม

✅ สรุป
ดนตรีไทยไม่เพียงเป็นศิลปะการแสดง แต่ยังเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกคน ทั้งผู้แสดง ผู้ชม และสังคม ในการรักษา สืบสาน และเผยแพร่ให้คงอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

นายสุคล รุ่งแดง (20 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/20 ข้อ นายสุคล รุ่งแดง
1 ดนตรีไทยหมายถึงข้อใด
2 ข้อใดคือความสำคัญของดนตรีไทย
3 วงปี่พาทย์มีลักษณะเด่นอย่างไร
4 ข้อใดเป็นเครื่องดีด
5 ซออู้จัดเป็นเครื่องดนตรีประเภทใด
6 เครื่องดนตรีใดใช้กำหนดจังหวะหลักในวง
7 “จังหวะ” หมายถึงอะไร
8 “ทำนอง” คือข้อใด
9 การนับจังหวะ “ฉิ่ง–ฉับ” ใช้เพื่ออะไร
10 ข้อใดคือเครื่องตี
11 การฝึกบรรเลงควรเริ่มจากสิ่งใด
12 การจับเครื่องดนตรีที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร
13 ข้อใดเป็นมารยาทของผู้แสดง
14 ผู้ชมที่ดีควรปฏิบัติอย่างไร
15 การเล่นดนตรีเป็นวงต้องอาศัยสิ่งใด
16 เครื่องเป่าคือข้อใด
17 วงมโหรีมีลักษณะอย่างไร
18 การอนุรักษ์ดนตรีไทยทำได้อย่างไร
19 บทบาทของกลองในวงคืออะไร
20 การฝึกฟังดนตรีช่วยพัฒนาอะไร
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /20 ข้อ