1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

เกษตรทฤษฎีใหม่การปลูกผักสลัดและการเพาะเห็ด

แหล่งเรียนรู้: วิศวะฟาร์ม บ้านถุงทอง

รายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรนี้มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะด้านการทำเกษตรแบบยั่งยืนตามแนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยเน้นการพึ่งพาตนเอง การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการสร้างรายได้ในครัวเรือน ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ตั้งแต่หลักการพื้นฐานของเกษตรทฤษฎีใหม่ การวางแผนพื้นที่ การจัดการดินและน้ำ รวมถึงการประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง

ในส่วนของการปลูกผักสลัด ผู้เรียนจะได้ฝึกปฏิบัติการเพาะเมล็ด การดูแลรักษา การให้น้ำและปุ๋ย การป้องกันศัตรูพืชแบบปลอดสารพิษ ตลอดจนการเก็บเกี่ยวและการตลาดเบื้องต้น เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและปลอดภัยต่อผู้บริโภค

สำหรับการเพาะเห็ด ผู้เรียนจะได้เรียนรู้กระบวนการผลิตตั้งแต่การเตรียมวัสดุ การทำก้อนเชื้อ การดูแลโรงเรือน การควบคุมอุณหภูมิและความชื้น ไปจนถึงการเก็บเกี่ยวและการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเห็ด เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

หลักสูตรนี้เน้นการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง (Learning by Doing) เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตและต่อยอดเป็นอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จำนวนชั่วโมงเรียน
2.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
60%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

เกษตรทฤษฎีใหม่การปลูกผักสลัดและการเพาะเห็ด

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

แหล่งเรียนรู้ “วิศวะฟาร์มบ้านถุงทอง” เกิดขึ้นจากแนวคิดในการพัฒนาพื้นที่ชุมชนให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านอาชีพและการเกษตรแบบยั่งยืน โดยในระยะแรกเริ่มได้มุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการฝึกอาชีพพื้นฐานให้กับคนในชุมชน โดยเฉพาะ “การทำขนมไทย” ซึ่งถือเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สามารถสร้างรายได้และสืบสานวัฒนธรรมได้ควบคู่กัน

ต่อมา เมื่อชุมชนมีความเข้มแข็งมากขึ้นและมีความต้องการพัฒนาอาชีพที่สอดคล้องกับบริบทด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม จึงได้มีการต่อยอดองค์ความรู้ไปสู่การจัดตั้ง “ฐานการเรียนรู้ด้านการเกษตรอินทรีย์” โดยเริ่มจากการปลูกผักออแกนิค เพื่อส่งเสริมการบริโภคที่ปลอดภัย ลดการใช้สารเคมี และสร้างรายได้เสริมให้กับครัวเรือน

จากนั้นได้พัฒนาไปสู่ “ฐานการปลูกผักสลัดน้ำนิ่ง (Hydroponics)” ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีการปลูกพืชไร้ดินมาประยุกต์ใช้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ประหยัดพื้นที่ และสามารถควบคุมคุณภาพผลผลิตได้อย่างมีมาตรฐาน เหมาะกับการเรียนรู้ในยุคเกษตรสมัยใหม่

นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้ง “ฐานการทำปุ๋ยหมัก” เพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยนำเศษวัสดุทางการเกษตรและของเหลือใช้มาผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ลดต้นทุนการผลิต และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม

อีกทั้งยังมีการพัฒนา “ฐานการเพาะเห็ดจากทลายปาล์ม” ซึ่งเป็นการนำวัสดุเหลือใช้จากอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันมาใช้ให้เกิดประโยชน์ สร้างมูลค่าเพิ่ม และเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างรายได้ให้กับชุมชน

ปัจจุบัน “วิศวะฟาร์มบ้านถุงทอง” ได้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้แบบบูรณาการที่ครอบคลุมทั้งด้านอาชีพ การเกษตร และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เปิดโอกาสให้เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป ได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ ฝึกปฏิบัติจริง และสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตและพัฒนาอาชีพได้อย่างยั่งยืนต่อไป

แหล่งเรียนรู้วิศวะฟาร์มบ้านถุงทองมีลักษณะเป็นพื้นที่เกษตรผสมผสานที่ถูกจัดสรรอย่างเป็นระบบ เพื่อรองรับการเรียนรู้เชิงปฏิบัติจริง โดยแบ่งออกเป็นฐานการเรียนรู้ต่าง ๆ อย่างชัดเจน ได้แก่

1.ฐานการทำขนมไทย: จัดเป็นพื้นที่กึ่งอาคาร มีอุปกรณ์ครัวครบถ้วน เช่น เตาแก๊ส เตาถ่าน โต๊ะเตรียมวัตถุดิบ และอุปกรณ์ทำขนม เหมาะสำหรับการฝึกปฏิบัติจริงและรองรับผู้เรียนเป็นกลุ่ม

2.ฐานการปลูกผักสลัดน้ำนิ่ง: จัดเป็นโรงเรือนหรือพื้นที่ควบคุม มีถังหรือรางปลูกน้ำ พร้อมแผ่นโฟมสำหรับยึดต้นพืช มีระบบสารละลายธาตุอาหารและการดูแลคุณภาพน้ำอย่างเหมาะสม
3.ฐานการทำปุ๋ยหมัก: เป็นพื้นที่เปิด มีการจัดกองปุ๋ยหมักหรือถังหมัก ใช้วัสดุอินทรีย์ เช่น เศษพืช เศษอาหาร มูลสัตว์ และมีพื้นที่สำหรับกลับกองปุ๋ย

4.ฐานการเพาะเห็ดจากทลายปาล์ม: เป็นโรงเรือนหรือพื้นที่ร่ม มีความชื้นสูง จัดวางวัสดุเพาะ เช่น ทลายปาล์มที่ผ่านการเตรียมแล้ว พร้อมชั้นวางหรือพื้นที่วางกองเพาะเห็ด

โดยภาพรวม พื้นที่ทั้งหมดมีการจัดภูมิทัศน์อย่างเป็นระเบียบ สะอาด ปลอดภัย และเอื้อต่อการเรียนรู้ทั้งในรูปแบบรายบุคคลและกลุ่ม

แหล่งเรียนรู้นี้มีคุณค่าในหลายมิติ โดยเฉพาะด้านการพัฒนาทักษะชีวิต อาชีพ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต ดังนี้

1.ด้านอาชีพและการสร้างรายได้
ผู้เรียนสามารถฝึกทักษะการทำขนมไทย ซึ่งสามารถนำไปประกอบอาชีพหรือสร้างรายได้เสริม
การปลูกผักออแกนิคและผักสลัดน้ำนิ่ง เป็นแนวทางอาชีพเกษตรยุคใหม่ที่มีความต้องการในตลาด

2.ด้านการเกษตรยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม
เรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์ ลดการใช้สารเคมี
การทำปุ๋ยหมักช่วยส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดของเสีย
การเพาะเห็ดจากทลายปาล์มเป็นตัวอย่างของการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ใหม่ (Recycling/Upcycling)

3.ด้านทักษะกระบวนการคิดและการลงมือปฏิบัติ
ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง (Learning by Doing)
ฝึกการสังเกต วิเคราะห์ และแก้ปัญหา เช่น การดูแลพืช การควบคุมคุณภาพน้ำ หรือการจัดการวัสดุเพาะ

4.ด้านการบูรณาการองค์ความรู้
เชื่อมโยงความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ (การเจริญเติบโตของพืช/เห็ด)
คณิตศาสตร์ (การคำนวณต้นทุน กำไร ปริมาณวัตถุดิบ)
สังคมและวัฒนธรรม (การอนุรักษ์ขนมไทย)

5.ด้านคุณธรรมและจิตสำนึก
ส่งเสริมความรับผิดชอบ ความอดทน และการทำงานเป็นทีม
ปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน

โดยสรุป วิศวะฟาร์มบ้านถุงทองเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีความครบถ้วนทั้งด้านกายภาพและเนื้อหาสาระ สามารถพัฒนาผู้เรียนได้ทั้งด้านความรู้ ทักษะอาชีพ และคุณลักษณะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในปัจจุบันและอนาคตอย่างยั่งยืน

แหล่งเรียนรู้วิศวะฟาร์มบ้านถุงทองจัดกิจกรรมในลักษณะ “การเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning)” โดยบูรณาการแต่ละฐานการเรียนรู้เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ดังนี้

1.กิจกรรมฐานการทำขนมไทย
-ศึกษาความเป็นมาของขนมไทยและวัตถุดิบในท้องถิ่น
-ฝึกปฏิบัติการทำขนมไทย เช่น ขนมต้ม ขนมถ้วย ขนมชั้น
-คำนวณต้นทุน–กำไร และออกแบบบรรจุภัณฑ์
-จัดกิจกรรมจำลองการจำหน่ายสินค้า

2.กิจกรรมฐานผักสลัดน้ำนิ่ง
-ศึกษาหลักการปลูกพืชไร้ดิน
-ฝึกผสมสารละลายธาตุอาหารและดูแลคุณภาพน้ำ
-ทดลองปลูกผักสลัดในระบบน้ำนิ่ง
-เปรียบเทียบผลผลิตกับการปลูกแบบดิน

3.กิจกรรมฐานการทำปุ๋ยหมัก
-เรียนรู้ประเภทของวัสดุอินทรีย์
-ฝึกการจัดกองปุ๋ยหมักและการดูแลรักษา
-สังเกตกระบวนการย่อยสลาย
-นำปุ๋ยที่ได้ไปใช้ในแปลงผัก

4.กิจกรรมฐานการเพาะเห็ดจากทลายปาล์ม
-ศึกษาขั้นตอนการเตรียมวัสดุเพาะ
-ฝึกการเพาะเชื้อและดูแลโรงเรือน
-ติดตามการเจริญเติบโตของเห็ด
-เก็บเกี่ยวและแปรรูปเห็ด

5.กิจกรรมบูรณาการ
-จัดทำโครงงานอาชีพ (Project-based Learning)
-จัดตลาดนัดชุมชน/ตลาดสีเขียว
-สรุปองค์ความรู้และนำเสนอผลงาน

1.การอนุรักษ์
-อนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการทำขนมไทย และถ่ายทอดสู่คนรุ่นใหม่
-ส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ ลดการใช้สารเคมี เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม
-นำวัสดุเหลือใช้ เช่น ทลายปาล์ม และเศษพืช มาสร้างมูลค่าเพิ่ม
-สร้างจิตสำนึกให้ผู้เรียนเห็นความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ

2.การพัฒนา
-พัฒนาฐานการเรียนรู้ให้ทันสมัย เช่น การใช้เทคโนโลยีในระบบปลูกพืช
-ต่อยอดผลิตภัณฑ์ เช่น การแปรรูปขนมไทยหรือผลิตภัณฑ์จากเห็ด
-สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับชุมชน หน่วยงาน และตลาด
-พัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้นและระยะยาว
-ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และสร้างแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร

3.แนวทางสู่ความยั่งยืน
-บริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่า (Zero Waste)
-สร้างรายได้หมุนเวียนภายในแหล่งเรียนรู้
-ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน
-พัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบในระดับท้องถิ่น

โดยภาพรวม กิจกรรมและแนวทางการอนุรักษ์–พัฒนาของวิศวะฟาร์มบ้านถุงทอง มุ่งเน้นให้ผู้เรียน “เรียนรู้จริง ทำได้จริง และนำไปใช้ได้จริง” ควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อมและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

เกษตรทฤษฎีใหม่การปลูกผักสลัดและการเพาะเห็ด (20 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/20 ข้อ เกษตรทฤษฎีใหม่การปลูกผักสลัดและการเพาะเห็ด
1 วิศวะฟาร์มบ้านถุงทองเริ่มต้นจากฐานการเรียนรู้ใด
2 ฐานการทำขนมไทยมีจุดประสงค์สำคัญในข้อใด
3 การปลูกผักออแกนิคเน้นสิ่งใดเป็นหลัก
4 ผักสลัดน้ำนิ่งเป็นการปลูกพืชแบบใด
5 ข้อใดเป็นวัสดุที่ใช้ในการทำปุ๋ยหมัก
6 การเพาะเห็ดจากทลายปาล์มเป็นการใช้ทรัพยากรแบบใด
7 การเรียนรู้ในแหล่งเรียนรู้แห่งนี้เน้นรูปแบบใด
8 ข้อใดเป็นประโยชน์ของการปลูกผักออแกนิค
9 การทำปุ๋ยหมักช่วยในด้านใดมากที่สุด
10 ผักสลัดน้ำนิ่งมีข้อดีอย่างไร
11 ข้อใดเป็นลักษณะของการเรียนรู้แบบบูรณาการ
12 ฐานการเพาะเห็ดควรมีสภาพอย่างไร
13 การปลูกผักออแกนิคช่วยสิ่งแวดล้อมอย่างไร
14 การทำขนมไทยสามารถพัฒนาไปสู่อะไรได้
15 ทลายปาล์มมีประโยชน์ในข้อใด
16 กิจกรรมใดช่วยสร้างรายได้ให้ผู้เรียน
17 การเรียนรู้แบบลงมือทำส่งเสริมสิ่งใด
18 การใช้ปุ๋ยหมักแทนปุ๋ยเคมีมีข้อดีอย่างไร
19 แหล่งเรียนรู้นี้ส่งเสริมคุณลักษณะใด
20 เป้าหมายสำคัญของวิศวะฟาร์มบ้านถุงทองคือข้อใด
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /20 ข้อ