1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

เศรษฐกิจพอเพียง การปลูกพืชผสม ปลูกผักสวนครัว

แหล่งเรียนรู้: เศรษฐกิจพอเพียง การปลูกพืชผสม ผักสวนครัว

รายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรนี้มุ่งเน้นการสร้างทักษะพื้นฐานและทัศนคติในการพึ่งพาตนเองด้านอาหาร โดยให้ผู้เรียนเข้าใจวงจรการปลูกผักสวนครัวตั้งแต่การวางแผนเลือกชนิดพืชที่เหมาะสมกับพื้นที่ การเตรียมปัจจัยการผลิตจากวัสดุธรรมชาติ ไปจนถึงเทคนิคการปลูกพืชแบบผสมผสาน (Intercropping) เพื่อสร้างระบบนิเวศจำลองที่ช่วยควบคุมศัตรูพืชโดยไม่ใช้สารเคมีผู้เรียนจะได้เรียนรู้วิธีการจัดการดิน การเพาะเมล็ด การดูแลบำรุงรักษาอย่างถูกวิธี และการเก็บเกี่ยวผลผลิตให้ได้คุณภาพสูงสุด เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างแหล่งอาหารปลอดภัยในครัวเรือน ลดรายจ่าย และส่งเสริมสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน

จำนวนชั่วโมงเรียน
1.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
60%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

เศรษฐกิจพอเพียง การปลูกพืชผสม ปลูกผักสวนครัว

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

เรื่อง พระบรมราโชวาทและ พระราชดำริ เรื่อง หลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง
- ศาสตร์ของพระราชาเพื่อ การพัฒนาอย่างยงั่ ยืน
- แนวคิดทฤษฎีการพัฒนา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ - การน้อมนำหลักปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การ ปฏิบัติ
- หัวใจของหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง
- แนวทางการดำรงชีวิตตาม หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง
จุดประสงค์การเรียนรู้
-เพื่อให้ประชาชนมี ความรู้ ความเข้าใจ ความหมายที่แท้จริง ของหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง การปลูกพืชผสม การปลูกผักสวนครัวใว้กินเอง
เนื้อหาสาระ
พระบรมราโชวาทและพระราชดำริ เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง - ศาสตร์ของพระราชาเพื่อ การพัฒนาอย่างยั่งยืน แนวคิดทฤษฎีการพัฒนา อันเนื่องมาจาก พระราชดำริ การน้อมนำหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียงสู่ การปฏิบัติ หัวใจของหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง - แนวทางการดำรงชีวิต ตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง
กระบวนการจัดการเรียนรู้
บรรยายหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียงการปลูกพืชผสม พืชผักสวนครัว

1. การเตรียมดินสำหรับพืชผสม ดินในแปลงพืชผสมต้องรองรับพืชหลายชนิดที่มีความต้องการต่างกัน จึงต้องปรุงให้มีสารอาหารครบถ้วน
-สูตรดินร่วนสารพัดประโยชน์:ดินร่วน 2 ส่วน: เป็นที่ยึดเกาะของราก ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก 1 ส่วน: เติมธาตุอาหารหลัก อินทรียวัตถุ (แกลบดิบ/ขุยมะพร้าว) 1 ส่วน: เพื่อความโปร่ง ระบายน้ำดี และให้พืชรากตื้น (เช่น ผักชี) เติบโตง่ายการปรับสภาพดิน: โรย ปูนขาวหรือโดโลไมท์ เล็กน้อยเพื่อปรับค่า pH ของดินให้เป็นกลาง (ประมาณ 6.0-7.0) ซึ่งเป็นระดับที่พืชส่วนใหญ่ดูดซึมอาหารได้ดีที่สุดการเตรียมแปลงแบบ "ชั้นดิน": หากปลูกในแปลงดิน ให้ขุดพลิกดินลึกประมาณ 15-20 ซม. ตากแดด 7 วันเพื่อฆ่าเชื้อรา แล้วค่อยผสมปุ๋ยลงไป
2. การเลือกและเตรียมพันธุ์พืช ในระบบพืชผสม เราจะไม่เลือกพืชตามใจชอบอย่างเดียว แต่ต้องดู "หน้าที่" ของพืชแต่ละชนิดด้วย:
กลุ่มพืชพืชหลัก เลือกพันธุ์ที่อายุเก็บเกี่ยวนานหรือต้นสูง เช่น มะเขือเทศ, พริก, ข้าวโพด กลุ่มพืชพี่เลี้ยง พืชแซม เลือกพันธุ์ที่ช่วยไล่แมลงหรือบำรุงดิน เช่น
ตระกูลถั่ว ถั่วพุ่ม, ถั่วฝักยาว ช่วยเพิ่มไนโตรเจนในดินให้พืชกินใบพืชกลิ่นฉุน: กะเพรา, โหระพา, ต้นหอม ช่วยพรางกลิ่นพืชหลักจากแมลงศัตรูพืช
กลุ่มพืชคลุมดิน: ผักบุ้ง, สะระแหน่ ช่วยรักษาความชื้นให้พืชรากลึก
3. เทคนิคการเตรียมก่อนลงปลูก การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ ควรใช้เมล็ดพันธุ์ที่ "ผสมเปิด" เพื่อให้สามารถเก็บเมล็ดไว้ปลูกต่อได้ในฤดูกาลหน้าตามหลักพึ่งพาตนเอง
การกระตุ้นการงอก เมล็ดที่มีเปลือกแข็ง เช่น มะเขือ, พริก ควรแช่น้ำอุ่น (น้ำร้อน 1 ส่วน + น้ำธรรมดา 1 ส่วน) ทิ้งไว้ 1 คืนก่อนเพาะ เพื่อเพิ่มอัตราการงอก
การเตรียมกล้า พืชผสมผสานควรเพาะในถาดเพาะก่อนประมาณ 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้ต้นแข็งแรงพอที่จะสู้กับวัชพืชเมื่อย้ายลงแปลงจริง

1. การเพาะเมล็ด (Sowing Technique)แบ่งออกเป็น 2 วิธีตามขนาดและประเภทของเมล็ดพืช
วิธีเพาะในถาดเพาะ (สำหรับเมล็ดขนาดเล็ก/ราคาแพง): เช่น พริก, มะเขือ, มะเขือเทศใช้ วัสดุเพาะ (พีทมอสหรือดินละเอียดผสมขุยมะพร้าวร่อน) ใส่ให้เต็มหลุมถาดเพาะจิ้มรูลึกประมาณ 0.5 ซม. หยอดเมล็ดหลุมละ 1-2 เมล็ดกลบดินบางๆ รดน้ำด้วยฉีดพ่นฝอย (ฟ็อกกี้) ให้ชุ่มวางในที่ร่มรำไร เมื่อเริ่มมีใบจริง 2-4 ใบ (ประมาณ 15-20 วัน) จึงเตรียมย้ายปลูกวิธีหว่านหรือหยอดลงแปลงโดยตรง (สำหรับเมล็ดโตไว/เมล็ดใหญ่): เช่น ผักบุ้ง, ถั่วฝักยาว, ข้าวโพด, ผักชี การหยอดหลุม สำหรับพืชเถาหรือต้นใหญ่ (ถั่ว, ข้าวโพด) ให้ขุดหลุมห่างกันตามระยะที่กำหนด หยอด 2-3 เมล็ดต่อหลุม การหว่าน: สำหรับผักใบ (ผักบุ้ง, ผักกาด) ให้หว่านเมล็ดให้กระจายตัว แล้วใช้ดินละเอียดหรือฟางแห้งคลุมบางๆ เพื่อรักษาความชื้น
2.วิธีการปลูกแบบผสมผสาน เมื่อต้นกล้าพร้อมแล้ว ให้ลงมือปลูกโดยใช้เทคนิคดังนี้ จังหวะการลงปลูกลง "พืชพี่เลี้ยง" หรือพืชที่โตช้ากว่าก่อน (เช่น พริก หรือ มะเขือ)
หลังจากนั้น 1-2 สัปดาห์ จึงลง "พืชแซม" ที่โตเร็ว (เช่น ผักบุ้ง หรือ ผักกาด) ในช่องว่างระหว่างต้นวิธีการย้ายกล้าควรย้ายกล้าในตอน "เย็น" (แดดอ่อน) เพื่อลดการคายน้ำรดน้ำถาดเพาะให้ชุ่มก่อนดึงต้นกล้า เพื่อให้ดินติดรากออกมามากที่สุดขุดหลุมให้ลึกเท่ากับระดับดินเดิมของต้นกล้า กดดินรอบโคนต้นเบาๆ การจัดวางตำแหน่ง
แนวทิศทางแสง ปลูกพืชต้นสูง (เช่น ข้าวโพด) ไว้ทิศเหนือ หรือทิศที่ไม่อบังแดดพืชต้นเตี้ย การปลูกสลับแถว ปลูกพืชกลิ่นฉุน (เช่น ต้นหอม) สลับกับพืชใบ เพื่อพรางตัวจากแมลง
3. การดูแลหลังปลูกทันที
การคลุมดิน (Mulching): ใช้ฟางแห้งหรือหญ้าแห้งคลุมรอบโคนต้นทันทีเพื่อรักษาความชื้นและป้องกันวัชพืช
การรดน้ำ: รดน้ำให้ชุ่มทันทีหลังปลูกเสร็จเพื่อให้รากสัมผัสกับดินใหม่ได้ดี
คุณต้องการให้ผมแนะนำ "ระยะห่างระหว่างต้น" ของผักยอดนิยมคู่ไหนเป็นพิเศษไหมครับ? หรืออยากทราบ วิธีเช็คว่าเมล็ดเก่ายังงอกอยู่ไหม ก่อนจะนำไปปลูก?

1. การให้น้ำ
รดน้ำให้ตรงจุด: พืชผสมผสานมีความสูงต่างกัน ควรใช้วิธีฉีดฝอยให้ทั่วแปลง หรือรดที่โคนต้นพืชหลัก (เช่น มะเขือเทศ) ส่วนพืชคลุมดินจะได้รับอานิสงส์จากความชื้นรอบๆเวลาที่เหมาะสม: รดน้ำ เช้าตรู่ (06.00 - 08.00 น.) ดีที่สุด เพื่อให้พืชมีน้ำใช้สังเคราะห์แสง และลดการสะสมเชื้อราในตอนกลางคืน
2. การใส่ปุ๋ย
ในแปลงพืชผสม เราจะเน้นการใส่ปุ๋ยตาม สูตร 1 (เร่งใบ): สำหรับผักกินใบและพืชแซม ให้ใช้ ปุ๋ยคอก (ขี้ไก่/ขี้วัว) หรือน้ำหมักชีวภาพสูตรสีเขียว ทุกๆ 7-10 วัน
สูตร 2 (เร่งดอก/ผล): สำหรับพืชประธาน (พริก, มะเขือ) เมื่อเริ่มออกดอก ให้เสริม ปุ๋ยหมักจากมูลค้างคาวหรือปุ๋ยเปลือกไข่ เพื่อเพิ่มฟอสฟอรัสและแคลเซียม
การใส่ปุ๋ยแบบเจาะจง: ให้โรยปุ๋ยรอบทรงพุ่มของพืชแต่ละต้น แล้วพรวนดินกลบบางๆ เพื่อไม่ให้ปุ๋ยระเหยไปกับอากาศ
3. การพรวนดินและกำจัดวัชพืช
พรวนดินสม่ำเสมอ ช่วยให้รากพืชที่ปลูกผสมกันได้รับออกซิเจน (ระวังอย่าพรวนลึกจนไปโดนรากพืชข้างเคียง)กำจัดวัชพืช คอยถอนหญ้าที่มาแย่งอาหารพืชหลัก โดยเฉพาะในช่วง 1 เดือนแรกหลังปลูก
4. การจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน
เนื่องจากพืชผสมผสานมี "พืชกลิ่นฉุน" ช่วยอยู่แล้ว แต่ถ้ายังมีแมลงรบกวนให้ใช้น้ำส้มควันไม้ ผสมน้ำฉีดพ่นทุก 7 วัน เพื่อไล่แมลงและยับยั้งเชื้อรา
น้ำหมักพริกแกง/สะเดา ใช้ฉีดพ่นเมื่อพบเพลี้ยหรือหนอนระบาด (ฉีดช่วงเย็นเพื่อไม่ให้ใบไหม้)การตัดแต่งใบ ตัดใบด้านล่างที่แก่หรือเหลืองออก เพื่อให้ลมโกรก ลดการสะสมของโรค
5. เคล็ดลับพิเศษ: การใช้ "พืชบำรุงดิน"
ปลูก ถั่ว แทรกไว้ในแปลง เมื่อถั่วเริ่มมีดอกให้ตัดต้นกลบลงดิน จะเป็นการเติมไนโตรเจนธรรมชาติให้พืชต้นอื่นๆ ในแปลงได้อย่างดี
สูตรน้ำหมักชีวภาพทำเองง่ายๆ จากของในครัว หรือ วิธีแก้ปัญหาเพลี้ย

1. ลำดับการเก็บเกี่ยว
ในแปลงที่ปลูกผสมกัน เราจะเก็บตามอายุของพืชเก็บก่อน (20-30 วัน) พืชแซมที่โตเร็ว เช่น ผักบุ้ง, ผักกาดหอม, ผักชี การเก็บพืชเหล่านี้ออกจะช่วยลดความหนาแน่นและเปิดช่องว่างให้พืชหลักได้ขยายตัวเก็บกลางทาง (45-60 วัน) พืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วฝักยาว, ถั่วพุ่ม ควรเก็บขณะที่ฝักยังเต่งแต่ไม่พองจนเห็นเมล็ดชัดเกินไป เพราะจะทำให้รสชาติหวานและกรอบเก็บต่อเนื่อง (60-90 วันขึ้นไป): พืชประธาน เช่น พริก, มะเขือ, มะเขือเทศ กลุ่มนี้จะทยอยให้ผลผลิตยาวนาน ควรเก็บเมื่อสีเริ่มเปลี่ยนตามความต้องการ
2. เทคนิคการเก็บที่ถูกต้อง
ใช้เครื่องมือที่คม: ควรใช้กรรไกรตัดกิ่งหรือมีดเล็กๆ ตัดแทนการดึงด้วยมือ เพื่อป้องกันไม่ให้รากของพืชข้างเคียงสะเทือน หรือต้นแม่ช้ำ
เวลาที่ควรเก็บผักในตอน "เช้ามืดก่อนแดดออก" (06.00 - 07.30 น.) เพราะเป็นช่วงที่พืชมีความชื้นสูงที่สุด ผักจะกรอบ อร่อย และเหี่ยวช้า เก็บแบบเหลือตอ สำหรับผักบางชนิด เช่น คะน้า หรือ กะเพรา หากไม่ถอนทั้งรากแต่ใช้วิธีตัดยอดเหนือข้อใบ พืชจะสามารถแตกยอดใหม่ให้เก็บกินได้อีกหลายรอบ
3. การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว
การล้างและเก็บรักษา ล้างเศษดินออกด้วยน้ำสะอาด พักให้สะเด็ดน้ำก่อนห่อด้วยกระดาษหรือใบตองแล้วแช่ตู้เย็น (ยกเว้นมะเขือเทศที่ควรวางไว้ที่อุณหภูมิห้องเพื่อให้รสชาติดี)การจัดการเศษซาก ใบที่เด็ดทิ้งหรือต้นที่หมดอายุแล้ว อย่าทิ้งไปเฉยๆ ให้ สับแล้วคลุมดิน หรือนำไปทำปุ๋ยหมักเพื่อคืนธาตุอาหารสู่ดินในรอบถัดไป
4. การเตรียมตัวสู่รอบถัดไป
เมื่อเก็บเกี่ยวพืชหลักจนหมดต้นแล้ว ให้ทำการ "พักดิน" โดยการพรวนดินตากแดด และเติมปุ๋ยคอก เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการลงพืชผสมชุดใหม่ตามแผนการปลูกหมุนเวียน
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

เศรษฐกิจพอเพียง การปลูกพืชผสม ปลูกผักสวนครัว (20 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/20 ข้อ เศรษฐกิจพอเพียง การปลูกพืชผสม ปลูกผักสวนครัว
1 หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมีองค์ประกอบสำคัญกี่ด้าน
2 ข้อใดคือหลักสำคัญของเศรษฐกิจพอเพียง
3 การปลูกพืชผสมหมายถึงข้อใด
4 ข้อดีของการปลูกพืชผสมคืออะไร
5 พืชผักสวนครัวคืออะไร
6 ตัวอย่างพืชผักสวนครัวคือข้อใด
7 การปลูกพืชผสมช่วยเรื่องใดมากที่สุด
8 หลัก “มีเหตุผล” หมายถึงอะไร
9 การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีหมายถึงข้อใด
10 ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของพืชผักสวนครัว
11 การปลูกพืชผสมควรคำนึงถึงอะไร
12 ดินที่เหมาะกับการปลูกผักควรมีลักษณะอย่างไร
13 การใช้ปุ๋ยคอกมีข้อดีอย่างไร
14 การปลูกพืชตามฤดูกาลมีประโยชน์อย่างไร
15 ข้อใดคือการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
16 การปลูกพืชผสมช่วยอนุรักษ์สิ่งใด
17 ข้อใดเป็นตัวอย่างการพึ่งพาตนเอง
18 การปลูกผักสวนครัวควรเริ่มจากอะไร
19 เศรษฐกิจพอเพียงเน้นอะไร
20 ข้อใดสอดคล้องกับเศรษฐกิจพอเพียงมากที่สุด
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /20 ข้อ