1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

กลุ่มอนุรักษ์ผึ้งโพรงเคียนซา

แหล่งเรียนรู้: กลุ่มอนุรักษ์ผึ้งโพรงเคียนซา

รายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรกลุ่มอนุรักษ์ผึ้งโพรงเคียนซา มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับผึ้งโพรงในท้องถิ่น ความสำคัญต่อระบบนิเวศ และบทบาทในการผสมเกสรของพืช ตลอดจนการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยเน้นการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เช่น การสำรวจแหล่งอาศัยของผึ้งโพรง เทคนิคการเลี้ยงผึ้งโพรงแบบธรรมชาติ การเก็บน้ำผึ้งอย่างถูกวิธี รวมถึงการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผึ้ง ผู้เรียนจะได้พัฒนาทักษะด้านอาชีพ สามารถนำความรู้ไปต่อยอดสร้างรายได้ในชุมชน ควบคู่กับการปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการรวมกลุ่มและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน

จำนวนชั่วโมงเรียน
1.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
60%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

กลุ่มอนุรักษ์ผึ้งโพรงเคียนซา

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

ผึ้งโพรงไทย มีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Apis cerana
ผึ้งโพรงมีนิสัยเฉพาะตัวที่ต่างจากผึ้งพันธุ์อย่างเห็นได้ชัด
ในรังผึ้งโพรงหนึ่งรัง โดยปกติจะมีผึ้งนางพญา 1 ตัว หน้าที่หลักของ 'ผึ้งงาน' คือ หาอาหาร ป้องกันรัง และเลี้ยงตัวอ่อน
นิสัยรักษาสันโดษ: ผึ้งโพรงไทยขี้ตกใจกว่าผึ้งพันธุ์ ถ้าโดนรบกวนบ่อยหรือสภาพแวดล้อมไม่ดี พี่แกจะ "ทิ้งรัง" ยกโขยงหนีไปทั้งบ้านทันที
การหาอาหาร: บินเก่ง หาเกสรเก่งแม้ในพื้นที่ที่มีดอกไม้กระจัดกระจาย
ขนาดตัว: ตัวเล็กกว่าผึ้งพันธุ์เล็กน้อย ชอบอาศัยอยู่ในที่มืดและมิดชิด (เช่น โพรงไม้ หรือใต้ฝ้าเพดาน)
ผึ้งโพรงไทย เป็นผึ้งพื้นเมืองขนาดกลาง (ประมาณ 12 มม.) ที่ชอบสร้างรังในที่มืดและมิดชิด เช่น โพรงไม้ โพรงดิน หรือใต้หลังคาบ้าน รังมักมีลักษณะเป็นรวงผึ้งหลายรวงซ้อนกันในแนวตั้ง โดยธรรมชาติจะสร้างรังในที่อุดมสมบูรณ์ ใกล้แหล่งน้ำ และมักแยกรังบ่อยครั้งในช่วงที่มีอาหารสมบูรณ์
ลักษณะเด่นของรังผึ้งโพรงตามธรรมชาติ:
สถานที่: โพรงไม้เก่า, โพรงดิน, หรือช่องว่างในผนัง/หลังคาบ้าน
ทางเข้า: มีปากทางเข้าออกค่อนข้างเล็กเพื่อความปลอดภัย แต่ภายในกว้าง
โครงสร้าง: สร้างรวงซ้อนกันเป็นขั้นๆ ภายในที่มืด
ลักษณะทางภูมิปัญญา: ชาวบ้านมักใช้ไม้ท่อนหรือ "โก๋นผึ้ง" (เช่น ลำต้นตาล) ทำเป็นรังจำลองเพื่อให้ผึ้งเข้ามาอยู่

จุดเด่นของการเลี้ยงผึ้งโพรงคือเรามักจะ "ล่อ" ผึ้งธรรมชาติมาเลี้ยง มากกว่าการซื้อนางพญาลักษณะกล่อง: มักใช้ไม้กระดานหนาประมาณ 0.5-1 นิ้ว (ไม้เก่านิยมที่สุดเพราะไม่มีกลิ่นฉุน) ขนาดมาตรฐานประมาณ $30 \times 50 \times 30$ ซม.การเคลือบฟีโรโมน: ใช้ "ไขผึ้ง" (Beeswax) ทาภายในกล่องหรือรมควันไขผึ้ง เพื่อให้มีกลิ่นที่ดึงดูดผึ้งสำรวจเทคนิควางกล่องล่อ: วางในที่ร่ม รำไร ไม่เปียกชื้น และต้องวางให้พ้นทางเดินมด

1.การย้ายผึ้งและการดูแลรัง
เมื่อผึ้งเข้าอยู่แล้ว หรือไปเจอรังธรรมชาติแล้วอยากย้ายมาใส่กล่อง

การย้ายรังจากธรรมชาติ: ต้องพยายามจับนางพญาให้ได้ แล้วขังไว้ในกรงขังนางพญาชั่วคราวในกล่องใหม่ เพื่อให้ผึ้งงานตามเข้ามา

การจัดรวง: ใช้เชือกฟางมัดรวงผึ้งธรรมชาติเข้ากับคอน (Frame) ของกล่องเลี้ยง

การรบกวนให้น้อยที่สุด: ผึ้งโพรงไม่ชอบการเปิดดูบ่อยๆ ควรตรวจเช็กสัปดาห์ละ 1 ครั้งก็เพียงพอ
2.การเก็บน้ำผึ้ง "เดือนห้า"
น้ำผึ้งผึ้งโพรงถือเป็นของดี เพราะมักเป็นน้ำผึ้งป่าแท้ๆ

ฤดูกาลเก็บเกี่ยว: ช่วงที่ดีที่สุดคือเดือนมีนาคม - พฤษภาคม (เดือนห้า) เพราะน้ำหวานมีความเข้มข้นสูงและความชื้นต่ำ

การเก็บแบบอนุรักษ์: เลือกตัดเฉพาะส่วนที่เป็น "หัวน้ำหวาน" (ส่วนบนของรวง) และเหลือส่วนที่เป็น "รวงตัวอ่อน" ไว้ เพื่อให้ประชากรผึ้งยังคงอยู่และผลิตน้ำหวานให้เราต่อในรอบหน้า

การคั้น: กรองด้วยผ้าขาวบาง 2-3 ชั้น เพื่อให้ได้น้ำผึ้งที่ใสและไม่มีเศษไขผึ้งปน

แม้จะทนทานต่อโรค แต่ผึ้งโพรงมีศัตรูที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ผึ้งต่อ (Vespa): ชอบมาบินโฉบจับผึ้งงานหน้าทางเข้า

หนอนกินไขผึ้ง (Wax Moth): ถ้าผึ้งในรังน้อย หนอนจะเข้ามากินรวงจนผึ้งทิ้งรัง

มด: โดยเฉพาะมดแดงและมดดำ วิธีแก้คือใช้ถ้วยรองขาตั้งรังด้วยน้ำหรือน้ำมันเครื่องเก่า

เป็นการผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับการจัดการเกษตรอินทรีย์ ช่วยเพิ่มผลผลิตพืชผัก/ผลไม้จากการผสมเกสร เสริมรายได้จากการจำหน่ายน้ำผึ้งคุณภาพสูง และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโดยลดการใช้สารเคมีในพื้นที่ทำการเกษตร
แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาผึ้งโพรง:
การอนุรักษ์เชิงพื้นที่: ส่งเสริมการปลูกพืชอาหารผึ้ง อนุรักษ์ป่าไม้และสิ่งแวดล้อมเพื่อเป็นแหล่งอาหารตามธรรมชาติ
การส่งเสริมการเลี้ยงผึ้งโพรง (ผึ้งโก๋น): ใช้กล่องหรือโพรงไม้ธรรมชาติที่เลียนแบบที่อยู่อาศัยของผึ้งมาตั้งล่อในสวน เพื่อดึงดูดผึ้งป่าเข้ามาทำรัง
การพัฒนาการเลี้ยงแบบยั่งยืน:
การจัดการรัง: ตรวจดูการวางไข่ของนางพญา ปริมาณอาหาร (น้ำหวาน/เกสร) และขยายรังเมื่อผึ้งมีปริมาณมาก
การเก็บเกี่ยวที่ถูกต้อง: ใช้แปรงปัดผึ้งออกเบาๆ และใช้วิธีการเก็บน้ำผึ้งที่รบกวนรังน้อยที่สุด เพื่อให้ผึ้งยังคงอยู่และพัฒนาต่อไปได้
การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์: แปรรูปน้ำผึ้งและผลิตภัณฑ์จากผึ้ง เช่น ไขผึ้ง (Beeswax) เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน
การขับเคลื่อนแบบชุมชน: พัฒนาโครงการธนาคารความหลากหลายทางชีวภาพเพื่ออนุรักษ์ผึ้งโพรง
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

กลุ่มอนุรักษ์ผึ้งโพรงเคียนซา (20 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/20 ข้อ กลุ่มอนุรักษ์ผึ้งโพรงเคียนซา
1 ข้อใดคือชื่อวิทยาศาสตร์ของผึ้งโพรงไทย
2 ในรังผึ้งโพรงหนึ่งรัง โดยปกติจะมีผึ้งนางพญากี่ตัว
3 หน้าที่หลักของ 'ผึ้งงาน' คือข้อใด
4 วัสดุใดนิยมนำมาทำ 'โพรงเทียม' เพื่อล่อผึ้งโพรงมากที่สุด
5 ศัตรูตัวฉกาจของผึ้งโพรงที่มักเข้ามากินน้ำหวานและทำลายรังคือข้อใด
6 การ 'ล่อผึ้ง' เข้ากล่องเลี้ยง นิยมใช้สิ่งใดทาภายในกล่อง
7 ช่วงเดือนใดในประเทศไทยที่เหมาะแก่การเก็บเกี่ยวน้ำผึ้งโพรงมากที่สุด
8 พฤติกรรม 'การทิ้งรัง' ของผึ้งโพรง มักเกิดจากสาเหตุใด
9 ลักษณะเด่นของน้ำผึ้งโพรงแท้คือข้อใด
10 การวางกล่องเลี้ยงผึ้งควรวางในลักษณะใด
11 อุปกรณ์ใดใช้สำหรับป้องกันผึ้งต่อยขณะตรวจรัง
12 ทำไมต้องใช้ 'เครื่องพ่นควัน' ในการตรวจรังผึ้ง
13 อาหารเสริมที่นิยมให้ผึ้งในช่วงขาดแคลนดอกไม้คือข้อใด
14 ผึ้งโพรงจะทำความสะอาดรังโดยการนำสิ่งใดออกไปทิ้งนอกรัง
15 การ 'แยกรัง' ตามธรรมชาติของผึ้งโพรงบ่งบอกถึงอะไร
16 ในการเก็บน้ำผึ้ง ควรเหลือรวงผึ้งบางส่วนไว้เพื่ออะไร
17 มดแดงหรือมดตะนอยมีผลกระทบอย่างไรต่อการเลี้ยงผึ้งโพรง
18 ข้อใดเป็นวิธีป้องกันมดขึ้นกล่องเลี้ยงผึ้งที่ดีที่สุด
19 ผึ้งตัวผู้ (Drone) มีหน้าที่อะไรในรัง
20 ประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของการเลี้ยงผึ้งต่อระบบนิเวศคืออะไร
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /20 ข้อ