1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

โรงทอผ้าศรีวิชัยทับเที่ยง

แหล่งเรียนรู้: โรงทอผ้าศรีวิชัยทับเที่ยง

รายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรแหล่งเรียนรู้โรงทอผ้าศรีวิชัยทับเที่ยง หลักสูตรนี้มุ่งเน้นการเรียนรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาการทอผ้าไหมพื้นบ้านภาคใต้ โดยศึกษาตั้งแต่ประวัติความเป็นมา กระบวนการผลิตผ้าไหม การออกแบบลวดลาย และการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผ้าทอในระดับชุมชน
ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริงในแหล่งเรียนรู้ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการทอผ้าไหมยกดอก การใช้สีธรรมชาติจากพืชท้องถิ่น และการสร้างลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น ลายราชวัตรโคม ลายศรีสุราษฎร์ และลายศรีวิชัย
หลักสูตรครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการเลี้ยงไหม การสาวไหม การย้อมสีธรรมชาติ การขึ้นกี่ และการทอผ้า รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าเพิ่มและได้มาตรฐาน เช่น ผ้ายกไหม ผ้าถุง และผ้าผืน
นอกจากนี้ ผู้เรียนยังจะได้เรียนรู้แนวทางการรวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชน การบริหารจัดการ การสร้างรายได้ และการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่ โดยมีหน่วยงานภาครัฐสนับสนุนการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง

จำนวนชั่วโมงเรียน
1.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
60%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

โรงทอผ้าศรีวิชัยทับเที่ยง

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

กลุ่มทอผ้าศรีวิชัยทับเที่ยง เป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนด้านการทอผ้าไหมในพื้นที่อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีการรวมตัวของชาวบ้านเพื่อสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการทอผ้า โดยเฉพาะ “ผ้ายกไหม” ซึ่งเป็นผ้าทอที่มีความประณีตและมีลวดลายเป็นเอกลักษณ์ของภาคใต้ กลุ่มนี้ได้รับการส่งเสริมจากหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมหม่อนไหม ที่เข้ามาพัฒนาองค์ความรู้ การออกแบบลวดลาย และเพิ่มศักยภาพในการผลิต เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน นอกจากนี้ ยังได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ไหมไทย (ตรานกยูงพระราชทาน) และมีการย้อมสีจากวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น เช่น เปลือกไม้เคี่ยม เพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะของผ้าทอในพื้นที่
โรงทอผ้าศรีวิชัยทับเที่ยง เป็นแหล่งเรียนรู้และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนด้านการทอผ้าพื้นบ้านในพื้นที่ตำบลพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากการรวมตัวของชาวบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มแม่บ้านและเกษตรกรในชุมชน ที่มีภูมิปัญญาด้านการทอผ้าสืบทอดกันมา
1. จุดกำเนิดของกลุ่มทอผ้า
เดิมประชาชนในพื้นที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก เช่น ทำสวน ปลูกพืช และเลี้ยงไหม เมื่อมีเวลาว่างจากการทำเกษตร ชาวบ้านจึงนำเส้นไหมหรือเส้นใยต่าง ๆ มาทอเป็นผืนผ้าใช้เองภายในครัวเรือน และต่อมาพัฒนาเป็นการผลิตเพื่อจำหน่าย สร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว
2. การรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชน
ต่อมาได้มีการรวมตัวกันจัดตั้งเป็น “กลุ่มทอผ้าศรีวิชัยทับเที่ยง” เพื่อพัฒนาอาชีพอย่างเป็นระบบ มีการถ่ายทอดความรู้จากรุ่นสู่รุ่น และได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมหม่อนไหม และหน่วยงานพัฒนาชุมชน ในด้านการฝึกอบรม พัฒนาเทคนิคการทอ และการออกแบบลวดลายผ้า
3. การพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์
กลุ่มได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย เช่น ผ้ายกไหม ผ้าผืน ผ้าถุง โดยเน้นการใช้ลวดลายที่สะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่นและวัฒนธรรมภาคใต้ รวมถึงการยกระดับคุณภาพจนได้รับการรับรองมาตรฐานสินค้า และเข้าร่วมเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี
4. บทบาทในปัจจุบัน
ปัจจุบันโรงทอผ้าศรีวิชัยทับเที่ยง ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งผลิตสินค้า แต่ยังทำหน้าที่เป็น แหล่งเรียนรู้ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น ศูนย์ฝึกอาชีพให้กับคนในชุมชน แหล่งศึกษาดูงานด้านการทอผ้า อีกทั้งยังมีบทบาทในการอนุรักษ์และสืบสานศิลปวัฒนธรรมการทอผ้าไทยให้คงอยู่ และสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับชุมชน
โรงทอผ้าศรีวิชัยทับเที่ยง เกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้านที่พัฒนาเป็นกลุ่มอาชีพ และต่อยอดจนเป็นวิสาหกิจชุมชนที่เข้มแข็ง มีทั้งบทบาทด้านเศรษฐกิจ การศึกษา และการอนุรักษ์วัฒนธรรม ถือเป็นตัวอย่างของการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนในจังหวัดสุราษฎร์ธานี

1. ลักษณะสถานที่ตั้ง
ตั้งอยู่ในพื้นที่ชุมชนของตำบลพุนพิน มีลักษณะเป็น แหล่งเรียนรู้ระดับชุมชน โดยทั่วไปตั้งอยู่ใกล้แหล่งที่อยู่อาศัยของสมาชิกกลุ่ม เพื่อสะดวกต่อการรวมตัวและทำกิจกรรมร่วมกัน
2. ลักษณะอาคารและสิ่งปลูกสร้าง
เป็นอาคารกึ่งถาวรหรืออาคารชุมชน ใช้เป็นโรงเรือนสำหรับการทอผ้า ภายในแบ่งพื้นที่ใช้งานชัดเจน เช่น พื้นที่ตั้งกี่ทอผ้า (กี่กระตุก/กี่พื้นบ้าน) พื้นที่เตรียมเส้นไหม/เส้นด้าย พื้นที่ย้อมสีธรรมชาติ พื้นที่จัดแสดงหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์
โครงสร้างอาคารมักโปร่ง อากาศถ่ายเทดี เพื่อเหมาะกับงานหัตถกรรม
3. ลักษณะอุปกรณ์และเครื่องมือ
มีกี่ทอผ้าแบบพื้นบ้าน เป็นอุปกรณ์หลัก อุปกรณ์ประกอบ เช่น หลอดด้าย กระสวย ฟืม อุปกรณ์กรอด้าย ภาชนะสำหรับย้อมสีจากวัสดุธรรมชาติ ใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่น เช่น เส้นไหม และสีจากพืชพื้นบ้าน
4. ลักษณะพื้นที่การเรียนรู้
เป็นพื้นที่เปิดที่ผู้เรียนสามารถ เรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง มีการจัดมุมสาธิต เช่น การขึ้นเส้นยืน การทอผ้า การออกแบบลวดลายผ้า บางส่วนอาจมีการจัดนิทรรศการแสดงลายผ้าท้องถิ่น เช่น ลายศรีสุราษฎร์ ลายราชวัตรโคม
5. ลักษณะสภาพแวดล้อม
บรรยากาศเป็นแบบ วิถีชุมชนชนบท มีความเรียบง่าย สภาพแวดล้อมโดยรอบอาจมีต้นไม้หรือพื้นที่เกษตร ซึ่งเอื้อต่อการใช้วัตถุดิบธรรมชาติ สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิถีชีวิตของชาวบ้าน
โรงทอผ้าศรีวิชัยทับเที่ยง มีลักษณะเป็น ศูนย์การเรียนรู้เชิงปฏิบัติด้านหัตถกรรมผ้าทอ ที่มีอาคารเรียบง่าย อุปกรณ์พื้นบ้าน และพื้นที่เปิดให้เรียนรู้จริง เน้นการใช้ทรัพยากรท้องถิ่นและการถ่ายทอดภูมิปัญญาจากชุมชนสู่ผู้เรียน

1. คุณค่าด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น
เป็นแหล่งถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับ การทอผ้าแบบดั้งเดิม ที่สืบทอดจากบรรพบุรุษ เช่น เทคนิคการทอผ้า การออกแบบลวดลายผ้าพื้นเมือง การใช้สีจากธรรมชาติ ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจและเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาชาวบ้าน และสามารถนำไปอนุรักษ์ต่อยอดได้
2. คุณค่าด้านทักษะอาชีพ
ผู้เรียนสามารถฝึกทักษะที่นำไปใช้ประกอบอาชีพได้จริง เช่น การทอผ้าไหม/ผ้าฝ้าย การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผ้าทอ การบริหารจัดการกลุ่มอาชีพ เป็นการสร้างรายได้และส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน
3. คุณค่าด้านการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ
เป็นแหล่งเรียนรู้ที่เน้นการลงมือทำจริง ผู้เรียนจะได้ทดลองทอผ้าด้วยตนเอง เรียนรู้กระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นจนจบ พัฒนาทักษะความอดทน ความละเอียด และสมาธิ ทำให้เกิดการเรียนรู้ที่ลึกซึ้งและยั่งยืน
4. คุณค่าด้านวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น
ผ้าทอมีลวดลายที่สะท้อนเรื่องราว วิถีชีวิต และความเชื่อของคนในพื้นที่ ช่วยสร้างความภาคภูมิใจในท้องถิ่น ส่งเสริมการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ทำให้คนรุ่นใหม่เห็นความสำคัญของมรดกทางวัฒนธรรม
5. คุณค่าด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิต
เหมาะสำหรับทุกช่วงวัย ทั้งนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป เป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน สนับสนุนการศึกษาตลอดชีวิต เปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ร่วมกัน
6. คุณค่าด้านสังคมและการทำงานร่วมกัน
ส่งเสริมการรวมกลุ่มของคนในชุมชน เช่น การทำงานเป็นทีม การแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างรุ่น การสร้างความสามัคคีในชุมชน
แหล่งเรียนรู้โรงทอผ้าศรีวิชัยทับเที่ยง มีคุณค่าอย่างรอบด้าน ทั้งด้านความรู้ ทักษะอาชีพ วัฒนธรรม และสังคม โดยเน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ทำให้ผู้เรียนสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและพัฒนาต่อยอดได้อย่างยั่งยืน

1.กิจกรรมการเรียนรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการทอผ้า (ช่วยให้ผู้เรียนมีพื้นฐานก่อนลงมือปฏิบัติ)
• ศึกษาความเป็นมาและความสำคัญของผ้าทอในท้องถิ่น
• เรียนรู้ชนิดของเส้นใย เช่น ไหม ฝ้าย
• ทำความเข้าใจอุปกรณ์ เช่น กี่ทอผ้า กระสวย ฟืม
2. กิจกรรมฝึกปฏิบัติการทอผ้า (เป็นกิจกรรมหลักที่เน้นการลงมือปฎิบัติจริง)
• ฝึกขึ้นเส้นยืน (การเตรียมเส้นด้าย)
• ทดลองทอผ้าด้วยกี่พื้นบ้าน
• ฝึกการควบคุมจังหวะและความสม่ำเสมอของลายผ้า
3. กิจกรรมการย้อมสีธรรมชาติ (ส่งเสริมความรู้ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม)
• เรียนรู้การสกัดสีจากพืช เช่น เปลือกไม้ ใบไม้ ดอกไม้
• ทดลองย้อมเส้นด้ายหรือผ้า
• ศึกษาการผสมสีและการคงทนของสี
4. กิจกรรมออกแบบลวดลายผ้า (ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม)
• เรียนรู้ลายผ้าพื้นเมืองของสุราษฎร์ธานี
• ฝึกออกแบบลวดลายใหม่ ๆ
• ประยุกต์ลวดลายให้เหมาะกับผลิตภัณฑ์สมัยใหม่
5. กิจกรรมแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผ้าทอ (เชื่อมโยงสู่การสร้างอาชีพและรายได้)
• นำผ้าทอไปตัดเย็บเป็นสินค้า เช่น กระเป๋า ผ้าพันคอ เสื้อผ้า
• เรียนรู้การเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์
6. กิจกรรมเรียนรู้การตลาดและการจำหน่าย (ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจการทำธุรกิจชุมชน)
• ฝึกการตั้งราคา
• เรียนรู้การขายทั้งหน้าร้านและออนไลน์
• การออกแบบบรรจุภัณฑ์
7. กิจกรรมศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (เสริมสร้างการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม)
• รับฟังประสบการณ์จากช่างทอผ้าในชุมชน
• แลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างผู้เรียนและวิทยากร
8. กิจกรรมจัดนิทรรศการและแสดงผลงาน (สร้างความภาคภูมิใจและเผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่น)
• นำผลงานผ้าทอมาแสดง
• สาธิตกระบวนการทอผ้าให้ผู้สนใจชม
กิจกรรมการเรียนรู้ของโรงทอผ้าศรีวิชัยทับเที่ยง ครอบคลุมตั้งแต่ ความรู้พื้นฐาน การปฏิบัติจริง การต่อยอดสู่อาชีพ ทำให้ผู้เรียนได้รับทั้งความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพ

แนวทางการอนุรักษ์
1. อนุรักษ์ภูมิปัญญาการทอผ้า ถ่ายทอดความรู้การทอผ้าแบบดั้งเดิม เช่น การใช้กี่ทอผ้า การออกแบบลวดลายศรีวิชัย ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุในชุมชนเป็น “ครูภูมิปัญญา”
2. อนุรักษ์ลวดลายและเอกลักษณ์ เก็บรวบรวมลวดลายโบราณ เช่น ลายศรีนารายณ์ ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น จัดทำฐานข้อมูลลายผ้าและเรื่องราวทางวัฒนธรรม
3. ใช้วัสดุและสีธรรมชาติ ส่งเสริมการย้อมสีจากธรรมชาติ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รักษาคุณค่าทางวัฒนธรรมและภูมินิเวศ
4. อนุรักษ์ในรูปแบบแหล่งเรียนรู้ พัฒนาให้เป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชน เปิดให้เยาวชนและนักท่องเที่ยวเข้าศึกษาเรียนรู้
แนวทางการพัฒนา
1. พัฒนาผลิตภัณฑ์ ออกแบบสินค้าให้หลากหลาย เช่น ผ้าพันคอ เสื้อผ้า ของที่ระลึก ปรับดีไซน์ให้ทันสมัย ตอบโจทย์ตลาด
2. การตลาดและช่องทางจำหน่าย จำหน่ายผ่านออนไลน์ (Facebook, Marketplace, เว็บไซต์) ส่งเสริมการสั่งทำสินค้าตามความต้องการลูกค้า
3. พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม จัดกิจกรรม “ทดลองทอผ้า” สำหรับนักท่องเที่ยว เชื่อมโยงกับเส้นทางท่องเที่ยวในจังหวัดสุราษฎร์ธานี
4. การสร้างเครือข่าย ร่วมมือกับหน่วยงานรัฐ เช่น พัฒนาชุมชน สร้างเครือข่ายกลุ่มทอผ้าในพื้นที่ใกล้เคียง
5. การพัฒนาทักษะคนในชุมชน ฝึกอบรมด้านการออกแบบ การตลาด และการบริหารจัดการ ส่งเสริมคนรุ่นใหม่ให้กลับมาสืบสานอาชีพ
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

โรงทอผ้าศรีวิชัยทับเที่ยง (20 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/20 ข้อ โรงทอผ้าศรีวิชัยทับเที่ยง
1 โรงทอผ้าศรีวิชัยทับเที่ยงตั้งอยู่ในจังหวัดใด
2 โรงทอผ้าศรีวิชัยทับเที่ยงตั้งอยู่ในตำบลใด
3 โรงทอผ้าศรีวิชัยทับเที่ยงมีจุดเด่นด้านใด
4 วัตถุประสงค์หลักของโรงทอผ้าศรีวิชัยทับเที่ยงคืออะไร
5 ผ้าทอศรีวิชัยทับเที่ยงมีลักษณะเด่นอย่างไร
6 การทอผ้าศรีวิชัยทับเที่ยงใช้วัสดุหลักคืออะไร
7 กิจกรรมที่ผู้เรียนสามารถทำได้ในแหล่งเรียนรู้นี้คืออะไร
8 แหล่งเรียนรู้นี้เหมาะกับใครมากที่สุด
9 ภูมิปัญญาการทอผ้าถ่ายทอดจากใคร
10 การเรียนรู้ในโรงทอผ้าเป็นลักษณะใด
11 เครื่องมือสำคัญในการทอผ้าคืออะไร
12 การย้อมสีผ้าในชุมชนมักใช้วัสดุจากอะไร
13 การทอผ้าช่วยส่งเสริมด้านใดของชุมชน
14 ลักษณะการจัดกิจกรรมในแหล่งเรียนรู้เป็นแบบใด
15 ผลิตภัณฑ์จากโรงทอผ้าสามารถนำไปใช้ทำอะไรได้บ้าง
16 โรงทอผ้าศรีวิชัยทับเที่ยงช่วยอนุรักษ์สิ่งใด
17 การทอผ้าในชุมชนส่งผลอย่างไรต่อเยาวชน
18 การเข้าศึกษาในแหล่งเรียนรู้ควรมีลักษณะใด
19 บทบาทของชุมชนต่อโรงทอผ้าคืออะไร
20 ประโยชน์ของแหล่งเรียนรู้โรงทอผ้าศรีวิชัยทับเที่ยงคืออะไร
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /20 ข้อ