1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

ธนาคารปูม้าบ้านใต้ อ.เกาะสมุย

แหล่งเรียนรู้: ธนาคารปูม้าบ้านใต้ อ.เกาะสมุย

รายละเอียดหลักสูตร

ธนาคารปูม้า บ้านใต้ เกาะสมุย" โดยมีจุดเริ่มต้นจากความต้องการที่จะแก้ไขปัญหาทรัพยากรทางทะเลที่ลดน้อยลง กลุ่มจึงรวมตัวกันเพื่อสร้างแหล่งความมั่นคงทางอาหาร และพัฒนาชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิต เพื่อสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนบ้านใต้ให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

จำนวนชั่วโมงเรียน
1.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
60%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

ธนาคารปูม้าบ้านใต้ อ.เกาะสมุย

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

โครงการนี้จัดตั้งขึ้นภายใต้ชื่อ "ธนาคารปูม้า บ้านใต้ เกาะสมุย" โดยมีจุดเริ่มต้นจากความต้องการที่จะแก้ไขปัญหาทรัพยากรทางทะเลที่ลดน้อยลง กลุ่มจึงรวมตัวกันเพื่อสร้างแหล่งความมั่นคงทางอาหาร และพัฒนาชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิต เพื่อสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนบ้านใต้ให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

1. การอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากร (Conservation)
หัวใจหลักคือการหยุดวงจรการลดลงของปูม้า โดยการสร้างกระบวนการ "คืนชีวิตสู่ทะเล"
กระบวนการรับฝาก: สนับสนุนให้ชาวประมงในชุมชนนำแม่ปูม้าที่มีไข่นอกกระดองมาฝากไว้ที่ธนาคาร แทนการนำไปขายหรือประกอบอาหาร
การเพาะฟัก: ใช้ระบบโรงเพาะฟักที่มีการจัดการน้ำและออกซิเจนที่เหมาะสม เพื่อให้ไข่ฟักเป็นตัวอ่อน (Zoea) ก่อนจะปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติ ซึ่งช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของปูม้าได้มากกว่าการปล่อยให้ฟักเองในธรรมชาติหลายเท่าตัว

2. ความมั่นคงทางอาหารและเศรษฐกิจชุมชน (Food Security & Wealth)
เมื่อทรัพยากรกลับมาสมบูรณ์ ผลประโยชน์จะตกอยู่กับคนในท้องถิ่นโดยตรง
แหล่งโปรตีนที่ยั่งยืน: ชุมชนจะมีแหล่งอาหารทะเลที่อุดมสมบูรณ์ ไม่ต้องออกเรือไปไกล ลดต้นทุนค่าน้ำมันและเวลา
การสร้างงาน: เกิดการจ้างงานในกลุ่มเป้าหมาย เช่น กลุ่มสตรีหรือผู้สูงอายุ ในการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากปูม้าและการจัดการธนาคาร

3. การยกระดับสู่การท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิต (Eco-Tourism)
เปลี่ยนจากจุดอนุรักษ์ให้กลายเป็น "ศูนย์เรียนรู้ที่มีชีวิต"
เส้นทางท่องเที่ยวสีเขียว: ออกแบบกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วม เช่น การปล่อยลูกปูม้าคืนสู่ทะเล หรือการเรียนรู้วิถีประมงพื้นบ้านที่หาดูได้ยาก
Soft Power ของบ้านใต้: ใช้ "ปูม้า" เป็นจุดขายหลัก (Signature) ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมของเกาะสมุย มากกว่าแค่การมาเที่ยวทะเลเพียงอย่างเดียว

4. พลังความร่วมมือและเครือข่าย (Community Synergy)
โครงการนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของปู แต่เป็นเรื่องของ "คน"
การรวมกลุ่มที่เข้มแข็ง: เป็นตัวอย่างของการจัดการทรัพยากรโดยชุมชน (Community-based Management) ที่ทำให้คนในบ้านใต้เกิดความรักและหวงแหนบ้านเกิด
ส่งต่อความรู้: เป็นศูนย์กลางในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์ให้กับเยาวชนและสถานศึกษาในพื้นที่ เพื่อให้การพัฒนาเดินหน้าต่อไปได้อย่างไม่สิ้นสุด

ลักษณะทางกายภาพ
พื้นที่ดำเนินการ: ตั้งอยู่ที่บ้านใต้ เกาะสมุย ซึ่งมีลักษณะเป็นชุมชนชายฝั่งทะเล
องค์ประกอบโครงการ: มีการจัดทำโรงเรือนหรือสถานที่สำหรับเป็น "ธนาคารปูม้า" เพื่อใช้ในการอนุรักษ์และขยายพันธุ์สัตว์น้ำ
ทรัพยากรหลัก: เน้นการจัดการ "ปูม้า" และทรัพยากรทางทะเลในท้องถิ่นเป็นหัวใจสำคัญ
1. พื้นที่ดำเนินการ: ชัยภูมิทางยุทธศาสตร์ของ "บ้านใต้ เกาะสมุย"
บ้านใต้ไม่ใช่แค่ชุมชนชายฝั่งทั่วไป แต่มีลักษณะเฉพาะที่ส่งเสริมการทำธนาคารปูม้า:
ระบบนิเวศหน้าบ้าน: พื้นที่ชายฝั่งบ้านใต้มีแนวหญ้าทะเลหรือแนวปะการังน้ำตื้น ซึ่งเปรียบเสมือน "สถานรับเลี้ยงเด็ก" ตามธรรมชาติ เหมาะสำหรับเป็นจุดปล่อยลูกปูที่ฟักจากธนาคารเพื่อให้พวกมันมีที่หลบภัยและเติบโต
วิถีประมงพื้นบ้าน: การเลือกพื้นที่นี้เป็นการรักษา "จิตวิญญาณ" ของสมุยดั้งเดิม ท่ามกลางการขยายตัวของเมืองท่องเที่ยว การมีโครงการที่นี่จึงเป็นการสร้างเขตพื้นที่อนุรักษ์ท่ามกลางโซนเศรษฐกิจ

2. องค์ประกอบโครงการ: นวัตกรรมเพื่อการขยายพันธุ์
โรงเรือน "ธนาคารปูม้า" ไม่ใช่เพียงแค่ที่พักปู แต่คือ ระบบนิเวศจำลอง ที่ประกอบด้วย:
ระบบถังรับฝากแม่ปู: มีการแยกแม่ปูตามระยะความพร้อมของไข่ (ไข่สีส้ม, สีน้ำตาล, สีดำ) เพื่อการจัดการที่แม่นยำ
ระบบน้ำและการให้อากาศ: มีการใช้น้ำทะเลสะอาดและระบบเติมออกซิเจนตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อลดความเครียดของแม่ปูและเพิ่มอัตราการเขี่ยไข่ให้สูงที่สุด
ศูนย์เรียนรู้และนิทรรศการ: พื้นที่ส่วนหนึ่งของโรงเรือนควรจัดเป็นบอร์ดนิทรรศการหรือสื่อมัลติมีเดีย เพื่ออธิบายวงจรชีวิตปูม้าให้แก่เยาวชนและนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชม

3. ทรัพยากรหลัก: การจัดการปูม้าอย่างเป็นระบบ
การจัดการปูม้าที่นี่ไม่ได้จบแค่การปล่อยตัวอ่อน แต่รวมถึงการ บริหารจัดการห่วงโซ่ทรัพยากร:
กฎกติกาชุมชน: การสร้างข้อตกลงร่วมกัน เช่น การไม่จับปูขนาดเล็กเกินไป หรือการงดใช้เครื่องมือประมงที่ทำลายล้างในเขตพื้นที่แนวอนุรักษ์ของโครงการ
Data Matching (การเก็บข้อมูล): มีการจดบันทึกจำนวนแม่ปูที่รับฝากและจำนวนลูกปูที่ปล่อยคืนสู่ทะเล เพื่อใช้เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการในเชิงสถิติ
การเชื่อมโยงทรัพยากร: เมื่อปูม้าเพิ่มขึ้น สัตว์น้ำชนิดอื่นที่อยู่ในวงจรเดียวกัน (เช่น กุ้ง หรือปลาขนาดเล็ก) ก็จะเพิ่มตามมา เป็นการฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ของบ้านใต้ในภาพรวม

1. ด้านการอนุรักษ์: จากห้องเรียนธรรมชาติสู่การฟื้นฟูที่วัดผลได้
การเป็นแหล่งเรียนรู้ "อย่างเป็นรูปธรรม" หมายถึงการที่ผู้มาเยือนไม่ได้เพียงแค่ฟังคำบอกเล่า แต่ได้เห็นกระบวนการจริง

ธนาคารชีวิต: โรงเรือนธนาคารปูม้าจะทำหน้าที่เป็น "พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต" (Living Museum) แสดงให้เห็นวงจรชีวิตของปูม้าตั้งแต่ระยะไข่จนถึงตัวอ่อน
ดัชนีชี้วัดความสมบูรณ์: การเพิ่มขึ้นของจำนวนปูม้าในพื้นที่ชายฝั่งบ้านใต้ จะเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จที่ชัดเจนที่สุด ซึ่งส่งผลบวกต่อระบบนิเวศโดยรวม ทำให้สัตว์น้ำชนิดอื่นกลับมาอุดมสมบูรณ์ตามไปด้วย

การจัดการขยะทะเล: บูรณาการการอนุรักษ์เข้ากับการจัดการสิ่งแวดล้อม เช่น การรณรงค์เรื่องขยะพลาสติกที่ส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำ เพื่อให้การอนุรักษ์ครบวงจร

2. ด้านสังคม: การสร้าง "ดีเอ็นเอ" แห่งการอนุรักษ์
โครงการนี้ใช้ปูม้าเป็นเครื่องมือในการเชื่อมความสัมพันธ์ของคนหลายวัยเข้าด้วยกัน

สะพานเชื่อมวัย: เปิดพื้นที่ให้ผู้เฒ่าผู้แก่ที่มีภูมิปัญญาประมงพื้นบ้านมาถ่ายทอดความรู้ให้กับเด็กและเยาวชน (Intergenerational Learning) ทำให้ภูมิปัญญาไม่สูญหาย

จิตสำนึกสาธารณะ: เมื่อชาวบ้านนำแม่ปูมาฝากโดยไม่คิดมูลค่า มันคือการฝึกการ "ให้" และการมองประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน เกิดเป็นความสามัคคีที่เหนียวแน่น

หลักสูตรท้องถิ่น: สามารถพัฒนาเป็นแหล่งทัศนศึกษาของโรงเรียนบนเกาะสมุย เพื่อปลูกฝังให้เด็กๆ ภาคภูมิใจในอาชีพประมงและทรัพยากรในบ้านเกิดของตนเอง

3. ด้านเศรษฐกิจ: การหมุนเวียนรายได้ในระดับฐานราก
โครงการนี้ไม่ใช่แค่การทำประมง แต่คือการสร้างโมเดลธุรกิจชุมชนที่ยั่งยืน
Value Added (การเพิ่มมูลค่า): เมื่อมีปูม้ามากขึ้น ชุมชนสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูป เช่น ปูนึ่งพร้อมทาน น้ำพริกไข่ปู หรือสินค้าที่ระลึกที่สะท้อนอัตลักษณ์ "บ้านใต้"
Community Tourism (การท่องเที่ยวโดยชุมชน): พัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Eco-trail) ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพ (High Value) ซึ่งยินดีจ่ายเพื่อประสบการณ์การเรียนรู้และการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์

เศรษฐกิจพอเพียง: การลดรายจ่ายจากการซื้อหาอาหาร และการมีรายได้เสริมจากการจัดการท่องเที่ยวหรือขายผลผลิตชุมชน ช่วยให้ครัวเรือนมีความมั่นคงทางการเงินและสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว แม้ในช่วงที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวหลักอาจซบเซา

1. กิจกรรม “นักสืบตัวอ่อน: เจาะลึกวงจรชีวิตปูม้า”
วัตถุประสงค์

ให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจวงจรชีวิตปูม้าอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่ไข่จนถึงตัวเต็มวัย

อุปกรณ์
ถังเพาะฟักลูกปูม้า (มีระบบอากาศ)
ตัวอย่างไข่ปู (หลายระยะสี)
ตัวอ่อนปู (Zoea, Megalopa)
กล้องจุลทรรศน์ หรือแว่นขยาย
แผนภาพวงจรชีวิตปู
กระดาษบันทึก/ใบงาน
ขั้นตอนดำเนินกิจกรรม
ขั้นที่ 1: ปูพื้นความรู้ (10–15 นาที)
พี่เลี้ยงชุมชนอธิบาย “วงจรชีวิตปูม้า”
ใช้ภาพประกอบแสดงลำดับ:
ไข่ → Zoea → Megalopa → Juvenile → ตัวเต็มวัย
ขั้นที่ 2: ส่องไข่ปู (15 นาที)
แจกตัวอย่างไข่ปูในแต่ละระยะสี
ให้ผู้เข้าร่วมสังเกต:
สีส้ม = ไข่ระยะแรก
สีเข้ม/ดำ = ใกล้ฟัก
บันทึกความแตกต่างลงใบงาน
ขั้นที่ 3: ดูตัวอ่อนจริง (20 นาที)
ใช้กล้องจุลทรรศน์ส่อง Zoea และ Megalopa
ให้ผู้เรียนสังเกต:
รูปร่าง
การเคลื่อนไหว
ให้วาดภาพสิ่งที่เห็น
ขั้นที่ 4: สรุปความเข้าใจ (10 นาที)
ถาม-ตอบ:
ระยะไหนอ่อนแอที่สุด?
ทำไมต้องอนุรักษ์ลูกปู?
2. กิจกรรม “ปล่อยคืนสู่คราม”
วัตถุประสงค์

สร้างจิตสำนึกการอนุรักษ์ และเข้าใจการเพิ่มประชากรสัตว์น้ำ

อุปกรณ์
ลูกปูม้าที่ฟักแล้ว
ถังน้ำทะเลสำหรับขนย้าย
กระเช้าหรือภาชนะปล่อย
เสื้อชูชีพ (ถ้าลงเรือ)
นกหวีด/อุปกรณ์ความปลอดภัย
ขั้นตอนดำเนินกิจกรรม
ขั้นที่ 1: เตรียมความพร้อมลูกปู
ตรวจว่าลูกปูแข็งแรง ว่ายน้ำได้
เปลี่ยนน้ำทะเลระหว่างขนส่งเพื่อลดความเครียด
ขั้นที่ 2: เลือกจุดปล่อย
เลือกพื้นที่:
แนวหญ้าทะเล
น้ำไม่ลึกมาก
กระแสน้ำไม่แรง
เลือกเวลา:
น้ำขึ้น
เช้าตรู่หรือเย็น
ขั้นที่ 3: อธิบายก่อนปล่อย
พี่เลี้ยงอธิบาย:
ทำไมต้องปล่อยตรงนี้
ศัตรูธรรมชาติของลูกปู
ขั้นที่ 4: ปล่อยลูกปู
ผู้เข้าร่วมค่อย ๆ เทลูกปูลงน้ำ
หลีกเลี่ยงการเทแรง
ให้สังเกตพฤติกรรมการว่ายน้ำ
ขั้นที่ 5: สะท้อนความรู้สึก
ให้ผู้ร่วมกิจกรรมแชร์ความรู้สึก
ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก
3. กิจกรรม “เช็คอินประมงพื้นบ้าน”
วัตถุประสงค์

เรียนรู้ภูมิปัญญาชาวประมงและการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน

อุปกรณ์
ไซนั่ง (ลอบปู)
อวนปู (ตัวอย่าง)
ปูจริง (สำหรับสาธิต)
กล่องคัดแยกขนาดปู
คู่มือ “ปูไข่นอกกระดอง”
ขั้นตอนดำเนินกิจกรรม
ขั้นที่ 1: แนะนำอุปกรณ์ประมง
อธิบายการทำงานของ:
ไซนั่ง
อวนปู
ให้จับของจริง
ขั้นที่ 2: สาธิตการใช้งาน
ชาวประมงสาธิตการวางไซ
อธิบายตำแหน่งวางที่เหมาะสม (พื้นทราย/โคลน)
ขั้นที่ 3: ฝึกคัดแยกปู
แยกเป็น 3 กลุ่ม:
ปูขนาดเล็ก (ปล่อย)
ปูขนาดมาตรฐาน (นำไปใช้)
แม่ปูไข่นอกกระดอง (ส่งธนาคารปู)
ขั้นที่ 4: สาธิตการปลดปูจากอวน
วิธีจับอย่างไม่ทำให้ขาหัก:
จับที่กระดองด้านหลัง
ห้ามจับก้ามแรง
ขั้นที่ 5: เสวนาชาวเล
ฟังเรื่องเล่า:
อดีต vs ปัจจุบันของปูม้า
ปัญหาปริมาณลดลง
4. กิจกรรม “เชฟน้อยบ้านใต้”
วัตถุประสงค์

เรียนรู้การเพิ่มมูลค่าอาหารทะเลและการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า

อุปกรณ์
ปูม้าตามมาตรฐาน
หม้อ/เตานึ่ง
เครื่องปรุงพื้นบ้าน
สมุนไพรท้องถิ่น (ตะไคร้ ใบมะกรูด พริก มะนาว)
เขียง/มีด
ขั้นตอนดำเนินกิจกรรม
ขั้นที่ 1: เลือกวัตถุดิบ
สอนดูปูสด:
กดกระดองไม่ยุบ
ขยับก้ามได้
ขั้นที่ 2: เตรียมปู
ล้างปูด้วยน้ำทะเล
แยกขนาดให้เหมาะสม
ขั้นที่ 3: ปรุงอาหาร
เมนู 1: ปูนึ่งสมุนไพร
ใส่ตะไคร้ ใบมะกรูด
นึ่ง 10–15 นาที
เมนู 2: น้ำพริกไข่ปู
โขลกพริก กระเทียม
ใส่ไข่ปูเค็ม
ขั้นที่ 4: จัดจาน
ใช้ใบตอง/วัสดุธรรมชาติ
ตกแต่งด้วยสมุนไพร
ขั้นที่ 5: ชิมและเรียนรู้
อภิปราย:
ใช้วัตถุดิบคุ้มค่าหรือไม่
ลดของเสียอย่างไร
5. กิจกรรม “Art from the Sea”
วัตถุประสงค์

สร้างความตระหนักเรื่องขยะทะเลผ่านงานศิลปะ

อุปกรณ์
ถุงเก็บขยะ
ถุงมือ
กาวร้อน/กาวลาเท็กซ์
สีอะคริลิก
กรอบไม้/กระดาษแข็ง
เศษเปลือกหอย/ขยะทะเลสะอาด
ขั้นตอนดำเนินกิจกรรม
ขั้นที่ 1: เดินเก็บขยะชายหาด
แบ่งกลุ่ม 3–5 คน
เก็บขยะ:
พลาสติก
อวนเก่า
เศษโฟม
ขั้นที่ 2: คัดแยกวัสดุ
แยกเป็น:
รีไซเคิลได้
ใช้ทำงานศิลปะ
ทิ้ง
ขั้นที่ 3: ออกแบบงานศิลปะ
เลือกธีม เช่น:
“บ้านของปูม้า”
“ทะเลที่อยากเห็น”
ขั้นที่ 4: ประดิษฐ์งานศิลป์
ติดกาวบนกรอบ
จัดวางเศษวัสดุเป็นภาพ
ระบายสีเพิ่มเติม
ขั้นที่ 5: จัดนิทรรศการเล็ก ๆ
ตั้งโชว์ผลงาน
ให้ผู้เข้าร่วมอธิบายแนวคิดของตัวเอง

การอนุรักษ์และพัฒนา
1. การเพิ่มทรัพยากร: การสร้าง "คลังอาหาร" แห่งอนาคต
เป้าหมายไม่ใช่แค่การมีปูเพิ่มขึ้น แต่คือการสร้างความสมดุลให้กับระบบนิเวศห่วงโซ่อาหาร
การฟื้นฟูแบบองค์รวม: เมื่อประชากรปูม้าเพิ่มขึ้น จะส่งผลให้ระบบนิเวศชายฝั่งกลับมาสมดุล ปูม้าทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ล่าและเหยื่อในระบบนิเวศ ซึ่งจะช่วยดึงดูดสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ ให้กลับเข้ามาอาศัยในบริเวณชายหาดบ้านใต้มากขึ้น
ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security): การมีทรัพยากรที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น ช่วยลดการพึ่งพาสินค้านำเข้าจากนอกเกาะ ทำให้คนในชุมชนมีอาหารที่สด สะอาด และปลอดภัยไว้บริโภคอย่างเพียงพอแม้ในยามวิกฤตเศรษฐกิจ

2. การพัฒนาที่ยั่งยืน: จาก "บ้านใต้" สู่ "โมเดลต้นแบบ"
การอนุรักษ์จะยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อมีการส่งต่อความรู้และขยายผลอย่างไม่หยุดนิ่ง
ศูนย์รวมองค์ความรู้ (Knowledge Hub): พัฒนาธนาคารปูม้าบ้านใต้ให้เป็น "โรงเรียนธรรมชาติ" ที่ชุมชนอื่นบนเกาะสมุยหรือจังหวัดใกล้เคียงสามารถเข้ามาศึกษาดูงาน เพื่อนำรูปแบบการจัดการไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเอง (Scale-up)

เครือข่ายความร่วมมือ: สร้างพันธมิตรระหว่าง "บ้าน-วัด-โรงเรียน-ภาครัฐ" (บวร.) เพื่อให้เกิดการสนับสนุนด้านงบประมาณ งานวิจัย และกำลังคนอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงโครงการระยะสั้นแต่เป็นวิถีปฏิบัติที่เป็นเนื้อเดียวกับชุมชน

3. การสร้างมูลค่า: การเปลี่ยน "ต้นทุนธรรมชาติ" เป็น "สินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ"
สร้างจุดขายที่แตกต่างด้วยการใช้ "เรื่องราว" (Storytelling) และ "อัตลักษณ์" ของพื้นที่
Branding บ้านใต้: พัฒนาตราสินค้าหรือสัญลักษณ์ของชุมชนที่สะท้อนถึงการเป็น "ชุมชนประมงรักษ์โลก" ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการ เช่น อาหารทะเลจากบ้านใต้มีราคาสูงกว่าเพราะมาจากประมงที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
การท่องเที่ยวเชิงรับผิดชอบ (Responsible Tourism): ดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Eco-conscious travelers) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง โดยเน้นมอบประสบการณ์ที่ "เงินหาซื้อไม่ได้" เช่น การได้เป็นส่วนหนึ่งของการกู้คืนระบบนิเวศทะเล ซึ่งจะสร้างความประทับใจและเกิดการบอกต่อในระดับสากล
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

ธนาคารปูม้าบ้านใต้ อ.เกาะสมุย (20 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/20 ข้อ ธนาคารปูม้าบ้านใต้ อ.เกาะสมุย
1 วัตถุประสงค์หลักของการจัดตั้ง 'ธนาคารปูม้า บ้านใต้' คืออะไร
2 โครงการนี้ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจในชุมชนอย่างไร
3 กลุ่มเป้าหมายสำคัญที่โครงการต้องการปลูกฝังจิตสำนึกรักการอนุรักษ์คือใคร
4 ข้อใดเป็นผลลัพธ์ที่คาดหวังในด้านทรัพยากรทางทะเล
5 การเรียนรู้นอกห้องเรียนของโครงการนี้เน้นเรื่องใดเป็นสำคัญ
6 ทำไมโครงการถึงต้องการพัฒนา “อัตลักษณ์ของชุมชน”
7 คำว่า “ความมั่นคงของแหล่งอาหาร” ในที่นี้หมายถึงอะไร
8 กิจกรรมใดที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัวตามข้อมูล
9 ข้อใดคือการ “ต่อยอดการศึกษาเรียนรู้” ของเยาวชนในโครงการนี้
10 การที่คนในชุมชน “จุนเจือครอบครัว” ได้ดีขึ้น สะท้อนถึงสิ่งใด
11 ใครคือผู้ที่สามารถเข้ามาศึกษาเรียนรู้ที่ธนาคารปูม้าแห่งนี้ได้
12 ข้อใดคือหัวใจสำคัญของการทำให้ทรัพยากรธรรมชาติ “ยั่งยืน”
13 การเพิ่มปริมาณปูม้าส่งผลดีต่อ “นักท่องเที่ยว” อย่างไร
14 จิตสำนึก “รักสามัคคี” ภายในชุมชนมีประโยชน์อย่างไรต่อโครงการ
15 โครงการนี้ตั้งอยู่ที่ใดบนเกาะสมุย
16 การนำความรู้ไป “พัฒนาในชุมชนของตนเอง” ของผู้ที่มาศึกษาดูงาน สะท้อนถึงอะไร
17 วัตถุประสงค์ใดที่เกี่ยวข้องกับ “;ค่าครองชีพ”
18 ค่านิยมที่โครงการต้องการปลูกฝังคืออะไร
19 เหตุใดการมีปูม้าจำนวนมากจึงนำไปสู่ “การท่องเที่ยววิถีชุมชน”
20 จากเป้าหมายของกลุ่ม ข้อใดสรุปภาพรวมได้ดีที่สุด
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /20 ข้อ