1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

ขนำป้าพรรณี

แหล่งเรียนรู้: ขนำป้าพรรณี

รายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรการเรียนรู้ "ขนำป้าพรรณี" พื้นที่ต้นแบบที่เปลี่ยนผืนดินให้กลายเป็นคลังอาหารยั่งยืน ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสหัวใจของ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ผ่านการบริหารจัดการพื้นที่แบบ โคก หนอง นา โมเดล และการทำเกษตรผสมผสานที่เกื้อกูลกันตามธรรมชาติ เพื่อสร้างความมั่นคงในระดับครัวเรือน

จำนวนชั่วโมงเรียน
1.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
60%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

ขนำป้าพรรณี

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

ผู้หญิงเก่งคนหนึ่งแห่งลุ่มน้ำพุมดวง ท่านคือ "คุณพรรณี สังข์เพชร" อดีตข้าราชการพยาบาล เกษตรกรดีเด่นสองปี มีใบประกาศเกียรติคุณ คุณงามความดีมากมาย มีถิ่นพำนักอยู่ที่หมู่ที่ 3 ต.บางมะเดื่อ อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี
ป้าพรรณี เป็นผู้หญิงแถวหน้า ที่บุกเบิกทำในเรื่องของการรณรงค์ปลูกต้นไม้ เศรษฐกิจพอเพียง เลี้ยงสัตว์ เพาะพันธุ์ไม้ เป็นต้น เป็นคนที่ใช้ชีวิตสมถะ ไม่ยุ่งกับใคร แต่ถ้าได้คุยเรื่อง ต้นไม้ ท่านจะคุยได้เป็นวัน
สวนป้าพรรณี เกิดจากความตั้งใจที่ต้องการสร้างป่าชุมชนให้มีความมั่นคง ปลูกป่าร่วมกับการทำสวนยางพารา ซึ่งสร้างความสมดุลให้กับระบบนิเวศท้องถิ่นและเป็นแหล่งเรียนรู้

จากผืนดินเริ่มต้นสู่การเป็น "สวนป่าดีเด่นภาคใต้" (พ.ศ. 2552-2558) บทนี้จะพาไปสำรวจรากฐานทางความคิดที่เปลี่ยนจากเกษตรกระแสหลักสู่เกษตรพอเพียง
- ถอดรหัสความสำเร็จ 2 ทศวรรษ : ศึกษาไทม์ไลน์การพัฒนาพื้นที่ตลอด 23 ปี การก้าวผ่านวิกฤตเศรษฐกิจด้วยการพึ่งพาตนเอง จนได้รับการยอมรับในระดับประเทศ
- ปรัชญา "พอเพียง มั่งคั่ง ยั่งยืน" : ความมั่งคั่งในแบบป้าพรรณีไม่ใช่แค่ตัวเงิน แต่คือการมีอาหารที่ปลอดภัย มีอากาศบริสุทธิ์ และมีมรดกเป็นต้นไม้ใหญ่ที่เติบโตขึ้นทุกวัน
- บทบาทปราชญ์ชาวบ้าน: การอุทิศตนเป็นศูนย์เรียนรู้เพื่อแบ่งปันองค์ความรู้ให้แก่ชุมชนลุ่มน้ำพุมดวงและเกษตรกรทั่วภาคใต้

ด้วยขนาดพื้นที่ที่กว้างขวางสุดลูกหูลูกตา การจัดการ "กายภาพ" จึงเป็นเรื่องสำคัญ บทนี้จะสอนเรื่องการวางผังพื้นที่ขนาดใหญ่ให้สมดุล
- การวิเคราะห์ภูมิสังคม (Geosocial): การออกแบบพื้นที่ให้สอดคล้องกับสภาพลุ่มน้ำพุมดวง ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำและมีความชุ่มชื้นสูง การใช้ธรรมชาติช่วยจัดการธรรมชาติ
- การจัดโซนนิ่ง (Zoning): การแบ่งพื้นที่กว้างใหญ่ให้เป็นระบบ เช่น ส่วนที่พักอาศัย ส่วนหนองน้ำเพื่อกักเก็บและกระจายความชื้น และส่วนป่าเศรษฐกิจที่กว้างขวาง
- การออกแบบพื้นที่เพื่อการรองรับมวลชน: ศึกษาการบริหารจัดการอาคารสถานที่ที่แข็งแรงและได้มาตรฐาน สามารถรองรับผู้เข้าอบรมได้มากถึง 100 คน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน
- ระบบนิเวศลุ่มน้ำพุมดวง: วิเคราะห์ลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ลุ่มน้ำหมู่ 3 ตำบลบางมะเดื่อ การจัดการดิน น้ำ และลม ให้สอดคล้องกับขนาดพื้นที่อันกว้างขวาง

พื้นที่เรียนรู้ 2 รูปแบบ (Indoor & Outdoor Learning):
ภายในอาคาร: การจัดการเรียนรู้ในห้องบรรยายที่มีสื่อและอุปกรณ์สาธิตครบมือ เพื่อปูพื้นฐานทฤษฎีให้เข้มแข็ง
ภายนอกอาคาร: การเปลี่ยนสวนป่าให้เป็นห้องเรียนธรรมชาติ (Living Museum) ที่ผู้เรียนจะได้สัมผัสของจริงในทุกย่างก้าว

- การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning: เน้นการถ่ายทอดผ่านการบรรยายที่เข้าใจง่ายโดยปราชญ์ชาวบ้านตัวจริง ควบคู่ไปกับการใช้อุปกรณ์สาธิตที่ทันสมัย

- สถานีฝึกปฏิบัติจริง (Action Station): ผู้เรียนจะได้ลงมือปฏิบัติในพื้นที่เรียนรู้จริง เช่น เทคนิคการปลูกป่า การดูแลสวนผสม หรือการแปรรูปผลผลิตเบื้องต้น

- การสร้างเครือข่ายความพอเพียง: บทสรุปของการเรียนรู้เพื่อนำไปต่อยอดในพื้นที่ของตนเอง การทำบัญชีครัวเรือน และการรวมกลุ่มกันเพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็งตามแนวทาง "พอเพียง มั่งคั่ง ยั่งยืน"

และนอกจากนี้ยังมี นวัตกรรม "ยางพาราสร้างป่า" การจัดการป่าเศรษฐกิจและธนาคารต้นไม้
- การปลูกไม้ป่าร่วมกับยางพารา: เจาะลึกเทคนิคที่เป็นลายเซ็นของสวนป้าพรรณี คือการปลูกไม้ป่าเศรษฐกิจแซมในร่องยางพารา เพื่อเปลี่ยนสวนยางเชิงเดี่ยวให้กลายเป็น "ป่าชุมชน" ที่มีมูลค่ามหาศาล

- ธนาคารต้นไม้ ลุ่มน้ำพุมดวง: เรียนรู้วิธีการออมทรัพย์ด้วยต้นไม้ การคัดเลือกพันธุ์ไม้ป่าที่เหมาะสมกับสภาพดินในสุราษฎร์ธานี และการประเมินมูลค่าไม้เศรษฐกิจเพื่อความมั่งคั่งในระยะยาว

- ความหลากหลายทางชีวภาพ: การจัดการเกษตรผสมผสาน 5 ระดับ ที่เน้นการเกื้อกูลกันของพืชพรรณและสัตว์ในฟาร์ม ลดการใช้สารเคมี และเพิ่มความสมบูรณ์ให้ผืนดิน

การรักษา "มรดกทางธรรมชาติ" ที่สร้างมาตลอด 23 ปี และการต่อยอดองค์ความรู้ให้ทันสมัย เพื่อเป็นต้นแบบให้กับคนรุ่นหลังและสังคมวงกว้าง
1. การอนุรักษ์พันธุกรรมพืชและไม้ป่าหายาก
- การทำฐานข้อมูลต้นไม้ในฐานะ "ธนาคารพันธุกรรม" เพื่อรักษาพันธุ์ไม้ป่าท้องถิ่นลุ่มน้ำพุมดวงไม่ให้สูญหาย
- กระบวนการเก็บรวบรวมเมล็ดพันธุ์และการเพาะกล้าไม้ป่าเพื่อการขยายพันธุ์อย่างต่อเนื่องภายในสวนป่ากว้างขวางของป้าพรรณี
2. การพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมท้องถิ่น:
- การนำเทคโนโลยีและเครื่องมือสมัยใหม่มาช่วยในการเรียนรู้ เช่น การใช้ QR Code ติดตามการเติบโตของต้นไม้ หรือการใช้สื่อมัลติมีเดียประกอบการบรรยายภายในอาคารที่ทันสมัย
- การปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับยุคสมัย เพื่อดึงดูดใจคนรุ่นใหม่และนักศึกษาให้หันมาสนใจการทำเกษตรแบบพึ่งพาตนเอง
3. การสร้างเครือข่ายและการเป็น "พี่เลี้ยง" ชุมชน
- บทบาทของสวนป้าพรรณีในการเป็นศูนย์กลางเครือข่ายป่าชุมชนตำบลบางมะเดื่อ การเชื่อมโยงคนปลูกป่าเข้าด้วยกันเพื่อสร้างอำนาจต่อรองและการจัดการทรัพยากรร่วมกัน
- การพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรนิเวศ (Agro-tourism) ที่ยังคงรักษาความสงบและบรรยากาศลมพัดสบายเอาไว้ แต่สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนให้คนในพื้นที่
4. การส่งต่ออุดมการณ์จากรุ่นสู่รุ่น
- ถอดบทเรียนเรื่องการสร้าง "ทายาทเกษตร" และการปลูกฝังจิตสำนึกรักบ้านเกิดผ่านการลงมือปฏิบัติจริง
- แนวทางการรักษามาตรฐาน "สวนป่าดีเด่น" ให้คงอยู่ตลอดไป เพื่อให้ขนำป้าพรรณีเป็นประภาคารแห่งความพอเพียงของภาคใต้สืบไป
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

ขนำป้าพรรณี (20 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/20 ข้อ ขนำป้าพรรณี
1 ขนำป้าพรรณีตั้งอยู่ที่ตำบลและอำเภอใด
2 ขนำป้าพรรณีได้รับรางวัลสวนป่าดีเด่นภาคใต้ในช่วงปีใด
3 นวัตกรรมที่โดดเด่นที่สุดคืออะไร
4 สวนก่อตั้งมาแล้วกี่ปี
5 ธนาคารต้นไม้คืออะไร
6 อาคารที่ขนำป้าพรรณีรองรับคนได้กี่คน
7 ข้อใดคือลักษณะเด่นของ "อาคารเรียนรู้" ที่ขนำป้าพรรณี
8 เทคนิคสำคัญที่ทำให้ไม้ป่ากับยางพาราโตด้วยกันได้คืออะไร
9 คำว่า "ขนำ" ในชื่อ "ขนำป้าพรรณี" สื่อถึงเอกลักษณ์ด้านใดของสถานที่
10 ตั้งอยู่ใกล้ลุ่มน้ำใด
11 'มั่งคั่ง' ตามวิถีขนำป้าพรรณีคืออะไร
12 บทเรียนที่ 4 เน้นเรื่องใด
13 ข้อใดไม่ใช่รูปแบบการเรียนรู้ที่นี่
14 การจัดการป่าชุมชนช่วยเรื่องใดมากที่สุด
15 บทที่ 5 เน้นเรื่องใด
16 พืชระดับ 'กินหัว' คืออะไร
17 สวนตั้งอยู่หมู่ที่เท่าไหร่
18 ทำไมอาคารจึงเน้นความโปร่งสบาย
19 ไม้ป่าที่นิยมปลูกร่วมกับยางพาราคือ
20 หัวใจสำคัญของขนำป้าพรรณีคือ
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /20 ข้อ