1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

แหล่งเรียนรู้วัดสมัยสุวรรณ

แหล่งเรียนรู้: วัดสมัยสุวรรณ

รายละเอียดหลักสูตร

1. หลักการและเหตุผล
วัดสมัยสุวรรณเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชเป็นการบูรณาการการเรียนรู้ด้านศาสนา ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น ผ่านกิจกรรมที่ออกแบบตามช่วงวัย เพื่อสร้างการเรียนรู้ที่มีความหมายและยั่งยืน ทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชนนที่มีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านศาสนา ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยใช้แนวทาง การเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Experience-based Learning) เพื่อให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยได้สัมผัสและเข้าใจเนื้อหาผ่านการลงมือทำจริง การเล่าเรื่อง และการมีส่วนร่วมกับกิจกรรมที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตชุมชน การเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้วัดสมัยสุวรรณ มุ่งเน้นการเรียนรู้แบบบูรณาการ โดยแบ่งกิจกรรมออกเป็น 3 กลุ่มเป้าหมายหลัก ดังนี้
1.1 กิจกรรมสำหรับเด็กเล็กและเยาวชน
ชื่อกิจกรรม: “ตามรอยอารยธรรมพื้นบ้านในท้องถิ่น ณ วัดสมัยสุวรรณ”
การนำชมโบราณวัตถุและโบราณสถานภายในวัด ใช้เทคนิค Storytelling และสื่อประสม (Multimedia) เพื่อให้เข้าใจง่ายและสนุก
มีใบงานกิจกรรม (Worksheet) ที่สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน เน้นการสร้างความรู้พื้นฐานด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
1.2 กิจกรรมสำหรับวัยเรียนและวัยเยาวชน
ชื่อกิจกรรม: “ห้องเรียนวิถีพุทธ : สมาธิและการรู้เท่าทันตนเอง”
การฝึกปฏิบัติสมาธิเบื้องต้น (Mindfulness) การสนทนาธรรม (Dhamma Talk) เพื่อการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและการทำงาน ใช้พระอุโบสถเป็นพื้นที่เรียนรู้ที่สงบ สัปปายะ เน้นการพัฒนาทักษะชีวิตด้านการรู้จักตนเองและการจัดการอารมณ์
1.3 ผู้สูงอายุและครอบครัว
ชื่อ กิจกรรม: “ถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น: ศิลปะและการทำนุบำรุง” การเรียนรู้เกี่ยวกับพุทธศิลป์และการดูแลรักษาโบราณวัตถุ เปิดโอกาสให้ปราชญ์ชาวบ้านและผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในการถ่ายทอดความรู้ เป็นการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมที่เชื่อมโยงคนต่างวัยเข้าด้วยกัน เน้นการสืบสานภูมิปัญญาและสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวและชุมชน
2. วิธีการจัดการเรียนรู้
ใช้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยให้ผู้เรียนได้ลงมือทำจริงและสัมผัสประสบการณ์ตรง บูรณาการ ศาสนา ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น เข้ากับกิจกรรมใช้ วิธีการหลากหลาย เช่น การเล่าเรื่อง (Storytelling), การสาธิต, การสนทนา, การฝึกปฏิบัติ และการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม
สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่เป็นมิตรและเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตชุมชน
วิธีการ: การเล่าเรื่อง (Storytelling) ประกอบการนำชมโบราณวัตถุและโบราณสถาน,ใช้สื่อประสม (Multimedia) เช่น ภาพ เสียง วิดีโอ เพื่อสร้างความเข้าใจ,ใบงานกิจกรรม (Worksheet) ที่เชื่อมโยงกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
การฝึกปฏิบัติสมาธิเบื้องต้น (Mindfulness Practice),การสนทนาธรรม (Dhamma Talk) และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น,ใช้พระอุโบสถเป็นพื้นที่เรียนรู้ที่สงบ สัปปายะ,การบรรยายและสาธิตจากปราชญ์ชาวบ้านและผู้สูงอายุ,การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Participatory Learning) โดยให้ผู้เรียนลงมือทำ เช่น การดูแลรักษาโบราณวัตถุ หรือการฝึกงานด้านศิลปะ,การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างคนต่างวัย
3. การวัดผลและประโยชน์ที่ไ้ด้รับ
ผลลัพธ์ที่ได้รับ (Outcome)
ด้านผู้เรียน
1. เข้าใจประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง
2. พัฒนาทักษะชีวิต เช่น การคิดวิเคราะห์ การรู้จักตนเอง และการทำงานร่วมกัน
3. มีคุณธรรม จริยธรรม และความภาคภูมิใจในท้องถิ่น
ด้านครอบครัวและชุมชน
1. เกิดความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างคนต่างวัย
2. ผู้สูงอายุและปราชญ์ชาวบ้านมีบทบาทในการถ่ายทอดความรู้
3. ชุมชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญา
ด้านสังคมและวัฒนธรรม
1. วัดเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่มีชีวิตชีวา
2. เกิดการอนุรักษ์โบราณสถานและโบราณวัตถุ
3. สังคมตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ
ผลผลิตที่ได้รับ (Output)
1. เด็กและเยาวชน: ใบงาน ผลงานการเขียนหรือการนำเสนอที่สะท้อนความเข้าใจ
2. วัยเรียนและวัยรุ่น: บันทึกการปฏิบัติสมาธิ ผลงานการอภิปรายและการสะท้อนผลการเรียนรู้
3. ผู้สูงอายุและครอบครัว: ผลงานศิลป์ งานบูรณะหรือดูแลรักษาโบราณวัตถุ และองค์ความรู้ที่ถ่ายทอดสู่คนรุ่นใหม่
4. การวัดผลประเมินผล
1. สังเกตการมีส่วนร่วมของผู้เรียนในกิจกรรม เช่น ความตั้งใจ ความสนใจ และการทำงานร่วมกัน
2. ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงด้านทัศนคติ เช่น ความเคารพต่อศาสนา ความภาคภูมิใจในท้องถิ่น
3. ใบงานกิจกรรม (Worksheet) สำหรับเด็กและเยาวชน
4. การมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดกิจกรรม
5. การเกิดเครือข่ายการเรียนรู้ระหว่างวัด โรงเรียน และครอบครัว
6. การจัดนิทรรศการหรือกิจกรรมที่สะท้อนผลการเรียนรู้สู่สาธารณะ

จำนวนชั่วโมงเรียน
3.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
60%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

แหล่งเรียนรู้วัดสมัยสุวรรณ

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

หมู่ที่ ๑ บ้านโตรม ตำบลสองแพรก อำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีพื้นที่เป็นที่ราบลุ่ม มีลำคลองโตรมไหลผ่านตลอดแนวเขตหมู่บ้านมีลำธารไหลผ่านลงสู่คลองโตรม ๒ สาย เดิมทีนายโสม ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่ ต่อมาได้มอบที่ดินทั้งหมดให้กับวัด จากคำว่า “บ้านโสม” เรียกจนเพี้ยนเป็น “บ้านโตรม” จึงใช้ชื่อบ้านโตรมตลอดมา เป็นหมู่บ้านที่มีประวัติการตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่ประมาณสมัยรัชกาลที่ ๕ ซึ่งสมัยนั้นมีชาวจีนอพยพเข้ามาอยู่อาศัยในเขตพื้นที่บ้านโตรม การสัญจรจะใช้เส้นทางโดยทางเรือ ในการเดินทางมาตั้งถิ่นฐานที่อยู่อาศัย และต่อมาได้มีการค้าขายทางลำน้ำคลองโตรม เป็นเส้นทางคมนาคมในการติดต่อค้าขาย ติดต่อราชการกับอำเภอพระแสง ซึ่งมีเส้นทางเดินเรือ ยาวประมาณ ๒๐ กว่ากิโลเมตร และได้ใช้ท่าน้ำวัดโตรม (หรือวัดสมัยสุวรรณ) เป็นท่าจอดเรือเพื่อขนส่งสินค้า สินค้าในสมัยนั้นมีการล่องซุง หวาย น้ำมันยาง และสัตว์ป่า เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๔ ได้มีหม่อมเจ้าวิภาวดี รังสิต ซึ่งเป็นผู้แทนพระองค์ได้มาทรงงาน ท่านได้เสด็จมาถึง ๓ ครั้งด้วยกัน พร้อมได้ทรงนำงานไปถวายพระเจ้าอยู่หัว ในรัชกาลที่ ๙ ถึงความยากลำบากของชุมชนบ้านโตรม และได้ทูลเชิญให้พระเจ้าอยู่หัว ในรัชกาลที่ ๙ เสด็จพระราชดำเนินบ้านโตรม และวัดสมัยสุวรรณ (วัดโตรม) เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับชุมชนบ้านโตรม ตำบลสองแพรก อำเภอพระแสง ในขณะนั้น ปัจจุบัน ชุมชนบ้านโตรม ตั้งอยู่ใน ตำบลสองแพรก อำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี บ้านโตรมมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานผ่านมาแล้ว ๑๐๐ กว่าปี
วัดสมัยสุวรรณ ตั้งอยู่บ้านโตรม เลขที่ ๒๐๕ หมู่ ๑ ตำบลสองแพรก อำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี วัดสมัยสุวรรณ ชื่อเดิมว่า วัดโตรม เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดของอำเภอชัยบุรี ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.๒๔๖๑ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๕ สิ่งสำคัญที่มีในวัดคือ พระพุทธรูปปูนปั้นปางสมาธิ (หลวงพ่อเพชร) ซึ่งประดิษฐานภายในอุโบสก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ พระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าหญิงสิรินธรเทพรัตนสุดา และเจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณวลัยลักษณ์ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปสักการะพระประธานประจำอุโบสก เมื่อเสด็จมาเยือนราษฎรหมู่บ้านโตรม เมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๑๕ ส่วนด้านการบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาสมาแล้ว ๕ รูป จนถึงปัจจุบัน ปัจจุบันมีพระครูพิทักษ์สุวรรณเขต เป็นเจ้าอาวาส
อาณาเขตติดต่อ
ทิศเหนือ ติดต่อกับ หมู่ที่ 4 ตำบลไทรขึง อำเภอพระแสง
ทิศใต้ ติดต่อกับ หมู่ที่ 2 และ หมู่ที่ 9 ตำบลสองแพรก อำเภอชัยบุรี
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ หมู่ที่ 5 ตำบลสองแพรก อำเภอชัยบุรี
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ หมู่ที่ 2 ตำบลสองแพรก และ หมู่ที่ 11 ตำบลไทรขึง อำเภอพระแสง
การคมนาคม
วัดสมัยสุวรรณ หมู่ที่ 1 ตำบลสองแพรก อำเภอชัยบุรี ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของที่ว่าการอำเภอชัยบุรี ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากตัวจังหวัดสุราษฎร์ธานี ระยะทางประมาณ 112 กิโลเมตร โดยใช้ถนนสายหลักถนนทางหลวง สาย 4037 เป็นเส้นทางในการเดินทางติดต่อกับอำเภอ/จังหวัด
เหตุการณ์สำคัญ
วันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2515 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดาฯ และเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ ได้เสด็จพระราชดำเนินมายังวัดสมัยสุวรรณ ทรงสักการะและมีพระราชปฏิสันถารกับ พระครูสุวรรณโอภาส (หลวงพ่อครุฑ) เจ้าอาวาสในขณะนั้น เหตุการณ์นี้เป็นที่จดจำของชาวบ้าน เนื่องจากพระองค์ทรงสนพระทัยในชีวิตความเป็นอยู่และวิถีทำมาหากินของประชาชนในพื้นที่
บทบาทในปัจจุบัน
1. เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้าน ศาสนา ประวัติศาสตร์ และศิลปวัฒนธรรม ของชุมชน
2. ใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ เช่น การนำชมโบราณวัตถุ การฝึกสมาธิ และการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น
3. มีความสำคัญทั้งในด้านการศึกษา การอนุรักษ์วัฒนธรรม และการสร้างความสัมพันธ์ในชุมชน

1. ที่ตั้งและพื้นที่
ตั้งอยู่ในตำบลสองแพรก อำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีพื้นที่ดินของวัดประมาณ 84 ไร่ และมีที่ธรณีสงฆ์จำนวน 5 แปลง รวม 120 ไร่
พื้นที่โดยรอบมีทั้งชุมชนและทรัพยากรธรรมชาติที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตชาวบ้าน
2. สิ่งปลูกสร้างสำคัญ
พระอุโบสถ ขนาดกว้าง 10 เมตร ยาว 12 เมตร ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เช่น การบวช การสวดมนต์ และการปฏิบัติธรรม ภายในมีพระประธานปางสมาธิ หน้าตักกว้าง 60 นิ้ว สร้างเมื่อ พ.ศ. 2475
3. ศาลาการเปรียญ
ขนาดกว้าง 20 เมตร ยาว 40 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2537 ใช้เป็นสถานที่เรียนพระธรรม กิจกรรมชุมชน และการประชุม มีพระประธานปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 40 นิ้ว สร้างเมื่อ พ.ศ. 2506
กุฏิสงฆ์ จำนวน 7 หลัง (อาคารไม้ 6 หลัง และอาคารตึก 1 หลัง)
เป็นที่พักอาศัยและปฏิบัติธรรมของพระภิกษุ
4. ปูชนียวัตถุและโบราณสถาน
พระพุทธรูปสำคัญที่เป็นพระประธานในอุโบสถและศาลาการเปรียญ โบราณวัตถุและโบราณสถานที่สะท้อนประวัติศาสตร์และศิลปกรรมท้องถิ่นพื้นที่วัดยังคงรักษาสภาพแวดล้อมที่สงบ เหมาะแก่การเรียนรู้และปฏิบัติธรรม
5. บทบาททางศาสนาและวัฒนธรรม
เป็นศูนย์กลางการประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา เช่น งานบุญ งานเทศกาล และการบวช
เป็นสถานที่ถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น ศิลปกรรม การดูแลรักษาโบราณวัตถุ และการเล่าเรื่องประวัติศาสตร์
มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงคนต่างวัย ทั้งเด็ก เยาวชน วัยรุ่น และผู้สูงอายุ
6. ความสำคัญทางประวัติศาสตร์
วัดสมัยสุวรรณก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2461 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2435 เคยเป็นสถานที่เสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์เมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2515 เหตุการณ์นี้เป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนความผูกพันระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชนในพื้นที่
7. การใช้เป็นแหล่งเรียนรู้
ด้านศาสนา: ศึกษาพระพุทธศาสนา การปฏิบัติธรรม และคุณธรรมจริยธรรม
ด้านวัฒนธรรมและประเพณี: เรียนรู้ประเพณีท้องถิ่น งานบุญ และกิจกรรมชุมชน
ด้านประวัติศาสตร์: ศึกษาโบราณสถาน โบราณวัตถุ และเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับวัด
ด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชน: เรียนรู้การดูแลรักษาพื้นที่วัดและการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน

วัดสมัยสุวรรณ มีการนำข้อมูลมาใช้ในการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ มีการเก็บรวบรวมข้อมูลจาก การประเมินผลการจัดกิจกรรม ความต้องการของผู้เรียน ข้อเสนอแนะจาก ผู้เข้าร่วมและภาคีเครือข่าย โดยข้อมูลเหล่านี้ถูกนำมาวิเคราะห์และใช้วางแผนเพื่อพัฒนาแหล่งเรียนรู้ให้มีคุณภาพมากขึ้นทั้งในด้านเนื้อหา วิธีการจัดกิจกรรม และการบริการ มีการแสวงหาทรัพยากรในการจัดการแหล่งเรียนรู ้ เช่น สื่อ วัสดุ อุปกรณ์ วัดสมัยสุวรรณ มีการจัดหาและพัฒนาทรัพยากรอย่างต่อเนื่อง เช่น สื่อการสอนเชิงอนุรักษ์ (แผ่นพับ ป้ายฯลฯ) อุปกรณ์ประกอบกิจกรรม เช่น ไหโบราณ เครื่องลายคราม ถ้วยชามโบราณ เครื่องทองเหลือง จิตรกรรมอันทรงคุณค่า และบูรณะศาลาเก่า เจดีย์ กุฎิ ให้คงอยู่ในสภาพเดิมมากที่สุด เพื่อการให้เยาวชน และคนในพื้นที่ได้เรียนรู้ เห็นภาพยุคที่ผ่านมา อีกทั้งส่งเสริมแนวคิดในการอนุรักษ์ โดยมีบุคคลจิตอาสา และภาคีเครือข่ายในเข้ามามีส่วนช่วยดูแล ประสานงาน และดำเนินงานในแหล่งเรียนรู้ เช่น ปราชญ์ชาวบ้าน ภูมิปัญญา ครู อาจารย์จากโรงเรียนในพื้นที่ จิตอาสาเยาวชน ภาคีภายนอก เช่น สกร.ระดับอำเภอชัยบุรี โรงเรียนชัยบุรีพิทยา วัฒนธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี องค์การบริหารส่วนตำบลสองแพรก เพื่อร่วมกันพัฒนาและจัดกิจกรรม อย่างเป็นระบบ มีการให้บริการและข้อตกลงร่วมกันระหว่างแหล่งเรียนรู้และผู้รับบริการ ก่อนการจัดกิจกรรม มีการ จัดประชุม/พูดคุยร่วมกันกับโรงเรียนหรือหน่วยงานที่มาใช้บริการ เพื่อกำหนดขอบเขต เช่นระยะเวลา จุดเรียนรู้ ค่าใช้จ่าย การดูแลความปลอดภัย พร้อมมีข้อตกลงหรือกฎ ระเบียบ ในการเข้าใช้บริการที่ชัดเจน มีการแสวงหา ทรัพยากรที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ วัดสมัยสุวรรณ มีการประสานงานกับองค์กร ต่าง ๆ เพื่อขอสนับสนุนหรือรับการส่งเสริม เช่น ทุนจากหน่วยงานภาครัฐ/เอกชน การรับบริจาคอุปกรณ์ในการจัดมุมเครื่องใช้โบราณและข้อมูลที่ถูกต้องในการให้ความรู้ จากวัฒนธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี และหน่วยงานต่างๆ ที่มีความชี่ยวชาญ มีการประชาสัมพันธ์แหล่งเรียนรู้ มีการใช้สื่อออนไลน์ในการประชาสัมพันธ์ เช่น เฟสบุ๊ค ติ๊กต๊อก เพจท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดย ยูทูเปอร์ ในพื้นที่อำเภอชัยบุรี วัดสมัยสุวรรณ มีการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ที่่มีประสิทธิภาพโดยอาศัยข้อมูล การจัดหาและพัฒนาทรัพยากร การมีส่วนร่วมจากภาคีเครือข่าย และการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้อย่างเป็นระบบทั้งในด้านเนื้อหา วิธีการจัดกิจกรรม การจัดหาทรัพยากร และการบริการ ส่งเสริมให้แหล่งเรียนรู้มีความยั่งยืนถ่ายทอดองค์ความรู้ได้อย่างมีคุณภาพและสามารถตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการได้ อย่างแท้จริง

วัดสมัยสุวรรณมีบทบาทในการถ่ายทอดความรู้ และส่งเสริมการ เรียนรู ้เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชุมชนได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านศาสนา ประวัติศาสตร์ และศิลปวัฒนธรรม จึงได้ออกแบบกิจกรรมที่เน้น "การเรียนรู้เชิงประสบการณ์" (Experience-based Learning) โดยแบ่งออกเป็น 3 กิจกรรมหลัก ดังนี้
• สำหรับเด็กเล็กและเยาวชน "ตามรอยอารยธรรมพื้นบ้านในท้องถิ่น ณ วัดสมัยสุวรรณ" เป็นการจัดกิจกรรมนำชมโบราณวัตถุและโบราณสถานภายในวัด โดยมุ่งเน้นกลุ่มนักเรียนและเยาวชน ใช้เทคนิค "Storytelling" หรือการเล่าเรื่องประกอบการสาธิต เพื่อให้เนื้อหาทางประวัติศาสตร์ที่ซับซ้อนกลายเป็นเรื่องที่สนุกและเข้าใจง่าย มีการใช้สื่อประสม (Multimedia) และใบงานกิจกรรม (Worksheet) ที่สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
• สำหรับวัยเรียนและวัยรุ่น "ห้องเรียนวิถีพุทธ : สมาธิและการรู้เท่าทันตนเอง" กิจกรรมนี้เน้นการฝึกปฏิบัติสมาธิเบื้องต้น (Mindfulness) และการสนทนาธรรม (Dhamma Talk) เพื่อการปรับใช้ในชีวิตการทำงาน โดยใช้สถานที่ภายในพระอุโบสถที่มีความสงบสัปปายะ เป็นการเรียนรู้ผ่านการฝึกสติและจิตตปัญญาศึกษา
• สำหรับผู้สูงอายุและครอบครัว "ถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น: ศิลปะและการทำนุบำรุง" กิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับพุทธศิลป์และการดูแลรักษาโบราณวัตถุ โดยเปิดโอกาสให้ปราชญ์ชาวบ้านและผู้สูงอายุในชุมชนมีส่วนร่วมในการถ่ายทอดความรู้แก่คนรุ่นหลัง เป็นการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมที่เชื่อมโยงคนต่างวัยเข้าด้วยกัน
2. ผลการดำเนินงาน
จากการจัดกิจกรรมทั้ง 3 รูปแบบ พบว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีความสนใจและสามารถเข้าถึงเนื้อหาได้ตามพื้นฐานของแต่ละช่วงวัย เน้นการมีส่วนร่วมและลงมือปฏิบัติจริง (Learning by Doing) เพื่อให้ผู้เรียนในทุกช่วงวัยได้รับทั้ง ความรู้ ประสบการณ์ และความตระหนักในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน โดยยึดหลัก “เรียนรู้ จากชุมชน เพื่อชุมชน และคืนกลับสู่ชุมชน” เป็นสำคัญ
1. กิจกรรมการเรียนรู้ "ตามรอยอารยธรรมพื้นบ้านในท้องถิ่น ณ วัดสมัยสุวรรณ"
วัดสมัยสุวรรณ เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญในอำเภอชัยบุรี มีอัตลักษณ์ที่โดดเด่นทั้งในด้านสถาปัตยกรรม พุทธศิลป์ และหลักธรรมคำสอนที่สืบทอดกันด้วยเหตุนี้ ทางแหล่งเรียนรู้วัดสมัยสุวรรณจึงได้ริเริ่มกิจกรรม "ตามรอยอารยธรรมพื้นบ้านในท้องถิ่น ณ วัดสมัยสุวรรณ" ขึ้น เพื่อใช้พื้นที่ของวัดเป็น "ห้องเรียนมีชีวิต" มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้สัมผัสกับของจริงสถาปัตยกรรมจริง โดยผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้ตาม "เส้นทางการเรียนรู้" (Learning Trail) ดังนี้
1) เรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์จากหลักฐานโบราณสถาน เพื่อให้ผู้เรียนได้ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ โบราณวัตถุ และตำนานพื้นบ้านที่มีในสมัยโบราณ ประโยชน์และการนำไปใช้
2) ฝึกปฏิบัติธรรมและสมาธิ
2. "ห้องเรียนวิถีพุทธ : สมาธิและการรู้เท่าทันตนเอง"
กิจกรรมนี้เน้นการฝึกปฏิบัติสมาธิเบื้องต้น (Mindfulness) และการสนทนาธรรม (Dhamma Talk) เพื่อการปรับใช้ในชีวิตการทำงาน โดยใช้สถานที่ภายในพระอุโบสถที่มีความสงบสัปปายะ เป็นการเรียนรู้ผ่านการฝึกสติและจิตตปัญญาศึกษา
3. กิจกรรม"ถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น: ศิลปะและการทำนุบำรุง" กิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับพุทธศิลป์และการดูแลรักษาโบราณวัตถุ โดยเปิดโอกาสให้ปราชญ์ชาวบ้านและผู้สูงอายุในชุมชนมีส่วนร่วมในการถ่ายทอดความรู้แก่คนรุ่นหลัง เป็นการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมที่เชื่อมโยงคนต่างวัยเข้าด้วยกัน

การอนุรักษ์และการพัฒนา ทำได้ดังนี้
1. การอนุรักษ์ (Preservation)
- การอนุรักษ์โบราณสถานและสิ่งปลูกสร้าง
- ดูแลรักษาอุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ และพระพุทธรูปให้คงสภาพเดิม
- ใช้วิธีการบูรณะตามหลักวิชาการ ไม่ทำลายคุณค่าทางสถาปัตยกรรมและศิลปกรรม
- การเก็บรักษาโบราณวัตถุและเอกสาร
- จัดทำทะเบียนโบราณวัตถุและเอกสารสำคัญ เช่น พระพุทธรูปเก่า ตำราธรรมะ และประวัติการก่อตั้งวัด
- จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์หรือห้องเรียนรู้ของวัด เพื่อให้เยาวชนเข้าถึงได้ง่าย
- การอนุรักษ์ประเพณีและวัฒนธรรม
- สืบสานงานบุญและพิธีกรรม เช่น งานเข้าพรรษา ออกพรรษา และประเพณีท้องถิ่น
- ถ่ายทอดวิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่นจากผู้สูงอายุสู่เยาวชน
2. การพัฒนา (Development)
- การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้
- จัดกิจกรรมเชิงประสบการณ์ เช่น การนำชมวัด การเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ และการฝึกสมาธิ
- ใช้สื่อการเรียนรู้ร่วมสมัย เช่น สื่อดิจิทัล วิดีทัศน์ หรือแอปพลิเคชัน เพื่อดึงดูดเยาวชน
- การพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้
- จัดทำแผนผังการเรียนรู้ (Learning Map) เชื่อมโยงพื้นที่ต่าง ๆ ของวัดกับเนื้อหาการศึกษา
- สร้างพื้นที่กิจกรรมสำหรับเยาวชน เช่น ลานธรรม ลานกิจกรรมวัฒนธรรม
- การพัฒนาบทเรียนและหลักสูตร
- ออกแบบบทเรียนที่เชื่อมโยงศาสนา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน
- ใช้รูปแบบ Active Learning เช่น การอภิปราย การทำโครงการ และการเรียนรู้ร่วมกัน
3. การจัดการเรียนรู้ (Learning Management)
- การเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์
- ศึกษาประวัติการก่อตั้งวัด เหตุการณ์สำคัญ เช่น การเสด็จพระราชดำเนิน
- เรียนรู้ผ่านโบราณสถานและโบราณวัตถุที่มีอยู่จริง
- การเรียนรู้ด้านขนบธรรมเนียมและประเพณี
- เข้าร่วมกิจกรรมประเพณีท้องถิ่นและงานบุญของวัด
- ศึกษาความหมายและคุณค่าของพิธีกรรมทางศาสนา
- การเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมและธรรมะ
- ฝึกสมาธิและการปฏิบัติธรรมเพื่อพัฒนาจิตใจ
- เรียนรู้หลักธรรมคำสอนที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน
- สร้างความเข้าใจในคุณธรรม จริยธรรม และการอยู่ร่วมกันในสังคม
4. การมีส่วนร่วมของชุมชน
- เปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมและการอนุรักษ์
- ผู้สูงอายุและปราชญ์ชาวบ้านเป็นผู้ถ่ายทอดภูมิปัญญา
- เยาวชนได้เรียนรู้จากการลงมือทำจริงและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
5. คุณค่าที่เยาวชนรุ่นหลังได้รับ
- ด้านความรู้: เข้าใจประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรมท้องถิ่น
- ด้านทักษะชีวิต: ฝึกคิดวิเคราะห์ ทำงานร่วมกัน และมีความรับผิดชอบ
- ด้านคุณธรรม: มีจิตสำนึกในศาสนา ความกตัญญู และการอนุรักษ์สิ่งดีงาม
- ด้านความภาคภูมิใจ: รักและหวงแหนท้องถิ่น พร้อมสืบสานต่อไป
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

แหล่งเรียนรู้วัดสมัยสุวรรณ (20 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/20 ข้อ แหล่งเรียนรู้วัดสมัยสุวรรณ
1 ชื่อเรียก "บ้านโตรม" ในปัจจุบัน มีที่มาที่ไปที่เกี่ยวข้องกับบุคคลใดและมีสาเหตุมาจากอะไร?
2 ในอดีต การเดินทางและขนส่งสินค้าจากบ้านโตรมไปยังอำเภอพระแสง ใช้เส้นทางคมนาคมและพาหนะในข้อใดเป็นหลัก?
3 เหตุการณ์สำคัญที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2515 ณ วัดสมัยสุวรรณ คือข้อใด?
4 ข้อใดกล่าวถึงความสำคัญของ "วัดสมัยสุวรรณ" ได้ถูกต้องตามข้อมูลประวัติศาสตร์?
5 ในเชิงมานุษยวิทยาและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ชื่อ "บ้านโตรม" มีความเกี่ยวข้องกับบุคคลและเหตุการณ์ในข้อใดมากที่สุด?
6 ข้อใดอธิบายความสำคัญทางกายภาพและพุทธศิลป์ของ "พระอุโบสถ" วัดสมัยสุวรรณได้ถูกต้องตามหลักฐานประวัติศาสตร์?
7 เส้นทางคมนาคมในอดีตที่เชื่อมโยงวิถีเศรษฐกิจของชุมชนบ้านโตรมกับอำเภอพระแสง มีลักษณะเด่นอย่างไร?
8 เหตุการณ์สำคัญที่สะท้อนถึง "ความผูกพันระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชน" ในพื้นที่บ้านโตรมคือข้อใด?
9 หัวใจสำคัญของการพัฒนาแหล่งเรียนรู้วัดสมัยสุวรรณให้มีคุณภาพและตรงตามความต้องการของผู้เรียน คือกระบวนการในข้อใด?
10 การบริหารจัดการทรัพยากรประเภท "อาคารสถานที่" เช่น ศาลาเก่า เจดีย์ และกุฏิไม้ ของวัดสมัยสุวรรณ มีหลักการสำคัญอย่างไร?
11 ข้อใดคือตัวอย่างของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ (Partnership) ที่ถูกต้องตามบทบาทการดำเนินงานของวัดสมัยสุวรรณ?
12 ในด้านการบริหารจัดการ "การให้บริการ" วัดสมัยสุวรรณมีแนวปฏิบัติอย่างไรเพื่อให้การจัดกิจกรรมร่วมกับหน่วยงานภายนอกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ?
13 กิจกรรม "ตามรอยอารยธรรมพื้นบ้านในท้องถิ่น" มีลักษณะเด่นในการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามข้อใด เพื่อให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายเด็กและเยาวชน?
14 หากต้องการส่งเสริม "จิตตปัญญาศึกษา" และการรู้เท่าทันตนเองตามแนวทางของวัดสมัยสุวรรณ ควรใช้กิจกรรมและสถานที่ในข้อใดเป็นหลัก?
15 การเปิดโอกาสให้ปราชญ์ชาวบ้านและผู้สูงอายุเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรม "ถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น" ส่งผลดีต่อชุมชนในด้านใดชัดเจนที่สุด?
16 ช่วยให้การดูแลรักษาโบราณวัตถุในวัดเป็นหน้าที่ของปราชญ์ชาวบ้านเพียงฝ่ายเดีย
17 ข้อใดคือแนวทาง "การอนุรักษ์ (Preservation)" โบราณสถานและสิ่งปลูกสร้างของวัดสมัยสุวรรณที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ?
18 การพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้โดยการจัดทำ "แผนผังการเรียนรู้ (Learning Map)" ของวัดสมัยสุวรรณ มีวัตถุประสงค์เพื่อสิ่งใด?
19 การเรียนรู้รูปแบบ "Active Learning" ในด้านประวัติศาสตร์ของวัดสมัยสุวรรณ เน้นกระบวนการในข้อใดมากที่สุด?
20 ผลสัมฤทธิ์ในด้าน "คุณค่า" ที่เยาวชนรุ่นหลังจะได้รับจากการเรียนรู้ในเชิงทักษะชีวิต (Life Skills) คือข้อใด?
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /20 ข้อ