1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร สวน ป.กุลณันท์

แหล่งเรียนรู้: ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร สวน ป.กุลณันท์

รายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรนี้มุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้จริงในชุมชน โดยใช้รูปแบบฐานการเรียนรู้ (Learning Stations) เพื่อให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติและเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง ครอบคลุมกระบวนการทางการเกษตรแบบผสมผสานที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่น

ผู้เรียนจะได้ศึกษาและฝึกปฏิบัติในฐานการเรียนรู้ต่าง ๆ ได้แก่ การเพาะปลูกและการขยายพันธุ์พืช การทำน้ำยาเร่งรากจากวัสดุธรรมชาติ การผลิตน้ำส้มควันไม้จากเตาเผาถ่าน การเพาะเห็ดนางฟ้า และการเลี้ยงไก่ไข่ โดยเน้นการใช้ทรัพยากรในชุมชนอย่างคุ้มค่าและการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์

หลักสูตรนี้ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ และทักษะพื้นฐานด้านการเกษตร สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ในแต่ละฐานสู่การดำเนินชีวิตจริง เห็นความสัมพันธ์ของระบบเกษตรแบบพึ่งพาอาศัยกัน และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในครัวเรือนหรือพัฒนาเป็นแนวทางสร้างอาชีพได้

นอกจากนี้ยังมุ่งปลูกฝังคุณลักษณะด้านความรับผิดชอบ การทำงานร่วมกัน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่น อันจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของชุมชนต่อไป

จำนวนชั่วโมงเรียน
1.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
80%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร สวน ป.กุลณันท์

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

แหล่งเรียนรู้แห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ เดิมประกอบอาชีพเกษตรกรรมเชิงเดี่ยว โดยปลูกยางพาราเป็นพืชหลักเพียงอย่างเดียว ต่อมาได้มีการปรับแนวคิดในการทำเกษตร เพื่อเพิ่มความหลากหลายและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน จึงเริ่มพัฒนาพื้นที่สู่การทำเกษตรแบบผสมผสาน
ในระยะแรกได้มีการปลูกต้นกาแฟแซมในสวนยางพารา เพื่อใช้ประโยชน์จากพื้นที่ให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด และช่วยสร้างรายได้เสริมควบคู่กับพืชหลัก จากนั้นได้มีการขยายกิจกรรมทางการเกษตรอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มเพาะพันธุ์มัลเบอรี่เพื่อจำหน่าย และพัฒนาไปสู่การเพาะปลูกและขยายพันธุ์พืชชนิดต่าง ๆ
นอกจากนี้ ยังได้นำภูมิปัญญาท้องถิ่นและความรู้ด้านเกษตรธรรมชาติมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาพื้นที่ เช่น การทำน้ำยาเร่งรากจากวัสดุธรรมชาติ การผลิตน้ำส้มควันไม้จากเตาเผาถ่าน การจัดตั้งโรงเพาะเห็ดนางฟ้า และการเลี้ยงไก่ไข่ เพื่อให้เกิดระบบการเกษตรที่เกื้อกูลกันอย่างครบวงจร
จากการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้แหล่งเรียนรู้แห่งนี้กลายเป็นพื้นที่ต้นแบบด้านการเกษตรผสมผสาน ที่เน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดต้นทุนการผลิต และสร้างความมั่นคงทางอาหาร อีกทั้งยังเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ให้แก่ผู้ที่สนใจ ทั้งนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้และนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพ

แหล่งเรียนรู้แห่งนี้ตั้งอยู่ ณ หมู่ที่ 1 บ้านบางปาน ตำบลไทรทอง อำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีพื้นที่รวมประมาณ 10 ไร่ ลักษณะพื้นที่โดยทั่วไปเป็นพื้นที่ราบสลับเนินเล็กน้อย เหมาะสมต่อการทำการเกษตร มีการจัดสรรพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วนเพื่อรองรับกิจกรรมการเรียนรู้ด้านการเกษตรแบบผสมผสาน

ภายในแหล่งเรียนรู้ประกอบด้วยพื้นที่สวนยางพาราเดิม ซึ่งยังคงใช้ประโยชน์ควบคู่กับการปลูกพืชแซม เช่น ต้นกาแฟ และพืชเศรษฐกิจอื่น ๆ รวมถึงมีแปลงสาธิตการเพาะปลูกและขยายพันธุ์พืชชนิดต่าง ๆ ที่จัดเป็นฐานการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติจริง

นอกจากนี้ ยังมีการจัดพื้นที่เฉพาะสำหรับกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย ได้แก่ พื้นที่ทำน้ำยาเร่งรากจากวัสดุธรรมชาติ บริเวณเตาเผาถ่านเพื่อผลิตน้ำส้มควันไม้ โรงเรือนเพาะเห็ดนางฟ้าที่ควบคุมสภาพแวดล้อมอย่างเหมาะสม และพื้นที่เลี้ยงไก่ไข่ที่จัดเป็นระบบ ถูกสุขลักษณะ

พื้นที่ทั้งหมดได้รับการออกแบบให้มีความเชื่อมโยงกันในลักษณะของระบบเกษตรผสมผสาน โดยเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ซ้ำ การหมุนเวียนทรัพยากรภายในพื้นที่ และการจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้และการลงมือปฏิบัติจริงของผู้เข้าศึกษา

แหล่งเรียนรู้แห่งนี้จึงมีลักษณะเป็นทั้งพื้นที่การเกษตรและพื้นที่การเรียนรู้ที่ครบวงจร สามารถรองรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การศึกษาดูงาน และการฝึกอบรมให้แก่ผู้ที่สนใจได้อย่างเหมาะสม

หน่วยการเรียนรู้นี้มุ่งสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีความหมาย โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริงในชุมชน ผ่านการลงมือปฏิบัติในฐานการเรียนรู้ที่หลากหลาย ส่งผลให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่เพียงความรู้เชิงทฤษฎี แต่เป็นความรู้ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

ผู้เรียนจะได้พัฒนาทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 ทั้งด้านการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การทำงานร่วมกัน และการสื่อสาร ผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมและการทำงานเป็นทีมในแต่ละฐานการเรียนรู้ อีกทั้งยังได้ฝึกทักษะอาชีพพื้นฐานด้านการเกษตร เช่น การเพาะปลูก การแปรรูป และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ซึ่งสามารถต่อยอดสู่การสร้างรายได้ในอนาคต

นอกจากนี้ การเรียนรู้ในลักษณะนี้ยังช่วยให้ผู้เรียนเห็นความเชื่อมโยงขององค์ความรู้ในแต่ละด้าน เข้าใจระบบเกษตรแบบพึ่งพาอาศัยกัน และตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการปลูกฝังคุณลักษณะที่พึงประสงค์ เช่น ความรับผิดชอบ ความมีวินัย ความอดทน และการเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่น

ท้ายที่สุด หน่วยการเรียนรู้นี้ไม่ได้มุ่งเพียงการเพิ่มพูนความรู้ แต่ยังสร้างเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้และการดำเนินชีวิต ทำให้ผู้เรียนสามารถนำองค์ความรู้ไปปรับใช้ได้อย่างเหมาะสม และมีส่วนร่วมในการพัฒนาตนเอง ครอบครัว และชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป

ฐานการเรียนรู้ที่ 1: การเพาะปลูกและการขยายพันธุ์พืช
ขั้นตอนการเรียนรู้
1) การเตรียมวัสดุอุปกรณ์
ดินร่วน / ดินผสมปุ๋ยคอก
เมล็ดพันธุ์พืช (ผักสวนครัว เช่น คะน้า ผักบุ้ง)
ถุงเพาะชำ / แปลงปลูก
บัวรดน้ำ / สปริงเกอร์
2) การเพาะเมล็ด
เตรียมดินให้ร่วนซุยและชื้นพอเหมาะ
หยอดเมล็ดลงหลุมเพาะ 1–2 เมล็ดต่อหลุม
กลบหน้าดินบาง ๆ
รดน้ำให้ชุ่มแต่ไม่แฉะ
3) การดูแลต้นกล้า
วางในที่ร่มแสงรำไรช่วงแรก
รดน้ำวันละ 1–2 ครั้ง
ตรวจสอบการงอกและถอนวัชพืช
4) การย้ายปลูก
เมื่อต้นกล้ามี 3–5 ใบจริง
ย้ายลงแปลงปลูกหรือกระถาง
เว้นระยะให้เหมาะสมกับชนิดพืช
5) การขยายพันธุ์พืชแบบอื่น
ปักชำกิ่ง (เช่น มะนาว ชบา) ขั้นตอนการปักชำ การปักชำในน้ำ: ปักกิ่งลงในภาชนะที่ใส่น้ำ (เช่น ขวดแก้ว) ให้ข้ออยู่ใต้น้ำ เปลี่ยนน้ำทุก 3-4 วัน เมื่อรากยาวประมาณ 1-2 นิ้วสามารถย้ายลงดินได้
การปักชำแบบควบแน่น: ปักกิ่งลงในกระถางดินแล้วครอบด้วยถุงพลาสติกหรือขวดน้ำพลาสติกที่ตัดครึ่งเพื่อรักษาความชื้น (ความชื้นสูงทำให้รากงอกเร็ว)
การปักชำกิ่งในดิน: ปักกิ่งลงในกระถางโดยตรง ใช้วัสดุปลูกที่ระบายน้ำได้ดีและเก็บรักษาความชื้น
ตอนกิ่ง (เช่น มะม่วง ชมพู่) ขั้นตอนการปักชำ เลือกกิ่ง: เลือกกิ่งกึ่งแก่กึ่งอ่อน (สีเขียวปนน้ำตาล) ที่สมบูรณ์ ไม่เป็นโรค
ควั่นกิ่ง: ควั่นกิ่งด้านล่างข้อ 1 รอย และด้านบน 1 รอย ห่างกันประมาณ 1-2 นิ้ว จากนั้นลอกเปลือกออก
ขูดเยื่อเจริญ: ใช้มีดขูดเยื่อเจริญที่เป็นเมือกลื่นๆ ออกให้หมด เพื่อป้องกันไม่ให้เปลือกเชื่อมกันใหม่
หุ้มตุ้มตอน: นำตุ้มตอน (ขุยมะพร้าวแช่น้ำบีบหมาดบรรจุถุง) ผ่าครึ่งหุ้มรอยแผล มัดด้วยเชือกฟางให้แน่นทั้งบนและล่าง
ดูแลและตัดกิ่ง: รอจนรากงอกมีสีน้ำตาลหรือเหลือง (ประมาณ 20-45 วัน) จึงตัดกิ่งตอนไปชำ
แยกหน่อ (เช่น กล้วย ตะไคร้) ขั้นตอนการแยกหน่อ เอาต้นไม้ออกจากกระถาง: คว่ำกระถางอย่างระมัดระวัง เอาดินออกเพื่อเห็นโคนหน่อ
ตัดแยกหน่อ: ใช้มีดหรือชะแลงคมๆ ตัดแบ่งหน่อออกจากต้นแม่ โดยให้มีรากติดหน่อใหม่มาด้วย
ทำแผล: ทาปูนแดงที่รอยแผลทั้งบนต้นแม่และหน่อใหม่ เพื่อลดการติดเชื้อและป้องกันหน่อเน่า
ผึ่งหน่อ: วางหน่อไว้ในที่ร่มและมีอากาศถ่ายเท 1-2 วัน เพื่อให้แผลแห้งสนิท
ปลูกหน่อใหม่: ปลูกในดินที่ระบายน้ำดี กดดินรอบๆ ให้แน่นพยุงต้นได้
ดูแลหลังปลูก: วางในที่แสงรำไร รดน้ำพอประมาณ รอจนต้นแข็งแรง (ประมาณ 1-2 เดือน) แล้วจึงนำออกแดดตามปกติ

ฐานการเรียนรู้ที่ 2: การทำน้ำยาเร่งรากจากธรรมชาติ
ขั้นตอนการทำ
1) วัสดุอุปกรณ์
กล้วยสุก / น้ำตาลทรายแดง
กากน้ำตาล
น้ำสะอาด
ถังหมักมีฝาปิด
2) การเตรียมส่วนผสม
บดกล้วยสุกให้ละเอียด
ผสมน้ำตาลทรายแดงและกากน้ำตาล
3) การหมัก
ใส่ส่วนผสมลงถัง
เติมน้ำสะอาดพอท่วม
คนให้เข้ากัน
4) การบ่ม
ปิดฝาหลวม ๆ
หมักไว้ 7–14 วัน
เปิดคนทุก 2–3 วัน
5) การใช้งาน
กรองน้ำก่อนใช้
ผสมน้ำในอัตรา 1:10
ใช้รดบริเวณรากพืชหรือแช่กิ่งตอน

ฐานการเรียนรู้ที่ 3: เตาเผาถ่านและน้ำส้มควันไม้
ขั้นตอนการทำ
1) การเตรียมเตาเผาถ่าน
ใช้เตาดิน / เตาถัง 200 ลิตร
เตรียมไม้ฟืนแห้ง
2) การเผาถ่าน
เรียงไม้ในเตา
จุดไฟและควบคุมอากาศ
เผาจนไม้กลายเป็นถ่าน
3) การเก็บน้ำส้มควันไม้
ต่อท่อควบแน่นควัน
ควันจะกลั่นตัวเป็นของเหลว
เก็บน้ำส้มควันไม้ในภาชนะ
4) การพักน้ำส้มควันไม้
ทิ้งไว้ 30–90 วันให้ตกตะกอน
กรองส่วนใสมาใช้งาน
5) การนำไปใช้
ใช้ป้องกันแมลงศัตรูพืช
ใช้ปรับปรุงดิน
ผสมน้ำก่อนฉีดพ่น

ฐานการเรียนรู้ที่ 4: การเพาะเห็ดนางฟ้า
ขั้นตอนการเรียนรู้
1) วัสดุอุปกรณ์
ก้อนเชื้อเห็ดนางฟ้า
โรงเรือนเพาะเห็ด
บัวรดน้ำ / สเปรย์น้ำ
2) การเตรียมโรงเรือน
ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ
ควบคุมแสงรำไรและความชื้น
3) การเปิดดอกเห็ด
แกะถุงก้อนเชื้อบางส่วน
รดน้ำเช้า–เย็น
4) การดูแล
รักษาความชื้น 70–80%
ระบายอากาศ
ป้องกันแมลง
5) การเก็บผลผลิต
เก็บเห็ดเมื่อดอกบานเต็มที่
บิดเบา ๆ ไม่ให้ก้อนเชื้อเสียหาย

ฐานการเรียนรู้ที่ 5: การเลี้ยงไก่ไข่
ขั้นตอนการเลี้ยง
1) การเตรียมเล้าไก่
ทำเล้าระบายอากาศดี
มีพื้นที่ให้ไก่เคลื่อนไหว
ทำรังไข่
2) การเลือกไก่
เลือกลูกไก่พันธุ์ไข่คุณภาพดี
ตรวจสุขภาพก่อนเลี้ยง
3) การให้อาหาร
อาหารสำเร็จรูป / ข้าวโพดบด
ให้น้ำสะอาดตลอดเวลา
4) การดูแลสุขภาพ
ทำวัคซีนตามกำหนด
ทำความสะอาดเล้าเป็นประจำ
สังเกตอาการผิดปกติ
5) การเก็บไข่
เก็บไข่ทุกวันเช้า–เย็น
ทำความสะอาดไข่ก่อนเก็บรักษา
สรุปภาพรวม

ทั้ง 5 ฐานการเรียนรู้เชื่อมโยงกันเป็นระบบเกษตรผสมผสาน ได้แก่
พืช → ใช้ปุ๋ยและน้ำหมักจากธรรมชาติ
เห็ด → ใช้เศษวัสดุทางการเกษตร
ไก่ → ให้ปุ๋ยคอกกลับสู่ดิน
น้ำส้มควันไม้ → ป้องกันศัตรูพืช
การขยายพันธุ์ → สร้างความยั่งยืนในระบบ

แหล่งเรียนรู้เกษตรผสมผสานแห่งนี้ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการใช้ประโยชน์จากพื้นที่อย่างคุ้มค่า โดยยึดหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับการสร้างระบบเกษตรที่เกื้อกูลกันระหว่างพืช สัตว์ และสิ่งแวดล้อม

ด้านการอนุรักษ์

มีการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นอย่างรู้คุณค่า เช่น การนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นเศษพืช เศษไม้ หรือมูลสัตว์ เพื่อนำกลับมาใช้ในระบบการผลิต เช่น การทำปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพ และการใช้ในระบบเลี้ยงสัตว์และเพาะปลูก
นอกจากนี้ยังมีการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ เช่น การทำน้ำยาเร่งรากจากธรรมชาติ การผลิตน้ำส้มควันไม้ และการจัดการระบบเกษตรแบบผสมผสาน เพื่อรักษาองค์ความรู้ดั้งเดิมให้คงอยู่และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในปัจจุบัน
ยังมุ่งเน้นการลดการใช้สารเคมีทางการเกษตร เพื่อรักษาความสมดุลของระบบนิเวศ ลดผลกระทบต่อดิน น้ำ และสิ่งแวดล้อม รวมถึงส่งเสริมการผลิตอาหารปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค

ด้านการพัฒนา

มีการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบด้านเกษตรผสมผสาน โดยจัดระบบพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน เช่น ฐานการเพาะปลูก การขยายพันธุ์พืช โรงเพาะเห็ด เตาเผาถ่าน และการเลี้ยงไก่ไข่ เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ครบวงจรและสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ได้อย่างเป็นระบบ
มีการพัฒนากระบวนการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง (Learning by Doing) โดยใช้ฐานการเรียนรู้เป็นศูนย์กลาง เพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะอาชีพ สามารถนำไปต่อยอดในระดับครัวเรือนหรือการประกอบอาชีพได้
รวมทั้งมีการพัฒนานวัตกรรมเกษตรพื้นบ้าน เช่น การผลิตน้ำหมักชีวภาพ น้ำส้มควันไม้ และการจัดการระบบหมุนเวียนทรัพยากรภายในแปลงเกษตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และสร้างความมั่นคงทางอาหาร

เป้าหมายการอนุรักษ์และพัฒนา

เพื่อให้แหล่งเรียนรู้แห่งนี้เป็นพื้นที่ต้นแบบที่สามารถ:

รักษาสมดุลของระบบนิเวศเกษตร
ถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่คนรุ่นใหม่
สร้างแหล่งเรียนรู้และอาชีพอย่างยั่งยืน
พัฒนาชุมชนให้พึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร สวน ป.กุลณันท์ (20 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/20 ข้อ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร สวน ป.กุลณันท์
1 จุดประสงค์หลักของการแยกหน่อคืออะไร
2 การทาปูนแดงที่รอยแผลมีประโยชน์อย่างไร
3 หลังจากตัดหน่อควรทำอย่างไรต่อ
4 ระยะเวลาผึ่งหน่อควรใช้กี่วัน
5 ลักษณะดินที่เหมาะกับการปลูกหน่อใหม่คือ
6 เดิมพื้นที่แห่งนี้ปลูกพืชชนิดใดเป็นหลัก
7 การปลูกกาแฟในสวนยางมีจุดประสงค์ใด
8 ข้อใดไม่ใช่กิจกรรมในแหล่งเรียนรู้
9 น้ำยาเร่งรากทำจากอะไร
10 ระยะเวลาหมักน้ำยาเร่งรากคือ
11 การปักชำแบบควบแน่นใช้วัสดุใดช่วย
12 การตอนกิ่งควรเลือกกิ่งลักษณะใด
13 การขูดเยื่อเจริญมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร
14 โรงเรือนเห็ดควรมีลักษณะอย่างไร
15 ความชื้นที่เหมาะกับเห็ดนางฟ้าคือ
16 น้ำส้มควันไม้ใช้ทำอะไร
17 ระยะเวลาพักน้ำส้มควันไม้คือ
18 อาหารไก่ไข่ควรเป็นแบบใด
19 การเก็บไข่ควรทำเมื่อใด
20 ระบบเกษตรผสมผสานมีลักษณะอย่างไร
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /20 ข้อ