1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

การเรียนรู้วัดคู่บ้านคู่ชุมชน "วัดควนศรี"

แหล่งเรียนรู้: วัดควนศรี

รายละเอียดหลักสูตร

การศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น คือ กระบวนการเข้าใจรากเหง้า วิถีชีวิต และความชาญฉลาดของบรรพบุรุษ ผ่านการสังเกต จดจำ และสืบสานจากปราชญ์ชาวบ้านและแหล่งเรียนรู้ในชุมชน เพื่อสร้างความภาคภูมิใจ ความสัมพันธ์ในสังคม และการพัฒนาที่ยั่งยืน
องค์ประกอบสำคัญของการเรียนรู้ท้องถิ่น
ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น "วัดควนศรี" : การศึกษาเรื่องราวผ่านหลักฐาน เช่น บันทึก เอกสาร แผนที่ ภาพถ่าย และประวัติศาสตร์ปากเปล่า เพื่อเข้าใจการเปลี่ยนแปลง
ศิลปวัฒนธรรม : วิถีชีวิตที่ดีงาม ประเพณี ดนตรี การละเล่นพื้นบ้าน และศิลปกรรมต่างๆ ที่สืบทอดกันมา
ภูมิปัญญาท้องถิ่น (Local Wisdom): ความรู้ชาญฉลาดในการดำรงชีวิต เช่น เกษตรกรรม หัตถกรรม เครื่องมือทำมาหากิน และการแพทย์แผนไทย
วิธีการศึกษาและเรียนรู้
การลงพื้นที่จริง (Field Study): เรียนรู้จากสถานที่ประวัติศาสตร์ โบราณสถาน และชุมชน
สัมภาษณ์ปราชญ์ชาวบ้าน: ถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ และทักษะเฉพาะทาง
การปฏิบัติจริง (Workshop): ฝึกทำหัตถกรรม การสาน การทำอาหารพื้นถิ่น เพื่อสืบสานภูมิปัญญา

จำนวนชั่วโมงเรียน
1.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
60%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

การเรียนรู้วัดคู่บ้านคู่ชุมชน "วัดควนศรี"

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

วัดควนศรี เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ในตำบลควนศรี อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี

วัดควนศรี ชื่อเต็มว่า วัดควนศรีแก้วประเสริฐ ชาวบ้านเรียก วัดควน ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2435 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2542 เดิมเป็นวัดร้างมีแค่ซากปรักหักพัง ต่อมามีการฟื้นฟูวัดและขึ้นทะเบียน ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2474 มีการฝังลูกนิมิตครั้งแรก และเมื่อ พ.ศ. 2544 ฝังลูกนิมิตครั้งที่สอง

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดมีรูปปั้น พ่อท่านคงแก้ว เป็นพระสงฆ์ ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับท่านแน่ชัดว่าอยู่ในยุคสมัยใด สันนิษฐานว่าท่านอยู่ในยุคที่มีสงครามพม่าและมรณภาพลงในช่วงนั้น ชาวบ้านเชื่อว่าดวงจิตของท่านยังคงอยู่และคุ้มครองวัดและชาวบ้านผู้เคารพนับถือ มีการสร้างเหรียญพ่อท่านคงแก้วออกมา

ตามประวัติวัดระบุนามเจ้าอาวาส พ.ศ. 2488 มีพระอาจารย์แดง เมื่อท่านได้มรณะภาพลง พระภิกษุหมึก (ครูหมึก มากะพันธุ์) ซึ่งเป็นครูใหญ่โรงเรียนวัดควนศรีได้รักษาการแทน ทำหน้าที่เจ้าอาวาส พ.ศ. 2492 ทางรัฐบาลออกกฎหมายให้พระภิกษุที่เป็นครูอยู่ต้องลาสิขาออกรับราชการ ครูหมึกจึงลาสิกขาออกรับราชการ เป็นครูใหญ่โรงเรียนวัดควนศรี

ภูมิปัญญาท้องถิ่น ควนศรี
ภูมิปัญญาท้องถิ่นในพื้นที่ ตำบลควนศรี อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีความโดดเด่นทั้งในด้านงานหัตถกรรมที่ประยุกต์ใช้ตามยุคสมัย และการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีที่สืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนาน ดังนี้
1. งานหัตถกรรมและเครื่องจักสาน
ชาวบ้านในตำบลควนศรีมีความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์เครื่องใช้ในครัวเรือนและการทำของใช้จากวัสดุในท้องถิ่น:
การจักสานเส้นพลาสติก: เป็นการนำภูมิปัญญาการสานแบบดั้งเดิมมาประยุกต์ใช้กับวัสดุสมัยใหม่ สร้างสรรค์เป็นตะกร้า กระเป๋า หรือของใช้ที่มีความทนทานและมีลวดลายสวยงาม
การทำไม้กวาดดอกหญ้า: ภูมิปัญญาการทำเครื่องใช้สำหรับทำความสะอาดบ้านเรือน ซึ่งเป็นอาชีพเสริมที่สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน
งานหัตถกรรมท้องถิ่นอื่น ๆ: มีการรวมกลุ่มอนุรักษ์งานหัตถกรรมดั้งเดิมที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวบ้านที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติ
2. ประเพณีและวัฒนธรรม
ควนศรีมีรากฐานทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ วัดควนศรี ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญทางจิตใจ:
ประเพณีชักพระ: งานบุญใหญ่หลังออกพรรษาที่ชาวบ้านจะร่วมใจกันตกแต่งเรือพนมพระและลากผ่านชุมชน
ประเพณีวันสารทเดือนสิบ: การทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษที่ล่วงลับ ซึ่งเป็นประเพณีหลักของชาวใต้ที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา
งานประจำปีวัดควนศรี: งานรื่นเริงและงานบุญที่เปิดโอกาสให้คนในชุมชนได้มาพบปะและสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น
3. เกษตรกรรมและวิถีชีวิต
ภูมิปัญญาที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรยังคงเป็นหัวใจสำคัญ เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร:
การเพาะชำกล้าไม้: ชาวควนศรีมีความชำนาญในการเพาะขยายพันธุ์พืช โดยเฉพาะกล้าไม้เศรษฐกิจอย่าง เงาะ ทุเรียน และยางพารา
การจัดการพื้นที่ "ควน" และ "พรุ": การปรับตัวตามลักษณะภูมิประเทศ โดยคำว่า "ควน" หมายถึงเนินเขาหรือที่สูง ซึ่งเป็นที่ตั้งของชุมชนและวัด ส่วนพื้นที่ลุ่มหรือ "พรุ" รอบ ๆ ถูกใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตรและการหาทรัพยากรท้องถิ่น
ปราชญ์ชาวบ้าน เฉพาะด้านในควนศรี
ในตำบลควนศรี อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีการรวบรวมรายชื่อปราชญ์ชาวบ้านและผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น โดยแบ่งตามความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่สำคัญ ดังนี้ครับ
1. ด้านศาสนาและพิธีกรรมถือเป็นหัวใจหลักของภูมิปัญญาควนศรี โดยมีผู้นำทางความเชื่อที่ดูแลด้านจิตวิญญาณและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น:
พระครูสมุห์โกศล พทฺธสีโล (เจ้าอาวาสวัดควนศรี): เป็นปราชญ์ด้านศาสนาที่เป็นศูนย์กลางในการอนุรักษ์ประเพณีดั้งเดิม เช่น การชักพระ และงานบุญประจำปี
นายสุรชัย สุขอ่อน (ไวยาวัจกรวัดควนศรี): ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการและประสานงานกิจการทางศาสนา รวมถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของชุมชนและวัตถุมงคลท้องถิ่น
2. ด้านเกษตรกรรมและการจัดการทรัพยากร เนื่องจากตำบลควนศรีมีประชากรกว่า 96.5% ประกอบอาชีพเกษตรกร จึงมีปราชญ์ที่ชำนาญในด้านนี้:
ปราชญ์ด้านการเพาะชำกล้าไม้: ชาวควนศรีมีความโดดเด่นในการเพาะขยายพันธุ์ไม้เศรษฐกิจ เช่น เงาะ ทุเรียน และยางพารา เพื่อส่งออกจำหน่ายทั่วประเทศ
ปราชญ์ด้านการจัดการแหล่งน้ำและป่าชุมชน: มีกลุ่มผู้มีความรู้ในการจัดการพื้นที่ "พรุ" และ "ป่าชุมชน" (เช่น บริเวณบ้านควนยูง) เพื่อใช้ประโยชน์ในด้านการเกษตรและแหล่งอาหารธรรมชาติอย่างยั่งยืน
3. ด้านหัตถกรรมและอาชีพเสริม มีการรวมกลุ่มเพื่อสืบทอดงานฝีมือที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชน:
กลุ่มหัตถกรรมจักสาน: มีปราชญ์ชาวบ้านที่ถ่ายทอดการทำเครื่องจักสานและไม้กวาดดอกหญ้า รวมถึงการประยุกต์สานเส้นพลาสติกเป็นผลิตภัณฑ์สมัยใหม่
ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารพื้นบ้าน: การทำขนมในประเพณีสารทเดือนสิบ ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่ส่งต่อกันภายในครัวเรือน

ทำไมต้องชื่อ 'ควน'? ส่องพิกัดลับและชัยภูมิที่ตั้งวัดควนศรีการเลือกใช้ชื่อบทเรียนนี้ ถือว่าน่าสนใจ เพราะคำว่า "ควน" ไม่ได้เป็นแค่ชื่อ แต่คือหัวใจทางกายภาพที่กำหนดตัวตนของวัดนี้ เรามาเจาะลึกเนื้อหาในบทเรียนนี้กัน

1. ทำไมต้องชื่อ 'ควน'?
ในภาษาใต้ คำว่า "ควน" แปลว่า เนินดิน หรือภูเขาขนาดเล็ก ซึ่งสูงกว่าที่ดอนแต่ไม่สูงเท่าภูเขาขนาดใหญ่
รากศัพท์: สันนิษฐานว่ามาจากภาษามาเลย์คำว่า gual หรือ guar
นัยสำคัญ: การใช้คำว่าควนนำหน้าชื่อวัดหรือหมู่บ้าน บ่งบอกว่าพื้นที่นั้นตั้งอยู่บนจุดที่สูงกว่าบริเวณโดยรอบ ซึ่งในสมัยก่อนการสร้างวัดบนที่สูงช่วยป้องกันน้ำท่วมและทำให้วัดดูสง่างาม เป็นศูนย์กลางจิตใจที่ผู้คนต้อง "ขึ้น" ไปหา

2. ส่อง "พิกัดลับ" วัดควนศรี วัดควนศรี (ชื่อเป็นทางการคือ วัดควนศรีแก้วประเสริฐ) ซ่อนตัวอยู่ในชัยภูมิที่น่าสนใจดังนี้:
ที่ตั้ง: ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ซึ่งชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า "บ้านควนวัด" ในตำบลควนศรี อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี
พิกัดทางภูมิศาสตร์: พื้นที่โดยรอบเป็นที่ราบสลับเนินเขาลอนลาด มีความอุดมสมบูรณ์สูงจากดินเชิงเขาที่เหมาะแก่การทำสวนไม้ผลและยางพารา
จุดเชื่อมต่อสำคัญ: ตั้งอยู่ใกล้กับ แม่น้ำตาปี สายน้ำหลักของจังหวัด ซึ่งในอดีตอาจใช้เป็นเส้นทางสัญจรสำคัญก่อนที่จะมีถนนเข้าถึงวัด

3. ชัยภูมิแห่งศรัทธา การเลือกตั้งวัดบน "ควน" แห่งนี้ไม่ได้มีดีแค่เรื่องหนีน้ำท่วม แต่คือการเลือก "ชัยภูมิที่เป็นมงคล":
ความร่มรื่น: ด้วยสภาพอากาศแบบมรสุมที่มีฝนตกชุกและการตั้งอยู่บนเนินสูง ทำให้วัดมีลมพัดผ่านตลอดเวลาและมีความเย็นสบาย
ความศักดิ์สิทธิ์: ตามประวัติเชื่อว่าเป็นวัดเก่าแก่มาตั้งแต่สมัย ศรีวิชัย การเลือกจุดที่สูงที่สุดในละแวกนั้นเป็นที่ประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่าง "พ่อท่านคงแก้ว" จึงเป็นการตอกย้ำถึงความเคารพสูงสุดของชุมชน

ลักษณะศาสนสถาน: เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย มีบรรยากาศร่มรื่นสไตล์วัดป่าหรือวัดบนเนินเขา ภายในวัดมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านให้ความเคารพคือ "พ่อท่านคงแก้ว" ซึ่งเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่
สภาพภูมิอากาศ: พื้นที่บริเวณวัดได้รับอิทธิพลจากสภาพอากาศแบบร้อนชื้น มีฝนตกชุกในช่วงฤดูฝนและอากาศแจ่มใสในช่วงฤดูแล้ง

3.1 วัดควนศรีในฐานะศูนย์กลางโครงสร้างทางสังคม (Social Hub)
ในมิติทางสังคม วัดควนศรีทำหน้าที่เป็น "ลานชุมชน" ที่ทลายกำแพงระหว่างบ้านและหน่วยงานราชการ :
พื้นที่สื่อสาร: เป็นจุดนัดพบที่ชาวบ้านจากทั้ง 8 หมู่บ้านมาพบปะกัน ไม่ใช่แค่ในวันพระ แต่รวมถึงการประชุมหมู่บ้าน หรือการหารือเรื่องปากท้องและการเกษตร
พื้นที่ลดความขัดแย้ง: วัดและเจ้าอาวาสทำหน้าที่เป็น "คนกลาง" หรือ "ผู้ไกล่เกลี่ย" โดยใช้หลักธรรมและบารมีทางศรัทธาในการสร้างความประนีประนอมในชุมชน ทำให้สังคมควนศรีอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
3.2 การสร้างทุนทางสังคมผ่านประเพณีและงานบุญ (Social Capital)
การรวมตัวกันทำกิจกรรมที่วัดช่วยสร้าง "พลังกลุ่ม" ที่เข้มแข็ง:
ประเพณีชักพระ : พลังแห่งความสามัคคี: การตกแต่งเรือพนมพระของวัดควนศรีไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่คือกระบวนการที่ชาวบ้านต้องมาลงแขก ช่วยกันทำ ช่วยกันลาก ซึ่งเป็นการสร้างความผูกพันและเครือข่ายความร่วมมือ (Networking) ที่หาได้ยากในสังคมเมือง
งานบุญเดือนสิบ : การตอกย้ำระบบอาวุโส: เป็นช่วงเวลาที่คนรุ่นใหม่ในควนศรีที่ไปทำงานต่างถิ่นจะกลับมาหาผู้ใหญ่และมาทำบุญที่วัด เป็นการรักษาระบบครอบครัวและลำดับความสำคัญทางสังคมให้ยังคงอยู่
3.3 บทบาทในการเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และสวัสดิการชุมชน (Education & Welfare)
วัดควนศรีทำหน้าที่มากกว่าศาสนสถาน แต่เป็นสถานศึกษาและสงเคราะห์ :
คลังภูมิปัญญา: วัดเป็นที่รวบรวมปราชญ์ชาวบ้าน เมื่อมีงานวัด เราจะเห็นการถ่ายทอดวิชาทำอาหารพื้นบ้าน งานจักสาน และศิลปะท้องถิ่นจากผู้เฒ่าผู้แก่สู่ลูกหลานโดยธรรมชาติ
ที่พึ่งยามวิกฤต: ในมิติทางสังคม วัดควนศรีมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือสวัสดิการชุมชน เช่น การสงเคราะห์ผู้ยากไร้ หรือการใช้พื้นที่วัดเป็นจุดรับความช่วยเหลือเมื่อเกิดภัยทางธรรมชาติ
3.4 การปรับตัวของวิถีวัดสู่วิถีชุมชนร่วมสมัย (Social Adaptation)
วัดควนศรีมีความสำคัญในการพาสังคมเดินหน้าไปตามยุคสมัย:
การใช้วัดเป็นแหล่งเรียนรู้ดิจิทัลหรือการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก (เศรษฐกิจชุมชน) ผ่านการนำนักท่องเที่ยวมาชมความงามของวัดและวิถีชีวิตรอบ "ควน"
สรุปเนื้อหาบทที่ 3:
วิถีของวัดควนศรีและวิถีของชุมชนจึงเป็นเรื่องเดียวกันอย่างแยกไม่ออก วัดช่วยขัดเกลาคนให้เป็น "คนดี" ของสังคม ในขณะที่ชุมชนก็ช่วยทำนุบำรุงวัดให้เป็น "ที่พึ่ง" ที่แข็งแรง ความสำคัญในมิติทางสังคมนี้เองที่เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ตำบลควนศรีมีความเข้มแข็งและมีอัตลักษณ์ที่ชัดเจนจนถึงปัจจุบัน

สำหรับกิจกรรม "เล่าเรื่องควนศรีผ่านรอยจารึก : ย้อนรอยประวัติศาสตร์จากศาลาสู่พรุ" จะเป็นกิจกรรมที่เน้นการดึงเอา "เรื่องเล่าที่ไม่มีในตำรา" มาถ่ายทอดผ่านสถานที่จริง โดยมีปราชญ์ชาวบ้านเป็นผู้นำทางเนื้อหา ดังนี้
โครงสร้างเนื้อหา : เล่าเรื่องควนศรีผ่านรอยจารึก
จุดที่ 1: ศาลาการเปรียญ / อุโบสถวัดควนศรี (จุดเริ่มต้น: รากแห่งศรัทธา)
รอยจารึกแห่งศรัทธา: ปราชญ์ชาวบ้านจะเริ่มต้นเล่าจากหลักฐานที่มองเห็น เช่น ปี พ.ศ. ที่จารึกบนแผ่นป้ายผู้ร่วมสร้างวัด หรือรอยแกะสลักบนเสาศาลา
เรื่องเล่าจากปราชญ์:
ความเป็นมาของชื่อ "ควนศรี" (ทำไมต้องชื่อศรี? ความเชื่อเรื่องสิริมงคลในอดีตคืออะไร?)
เรื่องเล่าอภินิหารหรือบารมีของอดีตเจ้าอาวาสที่สร้างวัดร่วมกับชาวบ้าน
การใช้พื้นที่วัดเป็น "โรงเรียนหลังแรก" ของเด็กๆ ในตำบลก่อนที่จะมีอาคารเรียนจริงจัง
2. ลานเรือพนมพระ (สัญลักษณ์แห่งความร่วมใจ)
รอยจารึกบนความเคลื่อนไหว: ชมลวดลายการแกะสลักเรือพนมพระ ซึ่งแต่ละลวดลายคือ "รอยจารึกทางศิลปะ" ที่ส่งต่อกันรุ่นสู่รุ่น
เรื่องเล่าจากปราชญ์:
เบื้องหลังการทำเรือพระที่ต้องใช้ความอดทนและการ "ลงแขก" (คนทำไม้ คนแทงหยวก คนหาอาหารเลี้ยงช่าง)
ความเชื่อเรื่องการลากพระผ่านเส้นทางต่างๆ ในควนศรี เพื่อปัดเป่าโพยภัยและสร้างขวัญกำลังใจให้เกษตรกร
3. จาก "ควน" (เนินเขาสูง) มองสู่ "พรุ" (พื้นที่ลุ่มต่ำ)
รอยจารึกบนภูมิศาสตร์: นำผู้ร่วมกิจกรรมไปยังจุดที่มองเห็นความต่างของพื้นที่ ระหว่างพื้นที่ตั้งวัดที่เป็น "ควน" และพื้นที่รอบๆ ที่เป็น "พรุ"
เรื่องเล่าจากปราชญ์:
วิถีคนบนควน: การปลูกบ้าน การจัดการแหล่งน้ำบนที่สูง และภูมิปัญญาการทำเกษตรบนเนิน
วิถีคนริมพรุ: ในอดีตพรุควนศรีมีความสำคัญอย่างไร? (เป็นแหล่งหาปลา เป็นที่เก็บน้ำธรรมชาติ)
การปรับตัวของชาวบ้านเมื่อฤดูน้ำหลาก และความสัมพันธ์ระหว่าง "คน-วัด-น้ำ" ที่เกื้อกูลกัน
4. ฐานเรียนรู้ภูมิปัญญา (รอยจารึกแห่งการอยู่รอด)
รอยจารึกบนมือและเครื่องมือ: สาธิตงานหัตถกรรม เช่น การทำไม้กวาดหรือการสานตะกร้า
เรื่องเล่าจากปราชญ์:
เหตุผลที่ต้องทำไม้กวาดหรือจักสาน (เพราะวัสดุจากป่ารอบพรุมีเหลือเฟือ)
สอนการดู "ลาย" ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของคนควนศรี ซึ่งเป็นรอยจารึกทางวัฒนธรรมที่กินได้และขายได้จริง
เทคนิคการเล่าเรื่อง (Storytelling Tips)
ใช้คำถามนำ: ให้ปราชญ์ถามผู้ร่วมกิจกรรมว่า "รู้ไหมทำไมพระพุทธรูปองค์นี้ถึงหันหน้าไปทางทิศนี้?" เพื่อกระตุ้นความสงสัย
เชื่อมโยงกับปัจจุบัน: เปรียบเทียบความลำบากในอดีต (เช่น การเดินทางผ่านพรุ) กับความสะดวกในปัจจุบัน เพื่อให้เห็นถึงความเพียรของบรรพบุรุษ
ปิดท้ายด้วยข้อคิด: ให้ปราชญ์ฝากแง่คิดเรื่อง "ความกตัญญูต่อแผ่นดินเกิด" และ "การรักษาป่าพรุ" เพื่อความยั่งยืน

กำหนดการย่อ (Agenda):
09.00 - 10.30 น.: ฟังตำนานวัดและชมรอยจารึกในอุโบสถ
10.30 - 12.00 น.: เดินทางชมพื้นที่พรุและฟังวิถีชีวิตเกษตรกร
12.00 - 13.00 น.: ล้อมวงกินข้าวแกงวัด (สำรับคนควนศรี) และฟังเรื่องตลกขบขันจากปราชญ์

กิจกรรมนี้จะทำให้ผู้เข้าร่วมรู้สึกว่า "ประวัติศาสตร์ไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อในหนังสือ แต่คือลมหายใจที่ยังมีชีวิตอยู่ในตำบลควนศรี"

แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาภูมิปัญญาวัดควนศรีสู่ความยั่งยืนในยุคดิจิทัล จะเป็นการนำเสนอทางออกและการปรับตัวของชุมชนเพื่อให้ภูมิปัญญาไม่สูญหายไปพร้อมกับยุคสมัยครับ โดยสามารถแบ่งเนื้อหาออกเป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้
5.1 การอนุรักษ์เชิงรุกด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Preservation)
การรักษาข้อมูลภูมิปัญญาไม่ให้เลือนหายไปพร้อมกับปราชญ์ชาวบ้าน:
การจัดทำคลังปัญญาดิจิทัล (Digital Archive): รวบรวมประวัติวัด ประวัติปราชญ์ชาวบ้าน และขั้นตอนการทำหัตถกรรม (เช่น การจักสาน การทำเรือพระ) จัดเก็บในรูปแบบวิดีโอ 4K และฐานข้อมูลออนไลน์ เพื่อให้คนรุ่นหลังสืบค้นได้ตลอดเวลา
พิพิธภัณฑ์เสมือนจริง (Virtual Museum): ใช้เทคโนโลยีภาพถ่าย 360 องศา หรือ AR (Augmented Reality) เพื่อจำลองบรรยากาศวัดควนศรีและประเพณีชักพระ ให้นักเรียนและนักท่องเที่ยวเข้าชมได้จากทุกที่ทั่วโลกผ่านสมาร์ทโฟน
5.2 การพัฒนาทุนวัฒนธรรมสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy)
การทำให้ภูมิปัญญา "กินได้" และสร้างรายได้กลับสู่ชุมชน:
การยกระดับผลิตภัณฑ์ (Branding & Design): นำลายกนกและอัตลักษณ์จากวัดควนศรีมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์จักสานพลาสติกหรือไม้กวาดให้ดูทันสมัย (Minimal Style) เพื่อเจาะกลุ่มตลาดคนรุ่นใหม่และจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์ม E-commerce (Shopee/TikTok Shop)
เส้นทางท่องเที่ยววิถีศรัทธาดิจิทัล: พัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวรอบวัดและป่าพรุ โดยมี QR Code ติดตามจุดต่างๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวสแกนฟังเสียงบรรยายจากปราชญ์ชาวบ้าน (Audio Guide) สร้างความน่าสนใจและลดภาระวิทยากรท้องถิ่น
5.3 การสร้างเครือข่ายความร่วมมือผ่านโมเดล "บวร ดิจิทัล"
การสร้างความยั่งยืนด้วยการมีส่วนร่วมของคนทุกวัย:
เยาวชนดิจิทัลรักษ์ถิ่น (Young Creators): ส่งเสริมให้โรงเรียนในควนศรีบรรจุวิชาภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยให้เด็กๆ ทำหน้าที่เป็น "นักเล่าเรื่อง" (Storyteller) ผลิตคอนเทนต์ในรูปแบบ TikTok หรือ Reels เพื่อสื่อสารคุณค่าของวัดควนศรีไปยังสังคมวงกว้าง
การถ่ายทอดความรู้ข้ามรุ่น: ใช้พื้นที่วัดเป็นศูนย์เรียนรู้ดิจิทัลชุมชน โดยปราชญ์ชาวบ้านสอน "วิชาตัวจริง" (ทักษะงานฝีมือ) และเยาวชนสอน "วิชาไอที" (การขายออนไลน์/การถ่ายภาพ) ให้กับผู้สูงอายุ เกิดเป็นความเข้มแข็งทางสังคม

สรุปแนวทางสู่ความยั่งยืน
ความยั่งยืนของวัดควนศรีในยุคดิจิทัลไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนวัดให้กลายเป็นเทคโนโลยีทั้งหมด แต่คือการใช้ "เครื่องมือสมัยใหม่" มาเป็นสะพานเชื่อมเพื่อให้ "คุณค่าดั้งเดิม" ยังคงหายใจได้ในโลกปัจจุบัน ทำให้คนในชุมชนเกิดความภาคภูมิใจและมีรายได้ที่มั่นคงจากการรักษาฐานรากทางวัฒนธรรมของตนเอง

ตัวอย่างกำหนดการกิจกรรมที่ออกแบบมาเพื่อใช้ประกอบใน บทที่ 5
โดยเน้นการดึงเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และพัฒนาภูมิปัญญาวัดควนศรีผ่านสื่อสมัยใหม่
ชื่อกิจกรรม: ค่ายเยาวชน "ควนศรี Digital Storyteller" (นักเล่าเรื่องน้อย รักษ์ถิ่นเกิด)
วัตถุประสงค์:
เพื่อให้เยาวชนในตำบลควนศรีมีความรู้ความเข้าใจในภูมิปัญญาท้องถิ่นและประวัติศาสตร์วัดควนศรี
เพื่อพัฒนาทักษะการผลิตสื่อสร้างสรรค์ (TikTok/Reels) ในการประชาสัมพันธ์ทุนวัฒนธรรมชุมชน
เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมระหว่าง "ปราชญ์ชาวบ้าน" และ "เยาวชน" ในยุคดิจิทัล
กลุ่มเป้าหมาย: นักศึกษา ศกร.ระดับตำบลควนศรี จำนวน 15 คน
สถานที่: วัดควนศรี และ แหล่งเรียนรู้ป่าพรุชุมชน

กำหนดการกิจกรรม (ระยะเวลา 1 วันเต็ม)
08:30 – 09:00 น. | ลงทะเบียนและรับอุปกรณ์
รับเอกสารประกอบการเรียนรู้ และป้ายชื่อกลุ่ม
09:00 – 09:30 น. | พิธีเปิดและปฐมนิเทศ
เจ้าอาวาสวัดควนศรีให้โอวาทเรื่อง "ความสำคัญของรากเหง้าในโลกสมัยใหม่"
ชี้แจงภารกิจ: "สร้างคลิป 1 นาที เปลี่ยนวิถีควนศรีให้โลกจำ"
09:30 – 11:00 น. | กิจกรรมช่วงที่ 1: "ตะลุยควน...ค้นขุมทรัพย์ความรู้"
แบ่งกลุ่มเดินสำรวจวัดควนศรีและจุดจารึกประวัติศาสตร์
Station 1: "คุยกับปราชญ์" – ฟังตำนานชักพระและการทำเรือพนมพระจากผู้เชี่ยวชาญ
Station 2: "รอยจารึกศาลา" – สำรวจศิลปะและสถาปัตยกรรมภายในวัด
Station 3: "ภูมิปัญญาจักสาน" – ชมสาธิตและทดลองทำหัตถกรรมจักสานพลาสติก/ไม้กวาด
11:00 – 12:00 น. | กิจกรรมช่วงที่ 2: "Storytelling Workshop"
เทคนิคการจับประเด็น (Hook) จากคำบอกเล่าของปราชญ์ชาวบ้าน
สอนการตั้งชื่อเรื่องให้น่าสนใจ และการวางโครงเรื่อง (Storyboard) สำหรับคลิปสั้น
12:00 – 13:00 น. | พักรับประทานอาหารกลางวัน
เมนูอาหารพื้นถิ่นควนศรี (เรียนรู้ชื่ออาหารและวัตถุดิบจากป่าพรุ)
13:00 – 15:00 น. | กิจกรรมช่วงที่ 3: "Digital Creator Production"
ลงพื้นที่ถ่ายทำจริงตามจุดต่างๆ ที่ได้สำรวจมา
Workshop การตัดต่อเบื้องต้นด้วยสมาร์ทโฟน (ใส่เพลงประกอบ, ใส่คำบรรยาย, และการเลือกมุมกล้อง)
ที่ปรึกษา: ปราชญ์ชาวบ้านคอยให้ข้อมูลเนื้อหา และพี่เลี้ยงอาสาช่วยเทคนิคการตัดต่อ
15:00 – 16:00 น. | กิจกรรมช่วงที่ 4: "Showcase & Share"
นำเสนอผลงานคลิปวิดีโอของแต่ละกลุ่มบนหน้าจอใหญ่
ปราชญ์ชาวบ้านและตัวแทนชุมชนให้คะแนนความถูกต้องและความสร้างสรรค์
มอบเกียรติบัตร "ทูตน้อยภูมิปัญญาควนศรี"
16:00 – 16:30 น. | สรุปกิจกรรมและปิดโครงการ

แชร์ผลงานลงในสื่อโซเชียลพร้อมติดแฮชแท็ก #ควนศรีดีต่อใจ #วัดควนศรี #ภูมิปัญญาบ้านนาสาร

ผลที่คาดว่าจะได้รับ (เพื่อใส่ในรายงาน):

สื่อดิจิทัล: มีคลิปวิดีโอประชาสัมพันธ์วัดควนศรีและภูมิปัญญาชุมชนอย่างน้อย 5-8 คลิป
เครือข่าย: เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้สูงอายุ (ปราชญ์) และเด็กๆ ในชุมชน
การเข้าถึง: ข้อมูลภูมิปัญญาวัดควนศรีถูกแพร่กระจายเข้าสู่โลกออนไลน์ สร้างการรับรู้ในวงกว้าง
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

การเรียนรู้วัดคู่บ้านคู่ชุมชน "วัดควนศรี" (20 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/20 ข้อ การเรียนรู้วัดคู่บ้านคู่ชุมชน "วัดควนศรี"
1 "ประวัติศาสตร์" ในบริบทของท้องถิ่นวัดควนศรี มีความหมายที่สำคัญที่สุดอย่างไร
2 การศึกษา "ภูมิปัญญาท้องถิ่น" ของวัดควนศรี สะท้อนถึงสิ่งใด
3 "วัดควนศรี" ทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาในฐานะใด
4 หากนักศึกษาต้องการรวบรวมประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาของวัดควนศรี วิธีการใด "น่าเชื่อถือ" และ "ครบถ้วน" ที่สุด
5 คำว่า "ควน" ในภาษาถิ่นใต้ที่ปรากฏในชื่อ "วัดควนศรี" มีความหมายตรงกับข้อใด
6 การตั้งวัดบน "ควน" สะท้อนถึงภูมิปัญญาด้านชัยภูมิในการป้องกันภัยธรรมชาติข้อใดมากที่สุด
7 "พิกัดลับ" หรือตำแหน่งที่ตั้งของวัดควนศรี มักมีลักษณะความสัมพันธ์กับชุมชนอย่างไรตามความเชื่อโบราณ
8 ารศึกษาเรื่อง "ชัยภูมิที่ตั้ง" ของวัดควนศรี ช่วยให้เราเข้าใจเรื่องใดเกี่ยวกับคนในอดีต
9 บทบาทของวัดควนศรีในฐานะ "ศูนย์กลางทางสังคม" (Social Hub) ชัดเจนที่สุดในเหตุการณ์ใด
10 คำว่า "บวร" (บ้าน วัด โรงเรียน) ที่วัดควนศรีนำมาใช้ มีเป้าหมายสำคัญอย่างไรในมิติสังคม
11 "คุณค่าทางจิตใจ" ที่วัดควนศรีมอบให้กับชุมชนในยามที่มีวิกฤตหรือความทุกข์คืออะไร
12 การที่วัดควนศรีเปิดพื้นที่เป็น "ลานชุมชน" ให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นถ่ายทอดองค์ความรู้ เช่น การสร้างเรือพระ ส่งผลต่อความสัมพันธ์ในชุมชนอย่างไร
13 การ "ฟังปราชญ์ชาวบ้าน" เล่าเรื่องประวัติศาสตร์วัดควนศรี มีข้อดีที่แตกต่างจากการอ่านในตำราอย่างไร
14 จากคำบอกเล่า "รอยจารึก" หรือร่องรอยในอดีตที่ปรากฏตามศาลาหรือสิ่งก่อสร้างในวัดควนศรี บอกเล่าเรื่องราวใดเป็นสำคัญ
15 "จากศาลาสู่พรุ" คำว่า "พรุ" ในบริบทของพื้นที่รอบวัดควนศรี สะท้อนถึงลักษณะทางกายภาพและการใช้ชีวิตอย่างไร
16 หากนักศึกษาต้องการสืบทอดเรื่องราว "ประวัติศาสตร์จากคำบอกเล่า" ของวัดควนศรีให้คงอยู่ต่อไป ควรทำอย่างไร
17 การนำ "ยุคดิจิทัล" มาใช้ในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาวัดควนศรี ข้อใดเกิดประโยชน์สูงสุดในด้านการเผยแพร่
18 ความยั่งยืน (Sustainability) ของภูมิปัญญาวัดควนศรีจะเกิดขึ้นได้อย่างไรในระยะยาว
19 หากต้องการพัฒนา "วัดควนศรี" ให้เป็น Smart Learning Space (พื้นที่เรียนรู้อัจฉริยะ) ควรเริ่มจากสิ่งใด
20 นักศึกษาในยุคดิจิทัลสามารถมีส่วนร่วมในการ "พัฒนา" ภูมิปัญญาวัดควนศรีได้อย่างไร
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /20 ข้อ