1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

นายธวัชชัย ธารายศ

แหล่งเรียนรู้: นายธวัชชัย ธารายศ

รายละเอียดหลักสูตร

แนวจัดการพื้นที่เกษตรผสมผสาน เกษตรทฟษฎีใหม่ กับภูมิปัญญาพื้นบ้านตามศาสตร์พระราชา (ร.9) เน้นการจัดการน้ำ หนอง คลองใส้ไก่ ปลุกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง โคก และปลูกข้าวนา เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ยั่งยืน ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้และพึ่งพาตนเองได้สอดคล้องกับหลักธรรมชาติ

จำนวนชั่วโมงเรียน
1.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
60%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

นายธวัชชัย ธารายศ

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

นื้อหาหลักสูตร โคก หนอง นา โมเดล ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างทักษะและปรับทัศนคติให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยปกติจะมีการอบรมใน 2 รูปแบบหลัก คือ หลักสูตรเข้มข้น 5 วัน 4 คืน สำหรับแกนนำ
1หลักสูตรจะครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติเพื่อเน้นความเข้าใจที่นำไปใช้ได้จริง:
1.1 การปรับทัศนคติและแรงบันดาลใจ (ด้านคน): สร้างความเข้าใจในหลักกสิกรรมธรรมชาติและศาสตร์พระราชา
1.2.ทฤษฎีบันได 9 ขั้นสู่ความพอเพียง: เรียนรู้การจัดการชีวิตจาก "พอกิน พอใช้ พออยู่ พอร่มเย็น" ไปสู่ขั้นก้าวหน้า
2.การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ:
ด้านดิน: การปรับปรุงคุณภาพดิน (เช่น การห่มดิน) และการทำน้ำหมักจุลินทรีย์
ด้านน้ำ: หลักการบริหารจัดการน้ำ การขุดคลองไส้ไก่ และการทำหลุมขนมครกเพื่อกักเก็บน้ำ
3.การออกแบบพื้นที่ตามภูมิสังคม: ฝึกคำนวณพื้นที่และออกแบบสัดส่วน 30:30:30:10 ให้สอดคล้องกับสภาพดิน น้ำ และลมในพื้นที่จริง
4.การปลูกป่า 5 ระดับ (ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง): เรียนรู้การปลูกไม้สูง ไม้กลาง ไม้เตี้ย ไม้เรี่ยดิน และไม้หัว เพื่อความหลากหลายทางชีวภาพ

ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (Specialized Expertise) ในการทำ โคก หนอง นา ไม่ใช่แค่การขุดดินหรือปลูกต้นไม้ทั่วไป แต่เป็นทักษะการบริหารจัดการทรัพยากรแบบองค์รวม เพื่อให้ระบบนิเวศพึ่งพาตนเองได้จริง โดยมีทักษะสำคัญดังนี้ค่ะ:
1. การออกแบบเชิงภูมิสังคม (Geo-Social Design)
นี่คือหัวใจสำคัญที่สุด ผู้เชี่ยวชาญต้องมีทักษะในการ:
วิเคราะห์ทิศทางแสงและลม: วางตำแหน่ง "โคก" เพื่อบังแดดให้บ้าน หรือวาง "หนอง" ในทิศทางที่ลมพัดผ่านเพื่อสร้างความเย็น
คำนวณปริมาณน้ำ (Water Management): คำนวณปริมาณน้ำฝนที่ตกลงในพื้นที่ เพื่อออกแบบขนาดหนองให้พอใช้ตลอดทั้งปีโดยไม่ล้นหรือแห้งขอด
อ่านลักษณะดิน: ทราบว่าดินในพื้นที่เป็นดินทราย ดินเหนียว หรือดินเค็ม เพื่อเลือกวิธีขุดและพืชที่เหมาะสม
2. กสิกรรมธรรมชาติ (Natural Agriculture)
ความเชี่ยวชาญในการปรุงดินและดูแลพืชแบบไม่ใช้สารเคมี:
การห่มดิน (Sheet Mulching): เทคนิคการคลุมดินด้วยฟางหรือใบไม้เพื่อรักษาความชื้นและสร้างจุลินทรีย์
การทำปุ๋ยชีวภาพสูตรต่างๆ: เช่น น้ำหมักรสจืด รสขม หรือรสเปรี้ยว เพื่อใช้ในการบำรุงดินหรือกำจัดศัตรูพืช
การปลูกป่า 5 ระดับ: ทักษะการจัดวางตำแหน่งต้นไม้ (ไม้สูง, ไม้กลาง, ไม้เตี้ย, ไม้เรี่ยดิน, ไม้หัว) ให้เติบโตไปด้วยกันได้โดยไม่เบียดกัน
3. วิศวกรรมระบบน้ำชุมชน (Community Water Engineering)
การจัดการน้ำไหลเวียนในพื้นที่:
การขุดคลองไส้ไก่: ทักษะการขุดทางน้ำให้คดเคี้ยวเพื่อชะลอน้ำและกระจายความชื้นไปทั่วพื้นที่ (ไม่ใช่ขุดเป็นเส้นตรง)
การทำหลุมขนมครก: เทคนิคการขุดบ่อเล็กๆ กระจายตัวเพื่อเก็บกักน้ำเฉพาะจุด
ระบบสูบน้ำพลังงานสะอาด: การติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อดึงน้ำขึ้นสู่ที่สูง (โคก) แล้วให้ไหลลงมาตามแรงโน้มถ่วง
4. การแปรรูปและสร้างมูลค่า (Value Added)
เมื่อมีผลผลิตเหลือจาก "พอกิน" ผู้เชี่ยวชาญต้องรู้วิธีจัดการ:
การถนอมอาหาร: เทคนิคการยืดอายุผลผลิตเกษตรอินทรีย์
การออกแบบผลิตภัณฑ์: การสร้างแบรนด์สินค้าชุมชนที่สะท้อนถึงวิถีโคก หนอง นา

เนื้อหาบทเรียนของ โคก หนอง นา โมเดล (หรือหลักสูตรกสิกรรมธรรมชาติ) มักแบ่งออกเป็น 5 ภาคการเรียนรู้หลัก เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจทั้งวิธีคิดและวิธีการลงมือทำอย่างเป็นระบบ
1. ภาคทฤษฎีและทัศนคติ (Mindset)
ศาสตร์พระราชา: ศึกษาหลักการทรงงาน และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
บันได 9 ขั้นสู่ความพอเพียง:
ขั้นพื้นฐาน: พอกิน, พอใช้, พออยู่, พอร่มเย็น (เน้นการพึ่งพาตนเอง)
ขั้นก้าวหน้า: ทำบุญ, ทาน, เก็บรักษา, ค้าขาย, เครือข่าย (เน้นการแบ่งปันและธุรกิจชุมชน)
หลักกสิกรรมธรรมชาติ: การเข้าใจกฎของธรรมชาติ ดิน น้ำ ลม ไฟ
2. การออกแบบเชิงภูมิสังคม (Design)
การอ่านพื้นที่: สำรวจทิศทางแดด (ตะวันออก-ตก) และทิศทางลม เพื่อวางตำแหน่งบ้านและหนองน้ำ
การคำนวณสัดส่วน (30:30:30:10):
30% แหล่งน้ำ: ขุดหนอง คลองไส้ไก่ และหลุมขนมครก
30% เกษตรกรรม: ปลูกข้าว ปลูกพืชผสมผสาน
30% ป่าไม้: ปลูกป่า 5 ระดับ (สูง กลาง เตี้ย เรี่ยดิน หัว)
10% ที่อยู่อาศัย: บ้าน โรงเรือนสัตว์ และถนน
การกักเก็บน้ำในดิน: เรียนรู้วิธีทำให้น้ำไหลช้าลงและซึมลงใต้ดินให้มากที่สุด
3. การจัดการดินและน้ำ (Soil & Water)
การปรุงดิน: "เลี้ยงดิน ให้ดินเลี้ยงพืช" ผ่านการทำปุ๋ยหมักแห้งและน้ำหมักชีวภาพ
การห่มดิน: การนำฟางหรือเศษใบไม้มาคลุมหน้าดินเพื่อรักษาความชื้นและเป็นอาหารให้จุลินทรีย์
ระบบน้ำเดิน: การขุดคลองไส้ไก่เพื่อกระจายความชื้นไปทั่วพื้นที่โดยไม่ต้องใช้ท่อ
4. การจัดการป่าและพืชพรรณ (Forestry)
ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง: ปลูกไม้ใช้สอย ไม้กินได้ และไม้เศรษฐกิจ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์คือ พอกิน พอใช้ พออยู่ และพอร่มเย็น
ป่า 5 ระดับ: การปลูกพืชที่ระดับความสูงต่างกันในพื้นที่เดียวกันเพื่อเลียนแบบระบบนิเวศป่าธรรมชาติ
5. การลงมือปฏิบัติจริง (Workshop)
ฐานเรียนรู้รักษ์แม่ธรณี: ฝึกทำปุ๋ยและน้ำหมัก
ฐานเรียนรู้รักษ์แม่คงคา: ฝึกปั้นคันนาทองคำ หรือขุดคลองไส้ไก่
ฐานเรียนรู้รักษ์พลังงาน: การทำเผาถ่านส้มควันไม้

. เทคนิคการจัดการน้ำ (หนอง)
เน้นการเก็บน้ำไว้ในพื้นที่ให้มากที่สุดด้วยวิธีเลียนแบบธรรมชาติ:
คลองไส้ไก่: ขุดร่องน้ำขนาดเล็กคดเคี้ยวไปตามพื้นที่ เพื่อกระจายความชื้นแทนการใช้ท่อ
หลุมขนมครก: ขุดบ่อเล็กๆ กระจายอยู่ตามจุดต่างๆ เพื่อดักน้ำฝนไม่ให้ไหลทิ้ง
ฝายชะลอน้ำ: สร้างคันกั้นน้ำในคลองไส้ไก่เป็นระยะ เพื่อช่วยให้น้ำซึมลงดินได้มากขึ้น
คันนาทองคำ: ปั้นคันนาให้กว้างและสูง (ประมาณ 1 เมตร) เพื่อใช้ปลูกผักบนคันนาและเก็บกักน้ำในนาได้ลึกขึ้น
2. เทคนิคการจัดการดิน (โคก)
เน้นการฟื้นฟูดินให้กลับมาอุดมสมบูรณ์โดยไม่ต้องใช้สารเคมี:
การห่มดิน: ใช้ฟาง เศษใบไม้ หรือหญ้าแห้ง คลุมหน้าดินให้หนา เพื่อรักษาความชื้นและเป็นที่อยู่ของจุลินทรีย์
แห้งชาม-น้ำชาม: การใส่ปุ๋ยคอก (แห้งชาม) ตามด้วยน้ำหมักชีวภาพ (น้ำชาม) เพื่อให้จุลินทรีย์ย่อยสลายสารอาหารลงสู่รากพืชได้เร็ว
การทำน้ำหมักรสจืด: ใช้หน่อกล้วยหรือพืชอวบน้ำมาหมัก เพื่อช่วยบำรุงดินและล้างสารพิษในดิน
3. เทคนิคการจัดการป่า (ป่า 5 ระดับ)
ปลูกพืชให้มีระดับความสูงต่างกันเพื่อใช้พื้นที่ให้คุ้มค่าที่สุด:
ไม้สูง: เช่น ยางนา ตะเคียน (ไม้เศรษฐกิจ/ให้ร่มเงา)
ไม้กลาง: เช่น มะม่วง ขนุน (ไม้ผลกินได้)
ไม้เตี้ย: เช่น พริก มะเขือ กะเพรา (พืชผักสวนครัว)
ไม้เรี่ยดิน: เช่น ผักบุ้ง ฟักทอง (พืชคลุมดิน)
ไม้หัว: เช่น ขิง ข่า มันสำปะหลัง (เก็บอาหารไว้ใต้ดิน)

การถ่ายทอดองค์ความรู้ โคก หนอง นา โมเดล เน้นกระบวนการ "เรียนรู้จากการลงมือทำ" (Learning by Doing) เพื่อให้เกษตรกรหรือผู้สนใจสามารถนำไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเองได้อย่างแท้จริง โดยมีกระบวนการหลักดังนี้
วิธีการถ่ายทอดที่สำคัญ
การเอามื้อสามัคคี: การลงแขกช่วยกันในแปลงจริง เป็นการถ่ายทอดทักษะผ่านการทำงานร่วมกันและสร้างเครือข่าย
ฐานเรียนรู้ปฏิบัติการ: แบ่งเนื้อหาเป็นฐานๆ เช่น ฐานปั้นคันนา, ฐานทำน้ำหมัก เพื่อให้ฝึกทำจนชำนาญ
การใช้สื่อภาพและโมเดล: ใช้หุ่นจำลองหรือการวาดผังเพื่อช่วยให้เห็นภาพรวมก่อนลงมือขุดจริง
📚 หัวข้อหลักในการถ่ายทอด
ศาสตร์พระราชา: ปูพื้นฐานความเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงและบันได 9 ขั้น
การออกแบบเชิงภูมิสังคม: สอนวิธีอ่านพื้นที่ ทิศทางแดด-ลม และการจัดสรรน้ำ
กสิกรรมธรรมชาติ: เทคนิคการเลี้ยงดิน (ห่มดิน) และการทำปุ๋ยชีวภาพทดแทนเคมี
การจัดการน้ำ: สอนขุดคลองไส้ไก่ หลุมขนมครก และการกักเก็บน้ำในดิน
รูปแบบการเผยแพร่
ศูนย์เรียนรู้ต้นแบบ (CLM): พื้นที่ระดับอำเภอที่จัดอบรมอย่างเป็นทางการ
ครัวเรือนต้นแบบ (HLM): แปลงของเกษตรกรตัวจริงที่ใช้เป็นแหล่งศึกษาดูงานในชุมชน
สื่อดิจิทัล: การทำคลิปสั้นสอนเทคนิคเฉพาะด้าน (เช่น วิธีปรุงดิน) ผ่านโซเชียลมีเดีย
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

นายธวัชชัย ธารายศ (20 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/20 ข้อ นายธวัชชัย ธารายศ
1 หัวใจสำคัญที่สุดของ "โคก หนอง นา โมเดล" คืออะไร
2 สัดส่วนการจัดการพื้นที่มาตรฐาน (30:30:30:10) ตัวเลข 10 หมายถึงอะไร
3 การปลูก "ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง" ประโยชน์อย่างที่ 4 คืออะไร
4 "การห่มดิน" มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร
5 "คลองไส้ไก่" ทำหน้าที่อะไรในพื้นที่
6 การปลูกป่า 5 ระดับ ข้อใดคือพืชในระดับ "ไม้หัว"
7 "หลุมขนมครก" หมายถึงอะไร
8 บันได 9 ขั้นสู่ความพอเพียง "ขั้นพื้นฐาน" ประกอบด้วยอะไรบ้าง
9 การปั้น "คันนาทองคำ" มีลักษณะอย่างไร
10 "แห้งชาม-น้ำชาม" เป็นเทคนิคเกี่ยวกับอะไร
11 ทิศทางใดที่ควรวางตำแหน่ง "หนองน้ำ" เพื่อให้ลมพัดความเย็นเข้าสู่ตัวบ้าน
12 การเลือกพืชปลูกตาม "ภูมิสังคม" หมายถึงอะไร
13 "ปุ๋ยหมักรสจืด" มักทำจากวัสดุใดเป็นหลัก
14 ประโยชน์ของการมี "โคก" ในพื้นที่คืออะไร
15 บันไดขั้นที่ 5 ของความพอเพียงคืออะไร (ขั้นแรกของขั้นก้าวหน้า)
16 การปลูกพืชที่ระดับความสูงต่างกันเพื่อเลียนแบบระบบนิเวศป่าธรรมชาติ เรียกว่าอะไร
17 ข้อใดคือเป้าหมายสูงสุดของโคกหนองนา
18 จุลินทรีย์ที่มีบทบาทสำคัญในการย่อยสลายสารอินทรีย์ในโคกหนองนาเรียกว่าอะไร
19 "เอามื้อสามัคคี" คือกิจกรรมอะไร
20 สภาพดินแบบใดที่ควรเน้น "การห่มดิน" มากที่สุด
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /20 ข้อ