1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

พลิกตำนานศรีวิชัย รอยจารึกแห่งไชยา

แหล่งเรียนรู้: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไชยา

รายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรนี้มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้เจาะลึกประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ของเมืองไชยาในฐานะศูนย์กลางสำคัญของอาณาจักรศรีวิชัย ผ่านการศึกษาวัตถุโบราณและโบราณสถานชิ้นสำคัญ ภายในหลักสูตรประกอบด้วย:
การศึกษาประติมากรรม: วิเคราะห์ความงามและคติความเชื่อของ "พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร" และศิลปะแบบศรีวิชัย
ร่องรอยอารยธรรม: เรียนรู้ประวัติการขุดค้นโบราณคดีในเขตตำบลเวียง และความสัมพันธ์ทางการค้าทางทะเลในอดีต
พุทธศิลป์และวิถีธรรม: เชื่อมโยงความรู้จากพิพิธภัณฑ์สู่สวนโมกขพลาราม เพื่อเข้าใจการสืบทอดพุทธศาสนาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน
กิจกรรมเชิงปฏิบัติการ: การถอดรหัสจารึกจำลอง หรือการวาดภาพลายเส้นโบราณวัตถุเพื่อการอนุรักษ์

จำนวนชั่วโมงเรียน
10.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
80%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

พลิกตำนานศรีวิชัย รอยจารึกแห่งไชยา

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไชยา สังกัดสำนักศิลปากรที่ 14 นครศรีธรรมราช กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ตั้งอยู่ที่ ตำบลเวียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี อยู่ในพื้นที่วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร ทางทิศตะวันออกของวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร จัดเป็นพิพิธภัณฑสถานประเภทประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณคดี มีหน้าที่ในการเก็บรักษาโบราณวัตถุ และศิลปวัตถุ อันเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินและให้บริการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยา ได้ริเริ่มก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2478 โดย พระครูโสภณเจตสิการาม อดีตเจ้าคณะอำเภอไชยาได้รวบรวมศิลปะโบราณวัตถุมาเก็บรักษาไว้ในพระอุโบสถ พระวิหารหลวง และ พระระเบียง ต่อมากรมศิลปากร ได้พิจารณารับเป็นสาขาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรียกชื่อในขนาดนั้นว่า “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี” โดยจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อม ครั้นถึง พ.ศ. 2493 ท่านพระครูอินทปัญญาจารย์ (พุทธทาสภิกขุ) เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุไชยา เป็นผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยา ได้เริ่มสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ โดยเงินจากการจำหน่ายหนังสือเรื่อง "แนวสังเขปโบราณคดีรอบอ่าวบ้านดอน" สร้างอาคารเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนแบบไทยประยุกต์อาคารใหม่หลังแรก เสร็จเมื่อ พ.ศ. 2495 ต่อมา พ.ศ. 2499 ได้สร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ขึ้นเป็นหลังที่สอง ด้านทิศเหนือ ใหญ่กว่าหลังแรก สร้างด้วยเงินงบประมาณของกรมศิลปากร และเงินงบประมาณแผนดิน ซึ่ง พ.ต.อ.พัฒน์ นีลวัฒนานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นผู้จัดหา อาคารหลังนี้ต่อมาได้มีชื่อว่า “ศาลานีลวัฒนานนท์” ต่อมาเมื่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ประกอบกับพระวิหารหลวงชำรุดทรุดโทรมและทางวัดจะรื้อสร้างใหม่ จึงได้ย้ายศิลปวัตถุทั้งหมดจากวิหารหลวงนำไปเก็บและตั้งแสดงในอาคาร พิพิธภัณฑ์ที่สร้างใหม่ กิจการพิพิธภัณฑ์ได้เจริญก้าวหน้าตามลำดับมาประจวบกับในวาระสมโภชกรุงรัตน โกสินทร์ 200 ปี กรมศิลปากรเห็นเป็นโอกาสเหมาะสม จึงได้ประกอบพีธีเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไชยา โดยได้กราบบังคมทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารพิพิธภัณฑแห่งชาติ ไชยา และทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ทรงเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไชยา เมื่อวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2525

1. พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร (The Avalokiteshvara of Chaiya)
ถือเป็นอัญมณีแห่งศิลปะศรีวิชัยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

ลักษณะทางกายภาพ: ประติมากรรมสำริดที่มีสัดส่วนอ่อนช้อยแบบ "ตรีภังค์" (การเอียงตัวสามส่วน) แสดงถึงอิทธิพลศิลปะแบบคุปตะและหลังคุปตะจากอินเดีย

รายละเอียดสัญลักษณ์: การสวมศิราภรณ์ (ชฎามกุฎ) ที่มีรูปพระอมิตาภพุทธเจ้าประทับนั่งอยู่ด้านหน้า และการครองผ้าหนังสัตว์ (อชินะ) พาดบ่า

นัยสำคัญ: สะท้อนถึงความศรัทธาในพุทธศาสนามหายานที่หยั่งรากลึกในคาบสมุทรมลายูช่วงพุทธศตวรรษที่ 13-14

2. พระพุทธรูปนาคปรกสะดุ้งมาร (The Maravijaya Buddha under Naga)
ความโดดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเมืองไชยา

ลักษณะทางกายภาพ: พระพุทธรูปปางมารวิชัยประทับบนขนดนาค ซึ่งต่างจากพุทธศิลป์ภาคกลางที่มักเป็นปางสมาธิ

วัสดุและเทคนิค: การหล่อสำริดแยกส่วนระหว่างองค์พระและตัวนาค แสดงถึงทักษะงานช่างโลหกรรมขั้นสูง

ศิลปะคาบเกี่ยว: มีการผสมผสานระหว่างศิลปะท้องถิ่นและอิทธิพลศิลปะขอม (บายน) แต่ปรับเปลี่ยนพระพักตร์ให้มีความเอิบอิ่มตามแบบฉบับภาคใต้

3. เครื่องทองและประณีตศิลป์แห่งตำบลเวียง
การวิเคราะห์วัสดุ: ศึกษาเครื่องประดับทองคำ แหวน และลูกปัดคาร์เนเลียนที่ขุดพบในบริเวณรอบพิพิธภัณฑ์

ความเชื่อมโยงทางการค้า: ลักษณะของลวดลายบนเครื่องทองที่บ่งบอกถึงการติดต่อสื่อสารกับช่างฝีมือจากชวา (อินโดนีเซีย) และอินเดียใต้

บทนี้เน้นการเปลี่ยนบทบาทผู้เรียนจาก "ผู้เข้าชม" (Visitor) เป็น "นักสำรวจมรดกวัฒนธรรม" (Heritage Explorer) โดยมีหัวข้อการเรียนรู้ดังนี้:

1. ศรีวิชัยในฐานะ "สะพานเชื่อมวัฒนธรรม" (Cross-Cultural Bridge)
แนวคิดหลัก: ไชยาไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นจุดพักสำคัญของเส้นทางสายไหมทางทะเล (Maritime Silk Road)

การเรียนรู้: วิเคราะห์ว่าเหตุใดศิลปะไชยาจึงมีส่วนผสมของศิลปะอินเดีย (ปาละ-เสนะ) ศิลปะชวา และศิลปะท้องถิ่น สิ่งนี้สอนให้เห็นว่า "การแลกเปลี่ยน" คือรากฐานของการพัฒนาอารยธรรมที่ยั่งยืน

2. การตีความสัญลักษณ์ (Symbolic Literacy)
แนวคิดหลัก: โบราณวัตถุไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่เป็น "ตำรา" ในยุคที่คนส่วนใหญ่ยังอ่านหนังสือไม่ออก

การเรียนรู้: * ฝึกอ่าน "ภาษาท่าทาง" (Mudra) ของพระพุทธรูปแต่ละปาง

ทำความเข้าใจสัญลักษณ์ในมือพระโพธิสัตว์ (เช่น ดอกบัว, สายประคำ) ว่าสื่อถึงหลักธรรมในพุทธศาสนามหายานอย่างไร

สร้างโดย AI
Shutterstock
3. นวัตกรรมโบราณ: เทคโนโลยีการหล่อและการก่อสร้าง
แนวคิดหลัก: เรียนรู้ผ่านโครงสร้างทางวิศวกรรมของโบราณสถาน เช่น เจดีย์วัดพระบรมธาตุไชยา (ทรงเจดีย์แบบศรีวิชัย)

การเรียนรู้: * ศึกษาเทคนิคการก่ออิฐแบบไม่ใช้ปูนสอ (Dry Masonry) ของคนสมัยโบราณที่ทำให้โบราณสถานตั้งตระหง่านได้นับพันปี

เปรียบเทียบภูมิปัญญาการจัดการน้ำและการเลือกทำเลที่ตั้งเมืองในตำบลเวียง

4. การอนุรักษ์เชิงรุก (Active Conservation)
แนวคิดหลัก: มรดกวัฒนธรรมไม่ได้มีไว้แค่เก็บรักษา แต่มีไว้เพื่อต่อยอด

การเรียนรู้: อภิปรายถึงบทบาทของพิพิธภัณฑ์ในฐานะ "ห้องสมุดที่มีชีวิต" และการนำลวดลายศิลปะศรีวิชัยมาประยุกต์ใช้ในงานออกแบบร่วมสมัย (Contemporary Design) เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy)

1. การจัดการโบราณวัตถุและการลงทะเบียน (Collection Management)
เรียนรู้ระบบจัดเก็บ: ทำความเข้าใจว่าทำไมต้องมี "หมายเลขทะเบียน" บนวัตถุทุกชิ้น และการบันทึก "ประวัติที่มา" (Provenance) มีความสำคัญอย่างไรต่อการพิสูจน์ความจริงทางประวัติศาสตร์

การดูแลรักษาเบื้องต้น: เรียนรู้เรื่องปัจจัยที่ทำลายวัตถุโบราณ เช่น แสงสว่าง อุณหภูมิ ความชื้น และการสัมผัสด้วยมือเปล่า (ทำไมถึงห้ามจับวัตถุในพิพิธภัณฑ์?)

2. การตีความและการเล่าเรื่อง (Interpretation & Storytelling)
การเขียนป้ายคำบรรยาย (Labeling): ฝึกการสรุปเนื้อหาที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่ายและน่าสนใจ (เช่น จาก "พระโพธิสัตว์สำริด พุทธศตวรรษที่ 14" เปลี่ยนเป็น "ความเมตตาที่หล่อด้วยสำริด: ร่องรอยความศรัทธาจากทะเลใต้")

การออกแบบเส้นทางการเดิน (Circulation): ศึกษาว่าการจัดวางวัตถุชิ้นไหนก่อน-หลัง มีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกและความเข้าใจของผู้เข้าชมอย่างไร

3. บทบาทมัคคุเทศก์และการสื่อสารนวัตกรรม (Museum Communication)
การเป็นนักเล่าเรื่อง (The Storyteller): ฝึกเทคนิคการนำชมที่ไม่ได้มีแค่ข้อมูล แต่มี "ชีวิต" โดยการเชื่อมโยงโบราณวัตถุเข้ากับวิถีชีวิตปัจจุบันของชาวไชยา

เทคโนโลยีในพิพิธภัณฑ์: เรียนรู้การใช้สื่อสมัยใหม่ เช่น AR (Augmented Reality) หรือ QR Code เพื่อขยายความรู้ที่พื้นที่จำกัดบนแท่นโชว์ไม่สามารถบอกได้หมด

1. หลักการอนุรักษ์โบราณวัตถุและสถาน (Heritage Conservation Principles)
หัวใจของการอนุรักษ์: เรียนรู้ความแตกต่างระหว่าง "การซ่อมแซม" กับ "การอนุรักษ์" (ทำอย่างไรให้คงคุณค่าดั้งเดิมไว้โดยไม่ทำลายหลักฐานทางประวัติศาสตร์)

ภัยคุกคามมรดกวัฒนธรรม: ศึกษาปัจจัยที่ทำให้หลักฐานทางโบราณคดีเสื่อมสภาพ ทั้งจากธรรมชาติ (ความชื้น, เชื้อรา, ตะไคร่น้ำ) และจากมนุษย์ (การลักลอบขุด, การบูรณะที่ผิดวิธี, การท่องเที่ยวที่ขาดจิตสำนึก)

2. การสร้างมูลค่าเพิ่มจากทุนทางวัฒนธรรม (Cultural Capital Value-Add)
จากพิพิธภัณฑ์สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์: ศึกษาแนวทางการนำอัตลักษณ์ "ศรีวิชัย" มาออกแบบเป็นสินค้าและบริการ (Creative Economy) เช่น ของที่ระลึกระดับพรีเมียม, ลวดลายผ้าทอไชยา, หรือการออกแบบสื่อดิจิทัล

การเล่าเรื่องเพื่อเพิ่มมูลค่า (Value Storytelling): วิธีการนำประวัติศาสตร์มาสร้างแบรนด์ให้กับท้องถิ่น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงที่สนใจการเรียนรู้มากกว่าแค่การมาถ่ายรูป

3. พลังชุมชนกับการจัดการที่ยั่งยืน (Community-Based Management)
เจ้าของมรดกที่แท้จริง: บทบาทของชาวตำบลเวียงและชาวไชยาในการเป็น "ยามเฝ้าแผ่นดิน" และการมีส่วนร่วมกับภาครัฐในการดูแลโบราณสถาน

การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน: การบริหารจัดการพื้นที่เพื่อไม่ให้การท่องเที่ยวไปรบกวนวิถีชีวิตดั้งเดิม หรือทำลายความศักดิ์สิทธิ์และเงียบสงบของโบราณสถาน (เช่น การกำหนดความจุของพื้นที่ หรือ Carrying Capacity)
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

พลิกตำนานศรีวิชัย รอยจารึกแห่งไชยา (20 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/20 ข้อ พลิกตำนานศรีวิชัย รอยจารึกแห่งไชยา
1 อาณาจักรใดที่มีอิทธิพลสูงสุดต่อประวัติศาสตร์และโบราณคดีในอำเภอไชยา
2 พื้นที่ใดในอำเภอไชยาที่เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และพบหลักฐานทางโบราณคดีหนาแน่นที่สุด
3 "พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร" ที่พบในไชยา มีลักษณะการเอียงตัวที่เรียกว่าอะไร
4 สัญลักษณ์ใดบนพระเศียรของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรที่บ่งบอกถึงพุทธศาสนามหายาน
5 พระพุทธรูปนาคปรกที่พบในไชยา มีลักษณะใดที่ต่างจากศิลปะลพบุรีหรือทวารวดี
6 วัสดุหลักที่ใช้ในการสร้างพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรชิ้นเอกของไชยาคืออะไร
7 เหตุผลสำคัญที่ทำให้เมืองไชยาในอดีตเป็นศูนย์กลางการค้าขายระดับนานาชาติคืออะไร
8 การพบลูกปัดและเครื่องถ้วยจีนในบริเวณตำบลเวียง สะท้อนถึงคุณค่าในด้านใด
9 ท่านพุทธทาสภิกขุมีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับประวัติศาสตร์ไชยาในเชิงการเรียนรู้
10 การสร้างโบราณสถานด้วย "อิฐ" ในสมัยศรีวิชัยโดยไม่ใช้ปูนซีเมนต์ สะท้อนถึงคุณค่าด้านใด
11 ข้อใดคือวัตถุประสงค์หลักของการใส่ถุงมือเมื่อต้องหยิบจับโบราณวัตถุ
12 "หมายเลขทะเบียน" บนโบราณวัตถุในพิพิธภัณฑ์มีไว้เพื่ออะไร
13 การเขียนป้ายคำบรรยาย (Label) ในพิพิธภัณฑ์ที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร
14 กิจกรรม "Curator for
15 การใช้ QR Code หรือ AR ในนิทรรศการมีประโยชน์อย่างไร
16 การอนุรักษ์ (Conservation) ต่างจากการซ่อมแซม (Repair) อย่างไร
17 ปัจจัยทางธรรมชาติใดที่ส่งผลเสียต่อโบราณสถานประเภทอิฐและหินในไชยามากที่สุด
18 "เศรษฐกิจสร้างสรรค์" (Creative Economy) จากทุนวัฒนธรรมไชยาหมายถึงข้อใด
19 ใครคือ "เจ้าของมรดกวัฒนธรรม" ที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในการอนุรักษ์ไชยาอย่างยั่งยืน
20 การจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในตำบลเวียงควรเน้นเรื่องใด
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /20 ข้อ