1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

ศูนย์การเรียนรู้ชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

แหล่งเรียนรู้: ศูนย์การเรียนรู้ชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

รายละเอียดหลักสูตร

ความหมายความสำคัญของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ปรัชญานี้เน้น “ทางสายกลาง” ในการใช้ชีวิต โดยมีหลักสำคัญ 3 ประการคือ

ความพอประมาณ: ใช้ทรัพยากรอย่างพอดี ไม่ฟุ่มเฟือย
ความมีเหตุผล: ตัดสินใจโดยคำนึงถึงผลกระทบอย่างรอบด้าน
การมีภูมิคุ้มกันที่ดี: เตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงหรือความเสี่ยง

และต้องอาศัยเงื่อนไข 2 ประการ ได้แก่

ความรู้ (รอบรู้ รอบคอบ)
คุณธรรม (ซื่อสัตย์ ขยัน อดทน)
ความสำคัญ

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมีความสำคัญในหลายด้าน เช่น
ต่อบุคคล: ช่วยให้ดำเนินชีวิตอย่างมั่นคง ไม่เป็นหนี้เกินตัว
ต่อครอบครัวและชุมชน: สร้างความเข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้
ต่อประเทศ: ลดความเสี่ยงจากวิกฤตเศรษฐกิจ และส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ต่อสิ่งแวดล้อม: ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและไม่ทำลายธรรมชาติ

ศูนย์การเรียนรู้ชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นแหล่งเรียนรู้ที่เน้นการใช้ชีวิตตามแนวทาง “ชีววิถี” หรือการดำรงชีวิตที่สอดคล้องกับธรรมชาติและหลักเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจชุมชน

จำนวนชั่วโมงเรียน
1.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
80%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

ศูนย์การเรียนรู้ชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9)พระราชทานแนวทางดำรงชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาตั้งแต่ พ.ศ 2517 เพื่อเป็นทางออกของวิกฤตเศรษฐกิจและการพัฒนาที่สมดุล เน้นความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการสร้างภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี

1.ประวัติความเป็นมาของเศรษฐกิจพอเพียง
“เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 (พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช) ทรงมีพระราชดำริขึ้น เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

จุดเริ่มต้น
แนวคิดนี้เริ่มปรากฏตั้งแต่ช่วง พ.ศ. 2517 โดยพระองค์ทรงมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับการพัฒนาที่เน้น “ความพออยู่พอกิน” ให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ ไม่จำเป็นต้องมุ่งเน้นความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว

การพัฒนาแนวคิด
ต่อมาในช่วงหลายสิบปี พระองค์ทรงนำหลักการนี้ไปประยุกต์ใช้ในโครงการพระราชดำริต่าง ๆ เช่น
โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่
การจัดการน้ำ
การพัฒนาชนบท
เพื่อช่วยให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่มั่นคงและลดความเสี่ยงจากความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ
ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ
แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงได้รับความสนใจอย่างมากในช่วง วิกฤตเศรษฐกิจปี พ.ศ. 2540 (วิกฤตต้มยำกุ้ง) ซึ่งประเทศไทยประสบปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างหนัก ทำให้เห็นความสำคัญของการดำเนินชีวิตอย่างไม่ประมาท และไม่พึ่งพาปัจจัยภายนอกมากเกินไป

การยอมรับอย่างเป็นทางการ
หลังจากนั้น แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงถูกนำมาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศ และบรรจุไว้ใน
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมถึงการศึกษาในทุกระดับ

หลักสำคัญของเศรษฐกิจพอเพียง
ประกอบด้วย 3 หลัก และ 2 เงื่อนไข คือ
3 หลัก
ความพอประมาณ
ความมีเหตุผล
การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี

2 เงื่อนไข
ความรู้
คุณธรรม
สรุป เศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวคิดที่เน้นความสมดุลและความยั่งยืน ไม่ใช่การปฏิเสธความเจริญ แต่เป็นการพัฒนาอย่างมีสติ รอบคอบ และเหมาะสมกับสภาพของตนเองและสังคม

2.ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงควรสะท้อนถึงปรัชญาความพอประมาณ การมีเหตุผล การมีภูมิคุ้มกันที่ดี
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งมีที่มาจากพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เน้นการดำเนินชีวิตอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยมี 3 หลักสำคัญที่เชื่อมโยงกัน คือ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดี ซึ่งสามารถอธิบายได้ดังนี้
1. ความพอประมาณ หมายถึง การดำเนินชีวิตหรือการทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่าง “ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป” เช่น การใช้จ่ายอย่างพอดี ไม่ฟุ่มเฟือย และไม่ตระหนี่จนเกินไป การผลิตหรือการลงทุนก็ต้องอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับกำลังของตนเอง เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงเกินควบคุม

2. ความมีเหตุผลคือ การตัดสินใจโดยพิจารณาจากข้อมูล ข้อเท็จจริง และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ ไม่ใช้อารมณ์หรือความอยากเพียงอย่างเดียว เช่น ก่อนลงทุนควรศึกษาความเป็นไปได้ วิเคราะห์ต้นทุน-กำไร และคำนึงถึงผลดีผลเสียในระยะยาว

3. การมีภูมิคุ้มกันที่ดี หมายถึง การเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงหรือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เช่น การมีเงินออม การกระจายความเสี่ยงในการประกอบอาชีพ หรือการวางแผนสำรองเมื่อเกิดวิกฤต เพื่อให้สามารถปรับตัวและอยู่รอดได้

3. คุณค่าของการเรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง
1. ช่วยให้ดำเนินชีวิตอย่างสมดุล
ทำให้รู้จักใช้ชีวิตอย่างพอดี ไม่ฟุ่มเฟือย และไม่ประมาท ส่งผลให้มีความมั่นคงในระยะยาว ทั้งด้านการเงินและความเป็นอยู่
2. ส่งเสริมการคิดอย่างมีเหตุผล
ผู้เรียนจะรู้จักวิเคราะห์ก่อนตัดสินใจ คำนึงถึงผลกระทบทั้งระยะสั้นและระยะยาว ไม่ทำอะไรตามกระแสหรืออารมณ์
3. สร้างภูมิคุ้มกันในชีวิต
ช่วยให้เตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง เช่น วิกฤตเศรษฐกิจ ปัญหาส่วนตัว หรือสถานการณ์ไม่คาดคิด ทำให้สามารถปรับตัวได้ดี
4. ปลูกฝังคุณธรรมและความรับผิดชอบ
เน้นความซื่อสัตย์ ขยัน อดทน และการไม่เอาเปรียบผู้อื่น ทำให้สังคมมีความน่าอยู่และยั่งยืนมากขึ้น
5. นำไปประยุกต์ใช้ได้จริง
สามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวัน เช่น การวางแผนการเงิน การเรียน การทำงาน หรือการทำเกษตร ทำให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม

4.ศึกษาเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง
การศึกษาเกี่ยวกับ “เศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งเป็นปรัชญาจาก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ควรมุ่งให้ผู้เรียนเข้าใจทั้ง “แนวคิด” และ “การนำไปใช้จริง” ไม่ใช่แค่การท่องจำ โดยสามารถดำเนินการได้ดังนี้

1. ศึกษาหลักการพื้นฐานให้เข้าใจ

เริ่มจากทำความเข้าใจแก่นของปรัชญา ได้แก่
ความพอประมาณ
ความมีเหตุผล
การมีภูมิคุ้มกันที่ดี
พร้อมทั้งเงื่อนไขเรื่องความรู้และคุณธรรม เพื่อให้เห็นภาพรวมอย่างถูกต้อง
2. เรียนรู้จากตัวอย่างจริงศึกษาโครงการหรือกรณีตัวอย่าง เช่น เกษตรทฤษฎีใหม่ ชุมชนที่ประสบความสำเร็จ หรือบุคคลที่นำหลักนี้ไปใช้จริง จะช่วยให้เข้าใจมากกว่าทฤษฎี

3. ฝึกปฏิบัติในชีวิตประจำวันนำแนวคิดไปใช้จริง เช่นวางแผนการใช้เงิน ประหยัดทรัพยากร แบ่งเวลาอย่างเหมาะสม การลงมือทำจะช่วยให้เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
4. บูรณาการกับวิชาอื่นสามารถเชื่อมโยงกับหลายด้าน เช่น
เศรษฐศาสตร์ (การใช้ทรัพยากร)
สิ่งแวดล้อม (การใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน)
สังคมศึกษา (การอยู่ร่วมกันในสังคม)
5. เรียนรู้แบบมีส่วนร่วมใช้กิจกรรมกลุ่ม การอภิปราย หรือโครงการเล็ก ๆ เพื่อให้ผู้เรียนได้คิด วิเคราะห์ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
6. ปลูกฝังทัศนคติและคุณธรรม เน้นความซื่อสัตย์ ความอดทน ความรับผิดชอบ และการรู้จักพอ เพื่อให้การเรียนรู้ไม่ใช่แค่ความรู้ แต่เป็นการพัฒนานิสัย

สรุป
แนวทางการศึกษาเศรษฐกิจพอเพียงที่ดี คือ “เรียนให้เข้าใจ ลงมือทำ และนำไปใช้ได้จริง” เพื่อสร้างคนที่มีความคิดรอบคอบ ใช้ชีวิตอย่างพอดี และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

5.การอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งเรียนรู้
การอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งเรียนรู้ หมายถึง การดูแลรักษาและปรับปรุงแหล่งความรู้ต่าง ๆ ให้คงอยู่ มีคุณภาพ และสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีแนวทางสำคัญดังนี้

การอนุรักษ์แหล่งเรียนรู้คือ การรักษาแหล่งเรียนรู้เดิมให้คงสภาพและคุณค่า เช่น ดูแลสถานที่ เช่น ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ แหล่งธรรมชาติ ไม่ให้เสื่อมโทรม
รักษาภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น ความรู้ชาวบ้าน งานหัตถกรรม ประเพณี จัดเก็บข้อมูล เอกสาร หรือสื่อความรู้ให้เป็นระบบ เพื่อป้องกันการสูญหาย
การพัฒนาแหล่งเรียนรู้คือ การปรับปรุงหรือเพิ่มคุณค่าให้แหล่งเรียนรู้มีความทันสมัยและเข้าถึงง่าย เช่น นำเทคโนโลยีมาใช้ เช่น สื่อดิจิทัล ฐานข้อมูลออนไลน์
ปรับปรุงสถานที่ให้เหมาะกับการเรียนรู้ เช่น มีพื้นที่กิจกรรมหรือสื่อการสอนที่น่าสนใจสร้างกิจกรรมหรือหลักสูตรที่ช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ของผู้ใช้

แนวทางสำคัญ
ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดูแลและพัฒนา
เชื่อมโยงแหล่งเรียนรู้กับการศึกษาในโรงเรียนและชีวิตจริง
ปลูกฝังจิตสำนึกในการรักษาทรัพยากรและความรู้
สรุป
การอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งเรียนรู้ต้องทำควบคู่กัน คือ “รักษาของเดิมที่มีคุณค่า” และ “พัฒนาให้ทันสมัยและใช้งานได้ดีขึ้น” เพื่อให้คนรุ่นปัจจุบันและอนาคตสามารถเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งประกอบด้วย 3 ห่วงสำคัญที่ต้องทำงานสอดประสานกันเพื่อให้เกิดความสมดุลและความยั่งยืน ดังนี้ครับ:

1. ความพอประมาณ (Moderation)
หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น
การผลิต: ผลิตให้พอเหมาะกับกำลังทรัพยากรและขีดความสามารถของตนเอง
การบริโภค: บริโภคตามฐานะและตามความจำเป็น ไม่ฟุ้งเฟ้อตามกระแสสังคม
2. การมีเหตุผล (Reasonableness)
หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
การวิเคราะห์: ต้องศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจ
ผลคาดการณ์: พิจารณาผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ๆ อย่างรอบคอบ
3. การมีภูมิคุ้มกันที่ดี (Self-immunity)
หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น
การบริหารความเสี่ยง: การคาดการณ์สถานการณ์ในอนาคตและเตรียมแนวทางรับมือ
ความยืดหยุ่น: สามารถปรับตัวได้เมื่อเกิดวิกฤต เช่น การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีหรือเศรษฐกิจ

เศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช่เพียงแค่การศึกษาทฤษฎีเกษตรกรรม แต่คือการปลูกฝัง "หลักคิด" ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับทุกมิติของชีวิต โดยเฉพาะในการขับเคลื่อนการเรียนรู้ตลอดชีวิตของห้องสมุดประชาชนอำเภอพนม คุณค่าของการเรียนรู้เรื่องนี้มีประเด็นสำคัญดังนี้ครับ:
1. การสร้างรากฐานความคิดที่สมดุล (The Core Philosophy)
การเรียนรู้เรื่องนี้ช่วยให้บุคคลสามารถตัดสินใจได้บนพื้นฐานของความพอดี:
สร้างความพอประมาณ: ทำให้รู้จักการใช้ทรัพยากรและงบประมาณที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่น้อยเกินไปจนขาดแคลน และไม่มากเกินไปจนเบียดเบียนผู้อื่น.
ปลูกฝังความมีเหตุผล: ช่วยให้การวางแผนงานหรือกิจกรรมต่างๆ มีที่มาที่ไป มีการศึกษาข้อมูลและเหตุปัจจัยอย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจ.
สร้างภูมิคุ้มกัน: ทำให้คนในชุมชนมีความพร้อมในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลก ทั้งด้านเทคโนโลยีและเศรษฐกิจ.
2. การพัฒนาคุณภาพชีวิตและความมั่นคงทางอาหาร
ผ่านกิจกรรมอย่าง ศูนย์การเรียนรู้ชีววิถี ประชาชนจะได้รับคุณค่าในเชิงรูปธรรม:
ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้: การลดการใช้สารเคมีและหันมาใช้จุลินทรีย์หรือน้ำหมักชีวภาพ ช่วยลดต้นทุนในการดำรงชีวิต.
สุขภาพที่ดี: การผลิตและบริโภคอาหารที่ปลอดภัย ไร้สารพิษ ส่งผลดีต่อสุขภาวะของคนทุกช่วงวัยในท้องถิ่น.
3. การสร้างความยั่งยืนในอาชีพและชุมชน
คุณค่าที่เกิดขึ้นจะสะท้อนผ่านยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนของห้องสมุด:
ความซื่อสัตย์และคุณธรรม: การเรียนรู้เรื่องนี้ควบคู่ไปกับเงื่อนไขคุณธรรม ช่วยให้การรวมกลุ่มอาชีพหรือวิสาหกิจชุมชนมีความมั่นคงและพึ่งพากันได้
การแบ่งปันความรู้: เกิดกระบวนการถ่ายทอดภูมิปัญญาจากปราชญ์ชาวบ้านสู่คนรุ่นใหม่ สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่ยั่งยืน.
4. การปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีอย่างเท่าทัน
เศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้ปฏิเสธเทคโนโลยี แต่สอนให้ใช้ "อย่างมีเหตุผล":

การศึกษาเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy) ตามแนวพระราชดำริ เป็นการเรียนรู้หลักการดำเนินชีวิตที่เน้นความสมดุลและความยั่งยืน โดยมีโครงสร้างหลักที่เรียกว่า "3 ห่วง 2 เงื่อนไข" ซึ่งสามารถสรุปสาระสำคัญเพื่อการศึกษาได้ดังนี้
1. ปรัชญา 3 ห่วง (หลักพิจารณา)
คือเกณฑ์ตัดสินใจในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ให้เกิดความพอเพียง:
ความพอประมาณ (Moderation): หมายถึงความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิตหรือการบริโภคที่อยู่ในระดับพอเหมาะกับอัตภาพ.
ความมีเหตุผล (Reasonableness): การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง รวมถึงคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ๆ อย่างรอบคอบ.
การมีภูมิคุ้มกันที่ดี (Self-immunity): การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต.
2. เงื่อนไข 2 ประการ (พื้นฐานการตัดสินใจ)
การจะใช้หลัก 3 ห่วงได้อย่างถูกต้อง จำเป็นต้องอาศัยฐานความรู้และคุณธรรม:
เงื่อนไขความรู้: ประกอบด้วยความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผนและระมัดระวังในการปฏิบัติ.
เงื่อนไขคุณธรรม: เป็นสิ่งที่ต้องเสริมสร้างให้มีความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความอดทน มีความเพียร และใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต.
3. คุณค่าและความสำคัญของการเรียนรู้
การศึกษาและนำไปปฏิบัติก่อให้เกิดคุณค่าในหลายมิติ:
การสร้างสมดุลในชีวิต: ช่วยให้บุคคลสามารถตัดสินใจได้บนพื้นฐานของความพอดี ไม่ฟุ้งเฟ้อตามกระแสสังคมจนเกิดภาระ.
ความมั่นคงทางอาหารและคุณภาพชีวิต: ผ่านกิจกรรมใน ศูนย์การเรียนรู้ชีววิถี ซึ่งช่วยลดรายจ่ายจากการลดใช้สารเคมี และส่งผลดีต่อสุขภาพคนทุกช่วงวัยจากการบริโภคอาหารที่ปลอดภัย.
การปรับตัวต่อโลกยุคใหม่: เศรษฐกิจพอเพียงช่วยให้ประชาชนมีภูมิคุ้มกันในการใช้เทคโนโลยีอย่างมีเหตุผล เช่น การขยายตลาดสินค้าชุมชนสู่ระบบออนไลน์อย่างรอบคอบ และการรู้เท่าทันภัยออนไลน์.
4. การประยุกต์ใช้ในระดับท้องถิ่น
ศูนย์การเรียนรู้ชีววิถี: เป็นฐานการเรียนรู้เรื่องการทำเกษตรแบบผสมผสาน การทำปุ๋ยหมัก และการจัดการทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด.

การอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งเรียนรู้ถือเป็นภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมแห่งการเรียนรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ ห้องสมุดประชาชนอำเภอพนม ที่มุ่งปรับบทบาทจากเพียง "แหล่งหนังสือ" ไปสู่ "ศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชน" เพื่อให้ประชาชนทุกช่วงวัยสามารถเข้าถึงความรู้ได้อย่างเท่าเทียมและยั่งยืนครับ
แนวทางการดำเนินงานสามารถแบ่งออกเป็น 2 มิติหลัก ดังนี้
1. การอนุรักษ์แหล่งเรียนรู้ (Conservation)
คือการรักษาคุณค่าและองค์ความรู้ที่มีอยู่เดิมให้คงอยู่และพร้อมใช้งานเสมอ
การรวบรวมภูมิปัญญา: ค้นหาและจัดเก็บความรู้จากปราชญ์ชาวบ้านในพื้นที่อำเภอพนม เพื่อไม่ให้องค์ความรู้ท้องถิ่นสูญหายไปตามกาลเวลา
การจัดการข้อมูล: ทำหน้าที่เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลและศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองที่มีความถูกต้องและน่าเชื่อถือ
การรักษาเอกลักษณ์: คงไว้ซึ่งแนวคิดและจุดเด่นของท้องถิ่น เช่น ภูมิปัญญาเรื่องศูนย์การเรียนรู้ชีววิถีและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นรากฐานในการพัฒนา
2. การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ (Development)
คือการยกระดับพื้นที่และวิธีการเรียนรู้ให้ทันสมัย ตอบโจทย์โลกยุคปัจจุบัน
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

ศูนย์การเรียนรู้ชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (20 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/20 ข้อ ศูนย์การเรียนรู้ชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
1 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมุ่งเน้นให้ผู้นำไปปฏิบัติเดินทางสายใด
2 หลักการ 3 ห่วง ประกอบด้วยอะไรบ้าง
3 ข้อใดคือความหมายของ 'ความพอประมาณ'
4 การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียงต้องอาศัยเงื่อนไขใดเป็นพื้นฐาน
5 การทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย สอดคล้องกับห่วงใดมากที่สุด
6 การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ คือความหมายของข้อใด
7 ข้อใดเป็นพฤติกรรมที่แสดงถึงความมี 'คุณธรรม' ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง
8 เกษตรทฤษฎีใหม่ขั้นที่ 1 เน้นการจัดการพื้นที่อย่างไร
9 ในสูตร 30:30:30:10 ส่วนที่ให้ความสำคัญ 30% อันดับแรกคืออะไร
10 การประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงในนักเรียน สามารถทำได้อย่างไร
11 เศรษฐกิจพอเพียงห้ามการเป็นหนี้หรือไม่
12 เกษตรทฤษฎีใหม่ขั้นที่ 2 เน้นเรื่องอะไร
13 ความพอเพียงในระดับ 'ชุมชน' สังเกตได้จากข้อใด
14 เงื่อนไขความรู้ต้องประกอบด้วยสิ่งใดบ้าง
15 เป้าหมายสูงสุดของเศรษฐกิจพอเพียงคืออะไร
16 ข้อใดแสดงถึงการพึ่งพาตนเองทางด้านจิตใจ
17 การทำเกษตรทฤษฎีใหม่สอดคล้องกับเรื่องใดในโลกปัจจุบันมากที่สุด
18 ในมิติด้านวัฒนธรรม เศรษฐกิจพอเพียงสอนเรื่องใด
19 ข้อใดไม่ใช่ผลที่ได้รับจากการปฏิบัติทางเศรษฐกิจพอเพียง
20 หลักเศรษฐกิจพอเพียงสามารถนำไปใช้กับคนกลุ่มใดได้บ้าง
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /20 ข้อ